หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วย 'การทะเลาะกันทางการเมือง'

หน้าต่างความคิด : เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณะเศรษฐศาสตร์  กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2549

ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงขณะนี้ กระแสโจมตีนายกรัฐมนตรีและพรรคไทยรักไทยเกิดขึ้นต่อเนื่องจากผู้คนหลายฝ่าย

แต่ที่สร้างความฮือฮาได้มากที่สุดก็คือการเคลื่อนไหวของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำเอาเรื่องราว เกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลของนายกรัฐมนตรีและบุคคลรอบข้างมาตีแผ่ ไม่ว่าเรื่องเหล่านั้นมีมูลความจริงมากน้อยเพียงใด เราก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ปรากฏการณ์นี้ได้ทำให้สังคมไทยได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเชิงลึกมากขึ้นกว่าเดิม

การชุมนุมเรียกร้อง การออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะรัฐบาลเป็นสิ่งที่เราได้ยินได้เห็นกันตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเช่น การรวมตัวกันของครูเพื่อคัดค้านการถ่ายโอนอำนาจไปยังองค์กรส่วนท้องถิ่น การออกมาคัดค้านการทำ FTA กับสหรัฐอเมริกาของเครือข่ายกลุ่มต่างๆ การออกมาท้วงติงของอาจารย์ธีรยุทธ์ บุญมี และเรื่องราวอื่นๆ อีกหลายกรณี

แน่นอนว่านายกรัฐมนตรีและสมาชิกพรรคไทยรักไทยก็มิได้นิ่งเฉย มีการตอบโต้แลกหมัดอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน กับผู้ที่ถูกมองว่าไม่ประสงค์ดีต่อท่านผู้นำและลูกพรรค จนหลายคนอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบการตอบโต้ไปๆ มาๆ ว่าเหมือนละครน้ำเน่าทางการเมือง ดูไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา บางคนทนเบื่อไม่ได้ก็เลยพาลเลิกดูเลิกติดตามข่าวไปเลยก็มี

ในทางเศรษฐศาสตร์นั้น การทะเลาะกันทางการเมืองนี้เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตราบใดที่คนแต่ละกลุ่มมีความเห็นไม่ตรงกัน หรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาล และจำเป็นต้องออกมาปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง

หากเรามองว่าการเมืองเป็นการบริการประเภทหนึ่งแล้ว นักการเมืองก็คือผู้เสนอขายบริการด้านการเมืองต่างๆ เช่น การกำหนดนโยบาย การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากร โดยประชาชนเป็นผู้ซื้อบริการเหล่านี้

เงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งที่จะทำให้ตลาดสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือ ความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้า ซึ่งในตลาดการเมืองนั้น ผู้ซื้อส่วนใหญ่มีข้อมูลเกี่ยวกับนักการเมืองที่เป็นตัวเลือกของเขาน้อยมาก ช่องทางการรับข้อมูลก็ถูกจำกัดไว้แค่ไม่กี่ทาง ส่วนใหญ่ก็เป็นการรับข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และการพูดคุยรับฟังจากคนรอบข้าง ข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลที่ไม่ลึก บ่อยครั้งที่ข้อมูลเหล่านี้ได้รับการแต่งแต้มเสียจนไม่สามารถจับเค้าของเดิมได้อีก ครั้นจะให้ทุกคนคอยไปขุดคุ้ยสืบหาข้อมูลกันเองให้ครบถ้วนก็ต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ลองคิดดูว่า หากชาวบ้านคนหนึ่งต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ CTX หรือเงื่อนไขต่างๆ เกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องบินรบซู 30 จากรัสเซีย เขาจะต้องลำบากแค่ไหน

ด้วยต้นทุนในการหาข่าวสารที่สูง ประกอบกับอุปสรรคนานัปการนี้เองที่ทำให้คนส่วนใหญ่ตัดสินใจที่จะไม่สืบหาข้อมูลเพิ่มเติม ตลาดการเมืองจึงเป็นตลาดที่มีผู้ซื้อและผู้ขายมีข่าวสารข้อมูลไม่เท่าเทียมกัน ในขณะที่นักการเมืองซึ่งเป็นผู้ขายบริการ มีข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองจะขายอย่างเพียบพร้อมสมบูรณ์ ประชาชนในฐานะผู้ซื้อกลับมีข้อมูลอยู่เพียงหยิบมือเดียว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมผู้ซื้อจึงถูกเอาเปรียบอยู่ร่ำไป

กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ที่ออกมาประท้วง เรียกร้อง หรือแม้แต่ขับไล่รัฐบาลนั้น ส่วนใหญ่แล้วเขาไม่ได้มาตั้งเวลาด่าทอแต่เพียงอย่างเดียว แต่มักจะทำการบ้านมาเป็นอย่างดี มีการตีแผ่ประเด็นต่างๆ เป็นฉากๆ เพื่อให้เราเห็นข้อดีข้อเสีย โดยหวังว่าจะจูงใจให้คนส่วนใหญ่ในสังคมคล้อยตาม เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการเคลื่อนไหวของตนเอง

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะมีคนคล้อยตามหรือไม่ กลุ่มผู้เคลื่อนไหวเหล่านี้ก็ได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคม เนื่องจากผลพลอยได้ประการหนึ่งจากการกิจกรรมของพวกเขา ก็คือการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ให้แก่คนส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถค้นหาเรื่องราวเหล่านี้ได้โดยลำพัง โดยที่ผู้รับข่าวสารแทบจะไม่มีต้นทุนในการรับข้อมูลเพิ่มขึ้นเลย แถมข้อมูลเหล่านี้ยังช่วยให้การตัดสินใจเลือกใช้บริการนักการเมืองมีความถูกต้องรัดกุมมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ดังนั้น หากเราปิดหูปิดตา ไม่รับฟังความเห็นจากกลุ่มคนเหล่านี้เอาเสียเลย ก็เหมือนกับเราเปิดไฟเขียวให้แก่ผู้ที่คอยจะเอารัดเอาเปรียบเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากความไม่รู้ของเราได้ง่ายขึ้น

ถ้าเราอยากเห็นนักการเมืองประพฤติตัวในแบบที่ควรจะเป็น พวกเราในฐานะสมาชิกของสังคม จำเป็นต้องสร้างความรู้เท่าทันให้เกิดขึ้น เพราะความรู้เท่าทันของประชาชนคือสิ่งที่คอยควบคุมพฤติกรรมของนักการเมือง ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางมากจนเกินควร คราวหน้าหากได้ยินข่าวเกี่ยวกับการประท้วง การชุมนุมเรียกร้อง หรือการออกมาแฉข้อมูลลับต่างๆ ลองใช้เวลาฟังดูสักนิด แล้วค่อยเปลี่ยนช่องไปฟังเพลงหรือดูละครนะครับ