หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
การใช้สิทธิเลือกตั้ง ปฏิเสธเผด็จการทักษิณาธิปไตย

โดย แก้วสรร อติโพธิ มติชนรายวัน วันที่ 07 มีนาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10223

ถาม ทักษิณเป็นเผด็จการตรงไหน ในเมื่อเขามาจากเลือกตั้ง

ตอบ คำว่า "ระบอบ" มีองค์ประกอบอยู่ 3 ส่วนด้วยกันคือส่วนตัว ระบบ, ส่วน ความเคลื่อนไหว และส่วน ความคิด ทั้งสามส่วนนี้ต้องไปด้วยกันจึงจะเรียกว่าเป็นระบอบประชาธิปไตย ถ้ามีแต่เลือกตั้งยังบอกไม่ได้ว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ต้องดูความเคลื่อนไหวและความคิดด้วยว่าเป็นไปในทางใด ตัวระบบเป็นเพียงสังขารเท่านั้นต้องดูชีวิตดูจิตใจด้วย เพราะเห็นทรงตัวได้ในแนวคิด เดินสองขามีมือมีไม้ อาจเป็นคนหรือลิงก็ได้ ต้องดูให้ดี

ถาม อาจารย์ดูแล้ว เห็นเป็นอย่างไร

ตอบ ทักษิณาธิปไตยมีความคิดและความเคลื่อนไหวเป็นเผด็จการ เห็นผู้คนเป็นเพียงเซลล์ของรัฐ เป็นดินน้ำมันที่ต้องถูกปั้นแต่งโดยกระบอกเสียงโฆษณาชวนเชื่อ และอามิสสินจ้างหลากรูปแบบ ใช้ตัวระบบด้วยความคิดเผด็จการ ข้าราชการต้องเป็นข้าของรัฐบาลไม่ใช่ข้าของบ้านเมือง งบประมาณแผ่นดินต้องเป็นงบของนายกฯ ตั้งงบกลาง งบกองสลากไปใช้ได้ตามอำเภอใจ ช่วงเลือกตั้งก็ต้องเอามาใช้ผ่านหน่วยราชการผลิตสื่อหาเสียงให้พรรครัฐบาลสูญเงินแผ่นดินนับพันล้านบาท ครั้นชนะเลือกตั้งแล้ว ประชาธิปไตยก็ไม่มีพื้นที่ทำงานเลย ทั้งในสภา ในคณะรัฐมนตรี และในตัวพรรคไทยรักไทยเอง ที่ป๋าเหนาะเขาบอกว่าไม่ใช่รัฐบาลพรรคเดียว แต่เป็นรัฐบาลคนเดียวนั้นถูกแล้ว และขอเติมไปอีกว่า นี่ไม่ใช่การปกครองในระบบรัฐสภาอีกต่อไปแล้ว เป็นระบบประธานาธิบดีแบบอีดี้อามีน จะเต็มตัวอยู่แล้ว ยังไม่เห็นกันอีกหรือ

ถาม ในเมื่อระบอบประชาธิปไตยไทย ถูกผีเผด็จการเข้าสิงสู่อย่างนี้ เราจะไล่ผีตัวนี้อย่างไร

ตอบ ถ้าเป็นผีเข้าจริงๆ ก็ดีสิ จะได้ใช้มีดหมอ ใช้ใบหนาดฟาดมันเข้าไป แต่นี่มันเป็นความฟั่นเฟือนในสมองของผู้คน ที่เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ต้องสู้กันด้วยข้อมูลข่าวสารการเรียนรู้สร้างเป็น กระแสแห่งการรู้แจ้ง ขึ้นมาให้ได้ การเลือกตั้งในครั้งนี้คือโอกาสดีที่สุดที่จะผลักดันกระแสนี้ขึ้นมาให้เป็น การเรียนรู้ของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ถ้าทำได้สำเร็จ จะมีข่ายคนรู้ทันทักษิณเกิดขึ้นเต็มเมือง มีข่ายการสื่อสารทั่วถึงกัน เคลื่อนไหวเติบใหญ่ไปทั่วหัวระแหง ความฟั่นเฟือนก็จะเลือนหายไป ซึ่งก็คือการก่อนกำลังของผีเผด็จการนี้ไปในตัวนั่นเอง

