หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
(ผู้นำ) ประชานิยม เวียนว่ายตายเกิด

คอลัมน์ ดุลยภาพ ดุลยพินิจ โดย ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ สถาบันวิจัยสังคมและเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มติชนรายวัน วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10238

ไม่ช้าก็เร็วในที่สุดคุณทักษิณก็ต้องเว้นวรรคหรือจบชีวิตทางการเมือง ระบอบ ลัทธิ หรือปรากฏการณ์ทักษิณ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร โดยเฉพาะองค์ประกอบในส่วนของมิติด้านนโยบายประชานิยม ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่สำหรับสังคมไทย

ประสบการณ์ในต่างประเทศชี้ให้เห็นว่าประชานิยมเมื่อได้ฝังตัวแมัจะมีจุดเสื่อมและถดถอยแต่ก็เวียนกลับมาในบริบทใหม่

ผู้เขียนคิดว่าประเทศอาจเปลี่ยนผู้นำ หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนจากรัฐบาลไทยรักไทย ประชานิยมยังน่าจะอยู่กับสังคมไทย ในรูปแบบที่ต่างจากอดีต

ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าแม้สไตล์ประชานิยมของคุณทักษิณ จะทอนกำลังของสังคมไทยในระยะยาว อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ที่ผ่านมาความสามารถของเศรษฐกิจไทยในด้านความเจริญเติบโตและมีเสถียรภาพพอสมควร ยังไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจมหภาคมีปัญหาร้ายแรงผู้คนเดือดร้อน

โดยตัวมันเองนโยบายประชานิยมและความเป็นผู้นำประชานิยม หรือ Populist ยุทธศาสตร์การเมืองประชานิยม ในองค์ประกอบของระบอบทักษิณ ไม่ใช่มูลเหตุหลักของความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นเหตุหลักในการที่คุณทักษิณกำลังถูกขับไล่ให้ลงจากตำแหน่ง

ในแต่ละสังคมนโยบายและผู้นำประชาสังคมไม่ใช่มีสภาพสถิตย์ หรือ Static แต่มีพลวัตทั้งด้านอุดมการณ์ และนโยบาย รวมทั้งฐานสนับสนุนทางสังคม กระบวนการโลกาภิวัตน์เศรษฐกิจเสรีนิยม ที่ส่งเสริมการแข่งขันและมีการกำกับดูแลโดยรัฐที่ดี สามารถอยู่เคียงคู่ไปกับประชานิยม และช่วยให้ประชานิยมมีด้านที่เป็นมนุษย์ อยู่กับร่องกับรอย โดยเฉพาะเมื่อระบบ และกติกาทางการเมืองมีคุณภาพ

ในหลักการไม่ได้หมายความว่าผู้นำประชานิยมที่เก่งจะต้องโกงและเหลี่ยมจัดเสมอไป ชีวิตจริงในโลกนี้มีทั้ง Populist ที่ซื่อตรงไม่โกง และที่โกงมากโกงน้อย แต่ในที่สุดประเภทที่โกงจะอยู่ไม่ได้

คุณทักษิณและพวกเป็นผู้สร้างนวัตกรรมประชานิยมสำหรับประเทศไทย แต่กรอบความคิดเรื่องอุดมการณ์ขบวนการการเมือง เศรษฐกิจ ประชาธิปไตย ผู้นำแบบประชานิยมมีมานานแล้วในต่างประเทศ

Populism เป็นคำที่มีความหมายสับสนและกำกวมที่สุดในทางสังคมศาสตร์

Magaret Canovan จำแนกไว้อย่างน้อย 7 ความหมายหรือปรากฏการณ์

ตั้งแต่ขบวนการชาวนาหัวรุนแรงในปลายศตวรรษที่ 19 ของสหรัฐและการเกิดขึ้นของพรรคประชาชน การปฏิวัติสังคมเกษตรกรรม ให้เป็นสังคมนิยมผ่านปัญญาชน เช่น ประชานิยม Narodniki ในศตวรรษที่ 19 ของรัสเซีย และประเทศโลกที่สามในศตวรรษที่ 20 ประชานิยมของชาวนาในยุโรปในศตวรรษที่ 20 ที่ต่อสู้เพื่อยกฐานะของชาวนารายย่อย สู้กับนายทุน และลัทธิสังคมนิยม ไปจนถึงเผด็จการ Populist ที่ผู้นำที่มีบารมีชนะใจมวลชน เช่น เปรอง ในอาร์เจนตินา

