หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ต้องกา "ช่องไม่ลงคะแนน"

คอลัมน์ ดุลยภาพดุลยพินิจ โดย ศาสตราจารย์ผาสุก พงษ์ไพจิตร มติชนรายวัน วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10245

วันอาทิตย์นี้ผู้ที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทุกคนต้องไปลงคะแนน และต้องกา "ช่องไม่ลงคะแนน" ท่านอาจจะไม่เห็นด้วย กับพรรคฝ่ายค้านที่บอยคอตการเลือกตั้งครั้งนี้ ท่านอาจจะไม่พอใจ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หรือนายสนธิ ลิ้มทองกุล ท่านอาจจะเบื่อผู้ชุมนุมอย่างเต็มที่ ท่านอาจอยากให้หรือไม่อยากให้มีการใช้มาตรา 7 จะรู้สึกอย่างไรก็ตาม ท่านต้องไปเลือกตั้งและกา "ช่องไม่ลงคะแนน" พ.ต.ท.ทักษิณประกาศว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการให้ประชาชนออกเสียง ว่าจะเอาหรือไม่เอาเขา แม้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความผิดปกติอย่างเหลือเชื่อ และได้สมญาว่าเป็นการ "เลือกตั้งกำมะลอ" แต่ถ้ามีแต่คนสนับสนุนพรรคไทยรักไทยไปเลือกตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณจะใช้จุดนี้เป็นข้ออ้างถูไถให้ตัวเองอยู่ในอำนาจต่อไป (ด้วยความร่วมมือของนิติบริกรที่ห้อมล้อมอยู่) ความเสียหายที่จะเกิดแก่สังคมไทยและประเทศชาติ จะยิ่งมีมากขึ้นเป็นทวีคูณ

มีเหตุผลที่ต้องไปออกเสียงเลือกตั้งและกา "ช่องไม่ลงคะแนน" 5 ประการ

1.ในกระบวนการยักย้ายถ่ายเทหุ้นเพื่อขายหุ้นบริษัทชินให้กับเทมาเส็ก มีร่องรอยการกระทำผิดกฎหมายหลายข้อ โดยเฉพาะประมวลรัษฎากร เกี่ยวกับรายได้พึงประเมิน พระราชบัญญัติความลับทางราชการ กฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตรา พูดถึงมาตรฐานสากลที่ถือปฏิบัติกันในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น หรือแม้แต่เกาหลีใต้ เมื่อผู้นำระดับนายกฯ มีส่วนพัวพันกับความผิดทางอาญาถึงขนาดนี้ แม้เรื่องจะยังไม่ถึงชั้นศาล คือ แค่ถูกสงสัยหรือมีมูล ผู้นำนั้นๆ ก็จะอยู่ในตำแหน่งไม่ได้เด็ดขาด ต้องลาออกไปนานแล้ว

2.พ.ต.ท.ทักษิณจะพยายามยึดเก้าอี้เอาไว้อย่างเหนียวแน่น เพราะการอยู่ในอำนาจจะช่วยไม่ให้เขาถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เขาต้องการอำนาจเพื่อปกปักษ์ตัวเอง ครอบครัว และพวกพ้อง จากการถูกลงโทษเข้าคุก ถูกปรับ หรือถูกตัดสินให้ละเว้นทางการเมือง การขายหุ้นชินครั้งนี้เปิดโปงให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะทำผิดในมาตรา 209 ของรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งกำหนดห้ามไม่ให้รัฐมนตรีมีส่วนได้เสียในธุรกิจใดๆ อันเป็นประเด็นที่สมาชิกวุฒิสภา นำโดยนายแก้วสรร อติโพธิ ได้ยื่นคำร้องต่อศาล รธน.ให้ไต่ส่วนเรื่อง "ซุกหุ้นภาค 2" แต่ศาล รธน.ไม่รับคำร้อง ซึ่งหากมีการสืบสวนและพบว่าผิดจริงจะต้องถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี

3.อีกเหตุผลที่จะต้องยึดโยงเก้าอี้เอาไว้ ก็เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณต้องการควบคุมกระบวนการปฏิรูป รธน. เขาและพรรคได้ประโยชน์จาก รธน.ปัจจุบันเป็นอย่างมาก และไม่มีความประสงค์จะแก้ไข รธน.นี้แต่อย่างใด อนึ่ง หากต้องการจะแก้ไขก็น่าจะทำไปแล้วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะพรรคไทยรักไทยมีเสียงข้างมากอย่างท่วมท้นในสภา