ถาม ถ้าวิธีคิดเป็นอย่างนี้ แล้วเราจะร้อง "ท้ากษิณณณณ ออกไป" กันไปทำไม

ตอบ นั่นเป็นการต่อสู้อีกรูปแบบหนึ่ง ผมก็ไปนั่งร่วมชุมนุมกับเขาด้วย แต่ไปอย่างเป็นตัวของตัวเองไม่ใช่ม็อบ ที่จะนำไปขวาไปซ้ายได้ตามใจนะครับ ในที่สุดแล้วจะลงเอยกันอย่างไร ยังผลให้เขาออกจากทำเนียบหรือไม่ ไม่มีใครทำนายได้ ผมได้แต่ขบคิดและนำเสนอแนวทางเอาชุดความคิดแบบทักษิณาธิปไตยออกไปจาก บ้านเมือง ให้ความลุ่มหลงฟั่นเฟือนมันบรรเทาลง ให้เห็นเป็นแนวทางต่อสู้อีกยุทธศาสตร์หนึ่งเท่านั้นครับ

ถาม ที่ว่าต้องอาศัยการเลือกตั้งครั้งนี้ สร้างกระแสรู้ทันทักษิณขึ้นมาให้ได้นั้น หมายความว่าอย่างไรครับ

ตอบ การเลือกตั้งเป็นโอกาสที่กระแสไม่เอาทักษิณ จะสามารถระดมกำลังและสร้างชัยชนะร่วมกันได้อย่างกว้างขวาง และเห็นเป็นรูปธรรมที่สุด การเลือกตั้งปกติถ้าไม่เอาทักษิณก็ต้องไปเอาประชาธิปัตย์ มหาชน หรือชาติไทย ทำให้รู้สึกอิหลักอิเหลื่อกันไม่น้อย แต่มาคราวนี้ ไม่มีภาพของกบเลือกนายอีกต่อไป เสียงไม่เอาทักษิณ จะต้องออกจากบ้านมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันให้มากที่สุด แล้วกาช่องลงคะแนนไม่ขอเลือกใคร ซึ่งก็คือไม่ขอไว้วางใจพรรคไทยรักไทย นั่นเอง ได้เสียงนี้มากเท่าใดผีเผด็จการตัวนี้ ก็จะเสียเส้น หมดมุข กลายเป็นตัวตลก มากขึ้นทุกที ภาพน่าลุ่มหลงศรัทธาจะเลือนหายไปทุกขณะ

แต่สิ่งที่สำคัญจริงๆ จะอยู่ที่กระแสตื่นรู้ของสังคม ที่จะเริ่ม เรียนรู้ และมั่นใจในชัยชนะในพลังมวลชน ที่ปรากฏตัวจากการรณรงค์ในครั้งนี้ การรวมตัวและเคลื่อนไหวจะเติบใหญ่ต่อไปโดยธรรมชาติ ไม่ต้องรอการนำจากใคร ตรงนี้คือการเริ่มต้นปฏิรูปการเมืองที่แท้จริงในส่วนความคิด ความเคลื่อนไหว หากภายหลังผสานด้วยการปฏิรูปตัวระบบ คือรัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อใด ผีทักษิณาธิปไตยก็จะถูกไล่ออกไปจากจิตวิญญาณ และสังขารของระบอบประชาธิปไตยไทยในที่สุด