หรือเช่นการมีกระบวนการประชาธิปไตยแบบ Populist เพื่อทำให้รัฐตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของประชาชน จากความคิดริเริ่มของประชาชน ผ่านประชาธิปไตยโดยตรง (Direct Democracy) เช่น การทำประชามติ หรือผู้นำประชานิยมปฏิกิริยาใช้ช่องว่างความแตกต่างทางความคิดเช่น เชื้อชาติ ผิว เป็นต้น

ในสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่แก่นแท้ของ Populism และผู้นำประเภทนี้คือความสามารถในการเข้าไปครองใจประชาชน หรือ The People จึงไม่น่าแปลกใจที่เห็นการทำการตลาดของคำขวัญของพรรคไทยรักไทยว่า ไทยรักไทย หัวใจคือประชาชน ผู้นำประชานิยมเป็นตัวแทนของประชาชน

คำว่าประชาชนนี้มีความหมายตั้งแต่ประชาชนโดยรวมเป็นหนึ่งเดียว อาจจะหมายถึงชาติหรือประเทศ หรือประชาชนของพวกเราเทียบกับพวกเขา ไปจนถึงสามัญชนชาวบ้านหรือคนธรรมดาทั่วๆ ไป

อุดมการณ์ซ้าย หรือ Marxist ตามแนวคิดของ Ernest Laclau ประชานิยมมักจะเกิดขึ้นในช่วงวิกฤติในวาทกรรมอุดมการณ์หลัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤติในสังคม

ขบวนการประชานิยมสะท้อนการเป็นปฏิปักษ์หรือการท้าทายระหว่างอุดมการณ์ประชาชนกับอุดมการณ์กลุ่ม ขั้ว หรือชนชั้นผู้มีฐานอำนาจในสังคมรวมทั้งรัฐ

เพราะฉะนั้น ฮิตเลอร์ เมาเซตุง เปรอง ล้วนเป็นผู้นำประชานิยมได้ทั้งนั้นในความหมายนี้

เพราะว่าวาทกรรมของอุดมการณ์ที่ประชาชนนำเสนอ อยู่ในรูปแบบการเป็นปฏิปักษ์ต่อกันและกัน ในความเห็นของ Canovan ในมิติเชิงโครงสร้าง ประชานิยมเป็นเรื่องของการครองใจและเป็นตัวแทนประชาชนอยู่กับฝ่ายตรงข้ามที่มีอำนาจ

ผู้นำประชานิยมท้าทายความคิดและคุณค่า อำนาจของชนชั้นผู้นำ สื่อ ปัญญาชน สถาบันวิชาการ ในเรื่องการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เพราะฉะนั้นประชานิยมสามารถมีมิติทางอุดมการณ์ได้เช่นกัน

ผู้นำประชานิยมโดยเนื้อแท้มีสไตล์ทางการเมืองที่ง่ายและตรง ลึกๆ แล้วเขาไม่ไว้ใจนักการเมือง ไม่ชอบระบบ ไม่ชอบระบบราชการที่มีหลายชั้นหลายขั้นตอน เขาต้องการสัมผัสกับประชาชนหรือผู้ตามโดยตรงทันทีทันควัน หรือ Spontaneous

คุณทักษิณจึงชอบงบกลาง ทัวร์นกขมิ้น เดินทางไปจังหวัดไหนก็แจกและให้สัญญาให้ความหวัง

