หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
เป่าคดีถังก๊าซล่องหน?

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น โดย เศรษฐ์ สันติ psanti@matichon.co.th มติชนรายวัน วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10273

สัปดาห์ที่แล้วตั้งข้อสังเกตว่า ในการดำเนินคดีกับอดีตผู้บริหารบริษัทปิคนิคนั้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จึงไม่หยิบยกกรณีการซื้อถังก๊าซทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท มาพิจารณา ทั้งๆ ที่มีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน

กล่าวคือ รายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีระบุชัดว่า ในการซื้อถังก๊าซขนาดเล็กจากบริษัทแสงทองไทยผลิตถัง จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานขนาดเล็ก มูลค่าถึง 2,166 ล้านบาท ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2547 ถึงกลางปี 2548 มีการจ่ายเงินล่วงหน้าไปเรียบร้อยโดยที่ยังไม่มีการส่งมอบถัง

นอกจากยังไม่สามารถตรวจสอบการส่งมอบถังจำนวนหลายล้านถังได้ว่า ได้มีการส่งมอบไปจำนวนเท่าใดแล้ว

ที่สำคัญมีการตรวจสอบพบว่า บริษัทผู้ผลิตถังก๊าซมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้บริหารบริษัทโรงบรรจุก๊าซ 18 โรง (ที่ถูกร้องทุกข์กล่าวโทษพร้อมอดีตผู้บริหารปิคนิคตระกูล ลาภวิสุทธิสิน 2 คน และปัจจุบันหยุดกิจการแล้ว และปิคนิคอ้างว่าเข้าไปเช่าที่ดินและทรัพย์สินเพื่อใช้เป็นสาขา ด้วยวิธีการหักกลบลบหนี้เกือบพันล้านบาท)

ขณะเดียวกันผู้บริหารปิคนิคได้ตั้งบริษัทประเมินค่าทรัพย์สินขึ้นตรวจสอบพบว่า การประเมินมูลค่าถังต่ำกว่าที่บันทึกไว้ในบัญชีประมาณ 1,000 ล้านบาท ขณะที่ผู้ตรวจสอบบัญชีก็ไม่มั่นใจว่า ปริมาณถังที่บันทึกไว้ว่ายังมีมูลค่าเหลืออยู่อีกกว่า 1,100 ล้านบาท มีอยู่จริงหรือไม่

แม้จะเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า ถังก๊าซถังหมดเป็นเพียง "ถังลม" แต่ใจอดเชื่อเช่นนั้นไม่ได้

เช่นเดียวกับถังก๊าซขนาดใหญ่ที่ปิคนิคสั่งซื้อมูลค่า 997 ล้านบาท ในที่สุด ต้องยกเลิกสัญญาหมด ทั้งๆ ที่จ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 เมาษยน 2549 ปิคนิคแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า กรณีเงินมัดจำค่าซื้อถังบรรจุก๊าซ ซึ่งปิคนิคได้มีการว่าจ้างผลิตถังก๊าซ โดยจ่ายเงินมัดจำไปแล้ว แต่ผู้ผลิตไม่สามารถส่งมอบถังก๊าซตามเวลาที่กำหนดนั้น บริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการติดตามหนี้ต่อไป

คำถามคือ ทำไมผู้บริหารปิคนิคจึงความรู้สึกช้า เป็นรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจากข้อมูลถูกเปิดเผยออกมาอย่างล่อนจ้อน

"ความรู้สึกช้า" ดังกล่าวยังเกิดขึ้นในกระบวนการพิจารณาเรื่องนี้ของ ก.ล.ต.และดีเอสไอด้วยหรือไม่

เพราะเท่าที่ทราบ ดีเอสไอได้ตรวจสอบพบว่า กำลังผลิตของบริษัทแสงทองไทยผลิตถังมีกำลังผลิตสูงสุด เพียงปีละประมาณ 100,000 ถังเท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะผลิตถังก๊าซมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ได้ ขณะที่ได้ตรวจสอบโรงงานผลิตถังก๊าซขนาดใหญ่เช่น สหมิตรถังแก๊ส ก็ไม่พบว่ามีสัญญาว่าจ้างให้มีการผลิตแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ว่า ปิคนิคเคยชี้แจงถึงการซื้อถังก๊าซมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ต่อตลาดหลักทรัพย์มาแล้วว่า มีการซื้อและส่งมอบถังกันจริง แต่เมื่อผลปรากฏว่ามีการตัดมูลค่าถังก๊าซออกจากบัญชีถึง 1,000 ล้านบาท ทำไมตลาดหลักทรัพย์จึงไม่ดำเนินการใดๆ กับปิคนิคในกรณีการแจ้งข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง

หรือตลาดหลักทรัพย์เป็น "แหล่ง" ปล่อยข่าวอย่างเป็นทางการของบริษัทจดทะเบียน โดยความยินยอมของผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์?

ข้อมูลหลักฐานเหล่านี้เป็นการบ่งบอกว่า มีเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท ไหลออกจากปิคนิคไปยังบริษัทผู้ผลิตถังก๊าซทั้งสองแห่งในรูปของค่าซื้อถังก๊าซ แต่กลับไม่มีถังก๊าซให้ตรวจสอบหรือไม่มีการส่งมอบ

คำถามคือ เงิน 3,000 ล้านบาท หายไปไหน ไปอยู่ที่ใคร

ทำไม ก.ล.ต.และดีเอสไอจึงขาดความกระตือรื้อร้นที่จะตรวจสอบจนทำให้อดคิดไม่ได้ว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐในกระบวนการนี้ได้รับอานิสงส์จากเงิน 3,000 ล้านบาท นี้หรือไม่

เหล็กแข็งแค่ไหนเงินยังง้างได้ กะอีแค่เป่าดคีจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

หน้า 20