|
||||||||||||||
|
วิกฤติคือโอกาส
สู่ภพภูมิใหม่แห่งการพัฒนา
ประเวศ วะสี กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2549 ขณะนี้ สังคมไทยโดยรวมกำลังตื่นตัวทั่วพร้อมอย่างไม่เคยมี แต่ขณะเดียวกัน หลายคนมีความรู้สึกตีบตัน หมดหวัง เศร้าหมอง ว่าการเมืองมาถึงทางตัน หวั่นวิตกว่าจะเกิดความรุนแรงนองเลือดหรือจลาจล วิกฤติคือโอกาส เพื่อนคนไทยครับ การหาเป็นเช่นนั้นไม่ ท่านทั้งหลายควรมองในแง่ดีและปีติยินดี เพราะวิกฤติคือโอกาส โอกาสที่สังคมไทยจะยกระดับไปสู่ภพภูมิใหม่แห่งการพัฒนา สังคมไทยโตเต็มภพภูมิเดิมแล้ว พัฒนาต่อไปไม่ได้แล้วในภพภูมิเดิม ถ้ายังติดอยู่ในภพภูมิเดิมมันจะตาย ต้องทะลุไปสู่ภพภูมิใหม่จึงจะเติบโตต่อไปได้ ภพภูมิใหม่แห่งการพัฒนา ลูกไก่ที่อยู่ในไข่ เมื่อเติบโตขึ้นจนคับไข่ ถ้าไม่สามารถจิกเปลือกไข่ออกไปสู่ภพภูมิใหม่นอกเปลือกไข่ มันจะวิกฤติอย่างยิ่งและตาย เด็กที่อยู่ในครรภ์มารดาก็เช่นเดียวกัน เมื่อโตเต็มภพภูมิแห่งชีวิตในครรภ์ แม่จะเจ็บท้องอย่างยิ่งวิกฤติอย่างยิ่ง เด็กต้องออกไปสู่ภพภูมิใหม่นอกครรภ์จึงเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ แต่ถ้าออกไม่ได้จะตายทั้งแม่และลูก วิกฤตการณ์ของไทยคราวนี้ ก็เพราะชีวิตใหม่กำลังจะเกิด คนไทยจึงควรเข้าใจ ไม่พึงเศร้าหมอง พึงมองในแง่ดี มีสติ มีปัญญา พึงช่วยกันให้มีการเกิดดี เพื่อให้สังคมไทยเติบโตในภพภูมิใหม่ได้อย่างแข็งแรง
น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย เราได้ยินเรื่องกบอยู่ในหม้อน้ำ ถ้าน้ำค่อยๆ ร้อนขึ้นทีละน้อยๆ กบมันไม่กระโดดหนี เมื่อน้ำร้อนถึงขนาดมันจะตาย แต่ถ้าน้ำร้อนขึ้นโดยกะทันหัน กบมันจะกระโดดหนีและรอดชีวิตได้ นี้แม้ฉันใด สังคมไทยก็เช่นเดียวกัน มีปัญหาหมักหมมเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่ากลัว แต่คนไทยก็ไม่รู้สึกตัว ทั้งปัญหาในโครงสร้างและวิธีคิดของตัวเอง และอันตรายที่รุกรานเข้ามาจากภายนอกในรูปของอารยธรรมตะวันตกอันขาดคุณธรรมและจริยธรรม น่าขอบคุณคุณทักษิณที่มาเร่งไฟหม้อน้ำให้ร้อนขึ้นอย่างกะทันหัน ระอุไปทั้งประเทศ ทำให้กบกระโดดกันใหญ่ เพราะกบกระโดดกันใหญ่นี่แหละจึงรอดตาย
ประเทศไม่วิกฤติปฏิรูปไม่ได้ ประเทศต่างๆ เมื่อดำเนินไปๆ จะสะสมสิ่งที่ไม่ถูกต้องไว้ในวิธีคิดและโครงสร้าง ทำให้แก้ปัญหาต่างๆ ไม่ได้ แต่ก็ปฏิรูปไม่ได้ถ้าไม่วิกฤติประเทศไทยสะสมสิ่งไม่ดีอยู่ในตัวเป็นอย่างมาก เช่น การเมืองแบบศรีธนญชัย ระบบราชการที่ขาดประสิทธิภาพ ระบบการศึกษาที่ผิดๆ การขาดความยุติธรรมและความเป็นธรรมทางสังคม ความเฉยเมยทางสังคมและทางวิชาการ สิ่งเหล่านี้สลัดออกไปได้ยากถ้าไม่วิกฤติ