ที่สำคัญคือ อารมณ์ หรือ Mood ของผู้นำประชานิยมเป็นอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น การเมืองจึงไม่ใช่เรื่องกิจวัตรที่จำเจ ประจำวัน ซ้ำๆ ซากๆ การเมืองเป็นเรื่องของการฟื้นฟู สร้าง และกู้ชาติ เพราะสังคมมีวิกฤต พรรคการเมืองเดิมไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ผู้นำประเภทนี้จึงต้องมีหรือสร้างภาพให้มีลักษณะพิเศษ มีบุญบารมี หรือ Charisma ประชาชนมองเขาบ่อยครั้ง เหมือนเทวดามาโปรด จะมาดับทุกข์และสร้างสุข

ในประวัติศาสตร์ประชานิยมถูกมองว่า เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย เมื่อมีผู้นำที่มีอำนาจอย่าง ฮิตเลอร์ หรือผู้นำประเภท Fascist ขึ้นมาฉ้อฉลอำนาจ และผู้ตามก็ถูกมองว่าเป็นผู้ไร้เหตุผล

ผู้นำ Populist มักใช้ภาษาที่สื่อกับประชาชนแบบง่ายๆ ใช้โวหารมากและมีลักษณะ Tabloid คุณทักษิณใช้ภาษาพูด ตอบโต้กับฝ่ายตรงข้าม เช่นพวกขาประจำ หรือกับคุณสนธิ คุณจำลอง พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้อย่างแสบสันต์ เช่น ไอ้พวกกุ๊ยข้างถนน เหม็นกว่าส้วมสาธารณะ เลี้ยงหมายังไม่รอดแล้วจะมากู้ชาติ หรือจะไม่โง่ ไม่บ้า ไม่โกง เป็นต้น

การมองประชานิยมเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมืองในความคิดของ Kurt Weyland ที่เน้นวิธีการและเครื่องมือในการชนะได้มา และใช้อำนาจก็น่าสนใจ

ยุทธศาสตร์ทางการเมืองกำหนดขีดความสามารถในการได้มา ซึ่งอำนาจ (Power Capability) ที่ผู้นำใช้ ผู้นำอาจเป็นปัจเจกชน กลุ่มไม่เป็นทางการหรือองค์กรตามกฎหมาย

ขีดความสามารถของอำนาจพื้นฐานสององค์ประกอบคือ

1) จำนวน (เช่น การลงคะแนน การสำรวจจากโพล การชุมนุมของมวลชน เป็นต้น)

2) น้ำหนัก การให้น้ำหนักพิเศษเฉพาะเช่นการแทรกแซงของทหาร กลุ่มทางสังคมที่มีพลังอำนาจ เป็นต้น เพราะฉะนั้นผู้นำประชานิยม ใช้การเลือกตั้ง การทำประชามติ การชุมนุมของมวลชน โพล เป็นกลไกในการระดม และแสดงออกถึงขีดความสามารถในอำนาจของตน

ในยามวิกฤตเมื่อผู้นำหลังพิงกำแพงกำลังจะสูญอำนาจ ฐานสนับสนุนมวลชนจะถูกนำมาใช้ คุณทักษิณจึงชอบอ้าง 19 ล้านเสียงอยู่เป็นประจำ รวมทั้งการระดมชาวบ้านมาสนับสนุนสู้กับกลุ่มพันธมิตร

การสนับสนุนของมวลชนที่แสดงต่อเปรองเมื่อกว่า 50 ปีก่อนก็ดี หรือประธานาธิบดี Fujimori ที่สามารถฉีกรัฐธรรมนูญคุมอำนาจทหารและชนะการเลือกตั้งในช่วงหนึ่งก่อนจะถูกขับไปในที่สุด หรือการที่อดีตประธานาธิบดี Collor แห่งบราซิล ที่อ้าง 35 ล้านเสียงที่เขาชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2532 เมื่อเผชิญกับข้อหาคอร์รัปชั่นเมื่อปี 2535 อย่างไรก็ตาม ฐานสนับสนุนของมวลชนของเขาอ่อนลงในที่สุดจึงถูกถอดถอนจากตำแหน่งประธานาธิบดี

