หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ช่วยกันหยุด "ปลากินน้ำ"

โดย วรากรณ์ สามโกเศศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  มติชนรายวัน วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10267

คอร์รัปชั่นมีหลากหลายลักษณะยากต่อการตรวจสอบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะตรวจสอบไม่ได้ Kautilya นักปราชญ์อินเดียโบราณ กล่าวไว้ว่าการฉ้อราษฎร์บังหลวงนั้น ยากที่จะบอกได้ "เหมือนกับปลาที่ว่ายไปมาในน้ำ ยากที่จะพิสูจน์ได้ว่ามันกินน้ำเข้าไปหรือไม่" อย่างไรก็ดีมีผู้สนใจ "ขนาดของน้ำที่กินเข้าไป" ดังเช่นประธานธนาคารโลกคนปัจจุบัน นาย Paul Wolfwitz ผู้สนใจการกำจัดคอร์รัปชั่นจากเงินที่หลายประเทศกู้ยืมธนาคารโลกไปด้วย

นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลกและในวงวิชาการกำลังสนใจการวัดขนาดของคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นทั่วโลก ต่างพยายามเสนอแนะหลากหลายวิธีการวัด โดยเชื่อว่าถ้ารู้ขนาดของคอร์รัปชั่น และลักษณะที่มันรั่วไหลแล้วก็จะสามารถต่อสู้คอร์รัปชั่นอย่างมีประสิทธิภาพได้

คอร์รัปชั่นระหว่างประเทศที่ดังที่สุดเรื่องหนึ่งคือ เรื่อง OIL-FOR-FOOD PROGRAMME ของอิรักระหว่าง 1997-2003 ภายใต้ข้อตกลงของสหประชาชาติอิรักสามารถขายน้ำมันให้ใครก็ได้ในราคาที่ต้องการ โดยราคานั้น ต้องได้รับอนุมัติจากสหประชาชาติ และรายได้จากน้ำมันทั้งหมด (ประมาณ 64,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามราคาของปี 2000) ต้องแยกใส่ไว้ในบัญชีพิเศษต่างหาก เพื่อเอาไว้ซื้ออาหารและยาภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ

หน่วยข่าวกรองสหรัฐประมาณการว่าอิรักรับสินบนประมาณ 230-240 ล้านเหรียญสหรัฐจากนานาประเทศที่ต้องการซื้อน้ำมัน

อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์จาก Berkeley สองคน คือ Chang Tai Hsieh และ Enrico Moretti ใช้เทคนิคการวัดคอร์รัปชั่น และเชื่อว่าอิรักรับสินบนไปมากกว่านั้น คือประมาณ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งสองได้ศึกษาราคาของน้ำมันจากอิรักที่เรียกว่า Basra Light ซึ่งใกล้เคียงกับ Arabian Light ก่อนหน้าโครงการซึ่งตั้งใจให้เป็นการลงโทษโดยกีดกันไม่ให้อิรักขายน้ำมันได้มาก ราคาของน้ำมันทั้งสองชนิดใกล้เคียงกันมาก แต่ในช่วง 1997-1998 Basra Light มีราคาถูกกว่าประมาณ 2 เหรียญสหรัฐ และในปี 2000-2001 ถูกกว่า 5 เหรียญสหรัฐ

ผู้ประมูลซื้อน้ำมันยินดีติดสินบนในทุกรูปแบบเพื่อให้ได้น้ำมัน Basra Light สิ่งที่นักวิจัยทั้งสองชี้ให้เห็นก็คือ คอร์รัปชั่นมิได้เกิดขึ้นเฉพาะในเรื่องการซื้อน้ำมันเท่านั้น แต่เกิดขึ้นจากการจงใจทำให้มีราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น จนมีคนพร้อมที่จะให้สินบนเกินปกติ สิ่งที่ทั้งสองคนไม่อาจประเมินได้ก็คือสินบนเหล่านี้ถูกแบ่งกันระหว่างนายหน้า ผู้ซื้อ และอิรัคอย่างไร จึงได้แต่ประเมินยอดรวมของเงินคอร์รัปชั่น

คำถามก็คือเหตุใด UN จึงยอมให้ตั้งราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็น? นายโคฟี อันนัน โดนมรสุมเรื่องน้ำมันอิรักสาหัสพอควร แต่ก็เอาตัวรอดได้ มีหลักฐานว่าลูกชายของเขาเกี่ยวข้องกับการซื้อน้ำมันอิรัก ล่าสุดนายกรัฐมนตรีจอห์น โฮวาร์ด ของออสเตรเลียและพวกอีก 2 คน กำลังถูกสอบสวนอย่างหนักในเรื่องเกี่ยวพันกับการซื้อน้ำมันอิรักด้วย

งานวิจัยที่น่าสนใจของธนาคารโลกโดย Ben Olken พยายามศึกษาว่าเงินยืมจากธนาคารโลก เพื่อก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ในชนบทของอินโดนีเซีย รั่วไหลออกไปมากน้อยเพียงใด เขาพยายามค้นหาว่ายอดเงินที่ทางการอ้างว่า ใช้จ่ายในการก่อสร้างถนน กับค่าใช้จ่ายที่เขากับทีมวิศวกรคำนวณว่า ถนนนั้นควรต้องใช้จ่ายจริงๆ ต่างกันมากน้อยเพียงใด ตัวเลขที่ต่างกันนี้แหละคือขนาดของการรั่วไหลหรือขนาดของคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้น