ถาม ทำอย่างนี้ไม่ผิดกฎหมายหรือครับ

ตอบ นี่คือสิทธิพื้นฐานทางการเมืองของประชาชนที่จะปฏิเสธและขัดขืนเผด็จการในคราบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญ มาตรา 65 ได้รองรับไว้ชัดเจนแล้วว่า เราย่อมมีสิทธิขัดขืนพรรคการเมืองที่ยึดอำนาจในระบบโดยผิด "วิถีทาง" ประชาธิปไตย เป็นสิทธิโดยสมบูรณ์ที่มีอยู่แล้ว และไม่มีกฎหมายใดมาแทรกแซงได้

ถาม แล้วการรณรงค์ "ให้ช่วยกันไปไม่เลือกไทยรักไทย" นี่ ไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือครับ

ตอบ ไม่ผิดแน่นอน เป็นสิทธิเด็ดขาดของเราที่จะกาบัตรเลือกตั้งช่องไหนก็ได้ เป็นสิทธิโดยชอบของเราที่จะสื่อสารถึงกันว่า ควรเลือกหรือไม่เลือกอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ว่าเราจะเป็นพรรคการเมืองหรือไม่ก็ตาม ทำกันได้ทุกคนทุกกลุ่มเป้าหมาย ในกลุ่มพนักงานบริษัทก็ได้ ในมหาวิทยาลัยก็ได้ ในชมรมนักธุรกิจก็ได้ ศิษย์เก่าก็ได้ สภากาแฟพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ก็ช่วยกันทำได้ทั้งนั้น เป็นสิทธิของเราที่ทำได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องมีกฎหมายใดมารับรองเลย

สำหรับในกฎหมายเลือกตั้งนั้น ก็ห้ามไว้แต่เพียงว่า อย่ารณรงค์ไม่ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และห้ามใช้วิธีการที่ผิดกฎหมาย ใช้เงินทอง หรือข่มขู่ หรือใส่ร้ายป้ายสีด้วยความเท็จเท่านั้นเอง ประเด็นรากฐานจริงๆ จึงอยู่ที่ความตื่นรู้ของผู้คนเท่านั้น ว่าจะตระหนักและกล้ายืนหยัดในสิทธิพื้นฐานทางการเมืองของความเป็นคนในข้อนี้หรือไม่เท่านั้นเอง

ถาม ถ้าเราไม่แอนตี้การเลือกตั้ง แต่ให้ช่วยกันไปใช้สิทธิแอนตี้ไทยรักไทยอย่างนี้แล้ว แล้วใครควรจะเป็นคนเริ่มขบวนการรณรงค์ครั้งนี้ครับ

ตอบ กลุ่มการรวมตัวนอกภาครัฐทั้งหมดทั้งที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ ไม่ว่าทางการเมืองเช่นพรรคการเมือง หรือองค์กรนักศึกษา กลุ่มผู้ใช้แรงงาน กลุ่มคณาจารย์ สมัชชาคนจนเหล่านี้ล้วนแต่ทำได้ด้วยตนเองทั้งสิ้น อาจมีศูนย์กลางช่วยพัฒนาสื่อและข้อมูลต่างๆ เท่านั้นก็ได้ อย่าจัดตั้งอย่าชี้นำอะไรกันให้มากนัก เพราะการเบิกบานตามธรรมชาติเช่นดอกไม้บานร้อยดอกนั้น คือธรรมชาติที่เป็นพลังสำคัญที่สุดของยุทธศาสตร์นี้