ไม่มีครั้งใดที่สังคมไทยตื่นตัวเรียนรู้ถึงขนาดนี้ ปกติสังคมไทยค่อนข้างเฉยเมยต่อการเรียนรู้ แต่ขณะนี้ ไปที่ไหนก็มีแต่คนพูดเรื่องศีลธรรมจริยธรรมเต็มไปหมด เมื่อก่อนพระก็สอนเรื่องคุณธรรมจริยธรรม แต่สังคมไทยก็ไม่ค่อยตื่นตัวเท่าใด แต่คราวนี้มีปัญหาเรื่องผู้ปกครองทำผิดศีลธรรม ซึ่งบางคนก็ว่าขาดทศพิธราชธรรมหรือธรรมของผู้ปกครองทุกข้อ จึงมีความตื่นตัวเรื่องศีลธรรมคุณธรรมจริยธรรมกันมาก ทุกฝ่ายกำลังเรียนรู้ว่า การที่ทุนขนาดใหญ่เข้ามายึดอำนาจทางการเมืองก็ไม่สามารถปกครองได้ การเรียนรู้ครั้งใหญ่ของสังคมขณะนี้ จะปลุกจิตสำนึกและปลุกจิตวิญญาณของประเทศขึ้น ซึ่งเป็นคุณต่ออนาคตยิ่งนัก
การเมืองไม่ได้มีแต่การเมืองของนักการเมือง แต่มีการเมืองของพลเมืองด้วย การเมืองไม่ได้มีแต่การเมืองของนักการเมืองเท่านั้น ประชาธิปไตยไม่ได้มีแต่การเลือกตั้งเท่านั้น ประชาธิปไตยที่แท้ ต้องอยู่บนพื้นฐานของ ศีลธรรม คือการเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน มีการกระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันหลากหลาย และมีการเมืองของพลเมือง หรือการเมืองภาคประชาชนด้วย การชุมนุมใหญ่ได้อย่างสันติเป็นความก้าวหน้าของประเทศไทย การชุมนุมด้วยสันติวิธีเป็นรูปธรรมอย่างหนึ่งในระบอบประชาธิปไตย การชุมนุมใหญ่เมื่อ 4, 11 และ 26 กุมภาพันธ์ 2549 โดยไม่มีความรุนแรง นับเป็นความก้าวหน้าก้าวใหญ่ของประชาธิปไตย ที่สมควรยกย่องชมเชยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุม ฝ่ายรักษาความสงบ และรัฐบาล มีผู้เล่าว่าตำรวจที่มาดูแลนั้นน่ารักมาก ทั้งตำรวจหญิงและตำรวจชาย ยิ้มแย้มแจ่มใสและมีน้ำใจแก่ผู้มาชุมนุม รัฐบาลก็ไม่กล้าใช้ความรุนแรง เพราะถ้าใช้ความรุนแรงเมื่อใดรัฐบาลพังทันที สิ่งใหม่ที่ดี จะผุดบังเกิดขึ้นอย่างมหัศจรรย์ สังคมปัจจุบันเป็นระบบที่ซับซ้อน (Complex System) คนไทยยังเข้าใจปรากฏการณ์ในระบบที่ซับซ้อนน้อย ทฤษฎีแห่งความซับซ้อนเป็นทฤษฎีวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าที่สุด ในระบบที่ซับซ้อนจะเกิดสภาวะโกลาหล (chaos = เค-ออส) ขึ้นได้จากสิ่งเล็กๆ เขาเรียกว่าปรากฏการณ์ผีเสื้อกระพือปีก เปรียบประดุจว่า การกระพือปีกของผีเสื้อตัวหนึ่งอาจทำให้เกิดลมสลาตันขึ้นที่อื่นที่ห่างไกลได้ ฉะนั้นในการเมืองภาคประชาชนจะต้องไม่ลืมเป็นอันขาด ว่าจะต้องให้นักวิชาการเข้ามาทำงานหนัก ในการใช้ความรู้ข้อมูลหลักฐานคลี่ความซับซ้อนและดำออกมาให้สว่าง ให้การเมืองภาคประชาชนรู้ความจริง จับต้องได้ และจัดการแก้ไขได้ เพื่อให้ประชาชนและสังคมพ้นภัยจากการทำร้ายโดยระบบที่ซับซ้อนและดำเหล่านี้ การเลือกตั้ง การคว่ำบาตรการเลือกตั้ง การชุมนุมประท้วง ก็ทำกันไปอย่าไปตกอกตกใจ เมื่อการเมืองภาคประชาชน ดำเนินไปอย่างเข้มข้นและถูกต้อง ประเดี๋ยว "ธรรมะจัดสรร" เอง ให้มีทางออกอย่างมหัศจรรย์ โดยบอกล่วงหน้าไม่ได้ว่าคืออย่างไร ต้องช่วยกันทำวิกฤติให้เป็นโอกาส ที่สังคมไทยจะสลัดตัวออกจากภพภูมิเก่าอันคับแคบและเน่าเหม็น ไปสู่ภพภูมิใหม่ของการพัฒนาที่เปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง เพื่อให้ศีลธรรมนำการเมือง และศีลธรรมเป็นพลังขับเคลื่อนสัมมาพัฒนา จึงจะเกิดศานติสุขถาวรในสังคมไทย
|