4.อีกเหตุผลหนึ่ง คือ ต้องการควบคุมสื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ต่อไป พ.ต.ท.ทักษิณได้รับความนิยมจากประชาชนในชนบทเป็นอย่างมาก เพราะนโยบายของเขาโดนใจประชาชน เพราะว่าเขาสร้างภาพความเป็น "เพื่อน" กับประชาชนอย่างที่ไม่มีนายกฯไทยคนใดเคยทำสำเร็จมาก่อน แต่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่นิยม เพราะสามารถควบคุมข่าวสารข้อมูล ที่ประชาชนในวงกว้างจะได้รับอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ผ่านการควบคุมข้อมูลสื่อโทรทัศน์และวิทยุ ประเด็นเรื่องเสรีภาพสื่อนั้นสำคัญมากต่อความเป็นประชาธิปไตยของเรา ทำไมเราจึงประสบอุปสรรคมากมายในความพยายามปฏิรูประบบสื่อตามที่กำหนดไว้ใน รธน. 2540 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การควบคุมโดยรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปสื่ออย่างชัดเจน ดังนั้น จะก้าวหน้าต่อไปจะต้องไม่มีเขา

5.พ.ต.ท.ทักษิณกำลังใช้เวทีปราศรัยหาเสียงกระจายข้อมูล เกี่ยวกับความสำเร็จของเขาอย่างบิดเบือน ไม่ตรงต่อความเป็นจริง และสร้างภาพมายาว่า เขาเท่านั้นที่จะนำประเทศไทย แต่ภายใต้การนำของเขา เศรษฐกิจไทยกลับกลายเป็นเศรษฐกิจ ที่มีความเปราะบางมากขึ้น มีความสุ่มเสี่ยงกับปัจจัยภายนอกต่างๆ มากขึ้นในแนวทางซึ่งจะเป็นผลเสียอย่างมหันต์ในระยะยาว

ที่บอกว่าเพิ่มทุนสำรองให้ได้กว่า 5.3 หมื่นล้านเหรียญ แต่ขณะเดียวกันหนี้ต่างประเทศก็สูงถึง 5 หมื่นล้านเหรียญ เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้ว ฐานะของประเทศไม่ดีมากอย่างที่เสนอ สำหรับอัตราการออมภาคครัวเรือนก็ลดลงจาก 14.4% ของจีดีพีเมื่อปี 2540 ขณะนี้เหลือ 5% ของจีดีพีเท่านั้นเอง ดังนั้น ประเทศจึงมีปัญหาว่ามีเงินออมที่ไม่เพียงพอ กับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่วางแผนว่าจะเพิ่มขึ้น

พ.ต.ท.ทักษิณสัญญาจะดำเนินโครงการประชานิยมต่างๆ ต่อไป และเสนอโครงการใหม่ๆ ใช้เงินมากอีกเป็นแถว แต่ผู้ฟังต้องตระหนักว่า เขาหมดเงินที่นำมาใช้กับโครงการเหล่านี้แล้ว และถ้าหากเขาจะหาเงินมาเพิ่มก็จะต้องเก็บภาษีทรัพย์สิน ที่ดิน ภาษีหุ้น ซึ่งจะกระทบกับตัวเอง ซึ่งเขาไม่พร้อมที่จะทำ ดังนั้น ข้อเสนอต่างๆ จึงเป็นสัญญาที่เลื่อนลอย

นอกจากนั้น ประเทศไทยยังมีชื่อเสียงเลวลงในเรื่องต่อไปนี้ คือ ระดับการคอร์รัปชั่น การเคารพหลักสิทธิมนุษยชน และการเคารพหลักการที่ว่ากฎหมายต้องบังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ประเด็นเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญในการจรรโลงระบอบประชาธิปไตยของประเทศและการสร้างสังคมที่ดี

ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลายต้องป้องกันไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาทำร้ายประชาธิปไตยของไทยอีก

ต้องออกไปเลือกตั้งแล้วกา "ช่องไม่ลงคะแนน"

หน้า 6