|
||||||||||||||
|
ระวัง Dumpster
Diving
โดย วรากรณ์ สามโกเศศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มติชนรายวัน วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10204 นักเรียนหรือนักศึกษาหลายคนที่เคยเรียนในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย หรืออังกฤษ ต้องเคยกระทำสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า Dumpster Diving หรือ Dumpstering ค่อนข้างแน่นอน ความสำคัญของมันก็คืออาจนำไปสู่การรั่วไหล ของความลับทางธุรกิจได้อย่างไม่ยากนัก Dumpstering ในภาษาอเมริกัน หรือ Skipping ในประเทศอังกฤษ หมายถึงพฤติกรรมของการรื้อค้นขยะ เพื่อหาสิ่งของมีประโยชน์ที่ถูกโยนทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นขยะจากบ้านหรือแหล่งธุรกิจ ฟังดูแล้วอาจรู้สึกขยะแขยง แต่ในความเป็นจริงแล้ว "ขยะ" ที่พูดถึงนี้บ่อยครั้งถูกวางไว้หน้าบ้านอย่างดีเพราะเจ้าของไม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์รุ่นเก่า โซฟา เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ ฯลฯ ที่ยังใช้งานได้ดีแต่เจ้าของไม่รู้จะกำจัดมันอย่างไร บ่อยครั้งที่มีคนยากจนในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ยุโรป เป็น Dumpsters ในขยะจากร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต เนื่องจากในประเทศเหล่านี้ผู้ค้ามักโยนทิ้งสินค้าประเภทอาหารที่ใกล้หมดอายุเนื่องจากเปลืองพื้นที่หรือสินค้าบางอย่างที่มีตำหนิ Dumpsters เหล่านี้แตกต่างจากพวกที่กระทำสิ่งที่เรียกว่า Curbing ซึ่งได้แก่ การรื้นค้นขยะจากถังขยะที่ตั้งอยู่ริมถนน ในบ้านเราการทำมาหากินของกลุ่มซาเล้งไม่ใช่ Curbing แต่ใกล้ไปทาง Dumpstering มากกว่า Dumpstering หรือ Skipping เป็นเรื่องดังขึ้นมาเพราะรายการ Changing Rooms ของ BBC ที่แสดงให้เห็นว่า การปรับปรุงตกแต่งบ้านให้สวยงามขึ้นนั้นสามารถทำได้ด้วยการ Skipping เพราะมีทั้งวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าดีๆ และเฟอร์นิเจอร์ที่ผู้คนโยนทิ้งมากมาย เรื่องนี้มีข้อคิดว่าผู้คนทั่วไปยังมิได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริงจากสิ่งที่ตนซื้อมาใช้ มักโยนทิ้งไปเพราะมีรุ่นใหม่ออกมา ทรัพยากรการเงินอันมีจำกัดของทุกคนไม่ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าถ้าใครมีสมอง และความมุ่งมั่นอย่างไม่อายใครแล้วก็สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ตนเองพึงประสงค์ได้ "ซาเล้ง" ของบ้านเราพิสูจน์ให้เห็นโดยไม่ต้องมีรายการนี้มาให้ดูว่า การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพนั้นสามารถทำได้ "ซาเล้ง" ค้นหาวัสดุ อุปกรณ์ที่ผู้คนโยนทิ้งแล้วเอาไปขายอีกต่อหนึ่งอย่างหมดจด อย่างช่วยให้ไม่ต้องมีคนมาช่วยขนเศษของ จากก้นซอยลึกไปทิ้งแต่อย่างใด "ซาเล้ง" โดยแท้จริงนับว่ามีบทบาทอย่างสำคัญอย่างเป็นระบบทั้งประเทศมากกว่า Dumsters ในต่างประเทศ ถ้าหาก Dumpster Diving หยุดอยู่แค่เพียงค้นหาสิ่งของมีประโยชน์ไปใช้ก็ไม่กระไรนัก แต่ในความเป็นจริงมันไปไกลกว่านั้น การแข่งขันระหว่างหน่วยธุรกิจทำให้ Dumpster Diving เป็นเครื่องมือสำคัญในการหาข่าวและความลับจากคู่แข่ง ลองจินตนาการดูก็ได้ว่าถ้ามีคนมาวิเคราะห์ขยะที่ทิ้งจากบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นจดหมายทวงเงินบัตรเครดิต จดหมายส่วนตัว โน้ตจดกันลืม เศษขยะ หนังสือหรือนิตยสาร สลิปเงินเดือน ฯลฯ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเราหลายเรื่อง จะถูกเปิดเผยออกมาอย่างไม่ตั้งใจ อาจรู้กระทั่งว่าภรรยาเราใส่เสื้อชั้นในเบอร์อะไร คัพขนาดใด เรามีเงินเดือนเท่าใด ปีที่แล้วจ่ายภาษีเท่าใด กำลังจะทำธุรกิจอะไร กิ๊กชื่ออะไร และอาจรู้กระทั่งว่าเมื่อวานกินข้าวกับอะไร กับน้ำปลายี่ห้อใดด้วยซ้ำ ครอบครัวผู้เขียนเองก็เคยโดนหลอกจาก Dumpster Diving เมื่อหลายปีก่อน วันหนึ่งได้รับจดหมายว่าถูกฉลากได้มอเตอร์ไซค์ จากการหย่อนบัตรชิงโชคของศูนย์การค้าใหญ่แห่งหนึ่งในเชียงใหม่เมื่อครั้งที่ไปเที่ยว โดยลูกสาวผู้เขียนเป็นผู้หย่อน เงื่อนไขก็คือให้ส่งค่าธรรมเนียม 3,000 บาท ไปให้ก่อน ผู้เขียนรู้สึกเอะใจสอบถามไปได้สักพักก็ได้ความว่า เป็นเรื่องหลอกลวงทั้งเพ มีคนหัวใสเอาชื่อจากบัตรที่ทิ้งแล้วในถังขยะมาหลอกหากินต่อ ที่ University of Arizona มีศูนย์การศึกษาสังคมวิทยาจากพฤติกรรมทิ้งขยะ (คนศึกษาขยะเรียกว่า Garbologist ศาสตร์นี้เรียกว่า Garbology) ผู้ศึกษาใช้ Dumpster Diving เป็นเครื่องมือสำคัญในการศึกษาดังกล่าว อุทาหรณ์ในเรื่องนี้ก็คือความรู้นั้นอยู่ในทุกแห่งหน แม้แต่ในถังขยะ ต่อนี้ไปประชาชนและนักวิชาการที่ลงชื่อกันที่รัฐศาสตร์ จุฬาฯ และที่อื่นๆ อีกทั่วประเทศ รวมทั้งลานโพธิ์ธรรมศาสตร์จะกินอะไร จะทิ้งอะไรที่บ้านและที่ทำงาน ต้องระวังให้ดีนะครับ เพราะในความพยายามที่จะ Dump นายกรัฐมนตรี อาจถูกล้วงตับด้วย Dumster Diving โดยพวกสำนอง ก้นกระดกทั้งหลายก็เป็นได้ หน้า 6
|