Olken รวบรวมข้อมูลต้นทุน หิน ทราย ค่าแรง ค่าขนหิน ตลอดจนโสหุ้ยของ ผู้จัดหาวัสดุเหล่านี้ในระดับท้องถิ่นอย่างละเอียด เพื่อคำนวณหาค่าใช้จ่ายสร้างถนนตามที่ควรจะเป็นจริง เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับยอดเงินที่ทางการใช้จ่ายไป

เขาพบว่าโดยเฉลี่ยเงินรั่วไหลออกไปจากงบฯก่อสร้างประมาณร้อยละ 28 (อัศจรรย์ใจว่าช่างใกล้เคียงตัวเลขของไทยแลนด์ที่ได้ยินกันมา) โดยส่วนใหญ่ใช้วิธีการประหยัดวัสดุก่อสร้าง

ธนาคารโลกปัจจุบันใช้ระบบให้ชาวบ้านเป็นผู้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการก่อสร้างกันเอง เมื่อชาวบ้านประชุมพิจารณาแล้วว่างานก่อสร้างที่ผ่านไปเป็นที่น่าพอใจจึงจะได้รับเงินงวดต่อไป

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบของ Olken วิธีนี้ไม่ได้ผลเพราะเกิดปัญหาที่เรียกว่า "Free-Rider" กล่าวคือ ถ้ามีชาวบ้านคนใดฟิตตรวจสอบการก่อสร้าง ชาวบ้านคนอื่นก็ได้ประโยชน์ไปด้วย ดังนั้น จึงมักปล่อยให้กระทำไปคนเดียว แต่เมื่อคนเดียวนั้นตระหนักว่าถ้าปล่อยให้คนอื่นทำตนเองก็จะได้ประโยชน์ไปด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงโยนลูกกันไปมาและไม่เกิดการตรวจสอบอย่างจริงจังขึ้น

Olken จึงเสนอให้มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่สุ่มเลือกขึ้นมาเป็นผู้ตรวจสอบ (Auditors) โดยประกาศให้ทราบก่อนเริ่มโครงการ เพียงแค่ประกาศไอเดียไปก็สามารถลดการรั่วไหลไปได้ จนลดลงเหลือร้อยละ 20 ของงบฯก่อสร้าง

อย่างไรก็ดี ได้เกิดต้นทุนใน "การจ้าง" ผู้ตรวจสอบ และเกิดปัญหาคอร์รัปชั่นของผู้ตรวจสอบขึ้นในอีกลักษณะหนึ่ง แต่ก็ถือได้ว่าดีกว่าระบบเก่าที่ไม่มีระบบการตรวจสอบอย่างเป็นรูปธรรมจริงจัง

ถ้าอธิบายใช้ทฤษฎี Principal-Agent ซึ่งกล่าวว่าตัวแทน (Agent) จะมีทางโน้มไม่รักษาผลประโยชน์ของ Principal อย่างเต็มที่ แต่จะดูแลผลประโยชน์ของตนเองก่อนก็คือเจ้าหน้าที่ทางการเป็น Agent ทำหน้าที่สร้างถนนเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน (Principal) การคอร์รัปชั่นหรือการรั่วไหลของเงินงบประมาณก็คือต้นทุนที่เกิดจากการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้องของตัวแทน (Agency costs)

ธนาคารโลกซึ่งเป็นผู้ให้รัฐบาลอินโดนีเซียกู้ เสมือนเป็นตัวกลางที่ต้องการให้ Agent ทำงานอย่างมี Agency costs (คอร์รัปชั่น) เกิดขึ้นน้อยที่สุด แนะนำให้ใช้ระบบตรวจสอบโดยประชาชนกลุ่มหนึ่งเพื่อลด Agency costs ลง โดยยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อ "จ้าง" การตรวจสอบ

การรู้ว่ามีการรั่วไหลถึงร้อยละ 28 ของงบฯก่อสร้างก็คือ การรู้ขนาดของ Agency costs หรือขนาดของคอร์รัปชั่นนั่นเอง เมื่อรู้ขนาดของการรั่วไหลแล้วก็พอประเมินได้ว่าจะใช้กลยุทธ์ใด เพราะแต่ละกลยุทธ์ก็ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มเติมอีกมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันออกไป ในกรณีนี้ Olken คิดว่า ค่า "จ้าง" ตรวจสอบนั้นคุ้มกับ Agency costs ที่เกิดขึ้น และเป็นกลยุทธ์ที่น่าจะได้ผลภายใต้เงื่อนไขที่เป็นอยู่

คอร์รัปชั่นเป็นสิ่งชั่วร้ายสมควรปราบให้สิ้นไปจากแผ่นดินและสังคมของเรา อย่างไรก็ดีในระดับย่อย ในโลกแห่งความเป็นจริง การปราบปรามต้องทำไปอย่างเหมาะสมเป็นขั้นเป็นตอน อย่างมีกลยุทธ์ที่คำนึงถึงต้นทุนในการดำเนินงานด้วย

ถึงจะไม่รู้แน่ว่า "ปลากินน้ำ" ไปมากน้อยแค่ไหน แต่ก็จำเป็นต้องพยายามหยุด "การกินน้ำของปลา" ให้ได้

หน้า 6