ถาม มีอะไรจะฝากถึงพรรคฝ่ายค้านไหมครับ

ตอบ ขอแสดงความชื่นชมในความเข้มแข็งทางปัญญาและจิตใจของทุกท่าน นี่ไม่ใช่การชิงอำนาจขึ้นปกครองประเทศ แต่เป็นการต่อสู้กู้ประชาธิปไตย และประเทศชาติคืนมาจากเผด็จการ ท่านคงต้องเร่งเปลี่ยนวิธีคิดวิธีทำใหม่ ให้ก้าวเดินไปพร้อมกับประชาชน ขณะเดียวกันท่านต้องใช้โอกาสนี้พัฒนาตนเอง ให้พร้อมที่จะเข้าดูแลเยียวยาประเทศชาติ หลังยุคทักษิณด้วยต้องขยายฐาน ต้องสร้างนโยบาย และเตรียมผู้นำ ให้ประชาชนมั่นใจและเชื่อถือยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ผมเชื่อมั่นว่าหากท่านเดินทั้งสองแนวทางนี้ควบคู่กันไป ท่านจะกลายเป็นคนใหม่ คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อชาติและประชาธิปไตยได้จริงๆ ในบั้นปลาย

ถาม แนวทางนี้จะสู้ตู้ ปณ. 888 ได้หรือครับ

ตอบ นั่นเป็นเทคนิคบิดเบือนมวลชน เหมือนกับกรณีพับนกโปรยลงสามจังหวัด เมื่อใดที่ทักษิณาธิปไตย เขาต้องการปกปิดซ่อนความรับผิดชอบของตนเอง และประทับตราบาปให้กระแสต้าน เขาจะชูจุดยืนส่วนรวมขึ้นมาทันทีว่าใครต้องการสันติบ้าง หากต้องการก็ขอให้พับนกหรือส่งไปรษณียบัตรมาให้เขา ทุกคนฟังแล้วก็ส่งมาทันทีเพราะต่างก็รักสันติอยู่แล้ว ทำได้อย่างนี้เขาก็ได้ภาพรักสันติตามไปด้วย กระแสต้านก็ตกเป็นผู้ก่อความไม่สงบไปในทันที นี่คือแผนการตลาดที่หน้าด้านมาก ใช้ปกปิดความรับผิดชอบ และต้อนฝ่ายตรงข้ามให้โดดเดี่ยว ล่อลูกค้าให้ติดเบ็ดได้ง่ายๆ เลยทีเดียว

คนที่ใช้กลยุทธ์แบบนี้กับประชาชนต้องเจ้าเล่ห์เจ้ากล ไม่มีคำว่า "ความชอบธรรม" อยู่ในพจนานุกรมเลยจริงๆ

ถาม แล้วเขาจะใช้เทคนิคนี้ต่อสู้กับขบวนการรณรงค์เลือกตั้งแอนตี้ไทยรักไทย อีกไหมครับ

ตอบ เขาคงพยายามสู้สุดชีวิตว่านี่คือการทำลายระบบ แต่ก็ไปไม่รอดเพราะนี่คือ การปฏิเสธระบอบของเขามากกว่า เป็นการต่อสู้โดยสงบ ตามสิทธิพื้นฐานโดยแท้ ไม่เกี่ยวกับสมบัติส่วนกลาง คือความสงบสันติที่ตรงไหน ตัวเองมีดีมีเด่นตรงไหนก็โฆษณามาสิครับ ที่กล่าวหากันไว้ก็แก้ตัวมา ก็เท่านั้น ซึ่งตรงนี้จะเป็นการต่อสู้ในด้านการสื่อสาร ที่ทัดเทียมกันมาก เพราะเขาถูกกฎหมายเลือกตั้งกดคอเขาอยู่ว่า ห้ามใช้สื่อวิทยุทีวีหาเสียง ภายใต้เงื่อนไขนี้ยุทธศาสตร์ดอกไม้บานร้อยดอกนี่ จะทำให้เขาตกเป็นฝ่ายตั้งรับไปตลอด เปลี่ยนสถานะภาพจาก "ขาลง" ไปเป็น "ขาร่วง" ได้เลยทีเดียวล่ะครับ

ผมขอขอบคุณฝ่ายค้านอีกครั้งหนึ่ง ที่กล้าตัดสินใจให้โอกาสอันวิเศษเช่นนี้แก่ประชาชนและประชาธิปไตย เพื่อเอาประเทศไทยของเราคืนมา

หน้า 6