กรณีทั้งหมดนี้สะท้อนข้อเท็จจริงที่ว่าประชานิยมและผู้นำโดยพื้นฐานขึ้นอยู่กับฐานสนับสนุนของมวลชน

ประชานิยมตามติดประชาธิปไตยเหมือนเงาจึงเป็นของคู่กันแยกกันไม่ออก

เมื่อใดที่ความฝันกับความเป็นจริงจากระบอบประชาธิปไตยมีช่องว่างมาก ความคาดหวังของประชาชนทั้งหมด หรือบางกลุ่มไม่ได้รับการตอบสนอง ประชานิยมจะผุดขึ้นมาในทุกที่

ในอุดมคติของประชาธิปไตยก็มีสองด้าน

ด้านอำนาจอธิปไตยของปวงชน ซึ่งทำให้เกิดรัฐบาลโดยประชาชน (Government by the people) โดยระบบตัวแทน และการใช้เสียงข้างมากเป็นระบบ Popular Democracy บอกถึงอำนาจของประชาชน

แต่รัฐบาลโดยประชาชนไม่จำเป็นจะต้องเป็นรัฐบาลเพื่อประชาชน (Government for the people) ซึ่งเป็นส่วนของ Constitutional Democracy เพื่อให้เกิดการประกันซึ่งสิทธิของประชาชน การตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจของตัวแทนประชาชน รวมทั้งการประสานผลประโยชน์ แก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม

เมื่อใดที่มีทั้งสองด้านของประชาธิปไตยมีช่องว่างไม่เกิดดุลยภาพ ประชานิยมก็จะผุดขึ้นมาตอบสนอง

ถ้าการเมืองเป็นเรื่องที่มากกว่าการให้เกิดเสถียรภาพ เสรีภาพของเสียงข้างน้อย การแก้ไขความขัดแย้งซึ่งเป็นหัวใจหลักของ Constitutional Democracy

แต่การเมืองเป็นเรื่องของการที่ประชาชนต้องการระบบและผู้นำทำให้ความฝันและการคาดหวังของเขาเป็นจริง Popular Democracy ที่เน้นอำนาจประชาชนมักทำให้ผู้นำแบบประชานิยมในระบบพรรคการเมืองแบบรัฐสภา หรือระบบประธานาธิบดี ใช้เสียงที่ได้มาอย่างท่วมท้น ทำอะไรได้ตามใจชอบจนถึงฉ้อฉลอำนาจ รวมทั้งครอบงำอำนาจและทำลายการตรวจสอบทุกรูปแบบ

คุณทักษิณและระบอบทักษิณทำมาให้เห็นแล้วจนต้องถูกขับไล่เร็วกว่าที่ควรจะเป็น

แต่คุณทักษิณไม่ใช่ข้อยกเว้น

ผู้นำประเภทนี้ในลาตินอเมริกามีให้เห็นอยู่เป็นประจำ และอำนาจที่มากล้นมักจะมากับการโกงและการดับสิ้นของอำนาจ

การเมืองภาคประชาชนและภาคประชาสังคมของไทยมีพัฒนาการและการเรียนรู้ที่ไม่เลว และดูจะมีพลังมากกว่าประเทศส่วนใหญ่ในละตินอเมริกา ที่ใช้ระบบประธานาธิบดี ซึ่งฐานพรรคการเมืองไม่เข้มแข็ง

ถ้าระบอบทักษิณจะถูกทำลายในเร็ววัน เมื่อความเสียหายยังไม่มากจนเกินไป

คุณูปการของการเมืองภาคประชาชนนอกสภาทุกรูปแบบโดยเฉพาะตั้งแต่ปลายปีที่แล้วเป็นต้นมา จะส่งผลใหญ่หลวงต่อการเปลี่ยนแปลงของการเมืองไทย

เพราะปรากฏการณ์ข้างต้นแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยยังมีอีกกลไกหนึ่งคือการเมืองภาคประชาชน ในการตรวจสอบรัฐบาลและผู้นำเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐบาลเพื่อประชาชนไม่ใช่เพียงรัฐบาลโดยประชาชนเท่านั้น

หน้า 6