|
||||||||||||||
|
ธุรกิจต้องห้ามสำหรับต่างด้าว
คอลัมน์ คลื่นความคิด สกล หาญสุทธิวารินทร์ มติชนรายวัน วันที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10194 ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระบบการค้าเสรี แต่ใช่ว่าจะเสรีไปทั้งหมด ธุรกิจบางประเภทเป็นธุรกิจต้องห้ามที่คนต่างด้าว หรือบริษัทต่างด้าวจะไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ ธุรกิจประเภทดังกล่าวคือ ธุรกิจตามที่กำหนดไว้ในบัญชีหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เป็นบัญชีที่กำหนดว่าเป็นธุรกิจ ที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบกิจการ มี 9 รายการ ที่สำคัญรายการหนึ่งคือ การทำกิจการหนังสือพิมพ์ การทำกิจการวิทยุกระจายเสียง หรือสถานีวิทยุโทรทัศน์ ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ควบคุมการประกอบกิจการโทรคมนาคม ได้แก่ วิทยุคมนาคม วิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549 ได้กำหนดหลักเกณฑ์การอนุญาตไว้ว่าผู้ขอรับใบอนุญาตแบบที่สอง ซึ่งมีหรือไม่มีเครือข่ายเป็นของตนเอง เป็นการบริการจำกัดเฉพาะกลุ่มและใบอนุญาตแบบที่สาม ซึ่งมีเครือข่ายของตนเอง และให้บริการแก่บุคคลจำนวนมาก ต้องเป็นนิติบุคคล และต้องไม่ใช่เป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จึงสรุปได้ว่า การทำกิจการหนังสือพิมพ์ กิจการวิทยุกระจายเสียง หรือสถานีวิทยุโทรทัศน์ เป็นของต้องห้ามของคนต่างด้าว กล่าวอีกนัยคือ หากเป็นคนต่างด้าวแล้วจะไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 สามารถจำแนกว่าใครบ้างเป็นคนต่างด้าว ได้ดังนี้ (1) คนธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทยถือว่าเป็นคนต่างด้าวทั้งหมด (2) นิติบุคคลซึ่งไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย กลุ่มนี้ได้แก่ ห้างหรือบริษัททั้งหลาย ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลอื่น เช่น สมาคม หรือสหกรณ์ ที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีคนไทยถือหุ้นมากหรือน้อยเพียงใด ก็ถือเป็นคนต่างด้าวหมด (3) นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย คือ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ที่จดทะเบียนไว้กับกระทรวงพาณิชย์จะถือว่าเป็นคนต่างด้าว ถ้ามีคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลที่เป็นคนต่างด้าวลงหุ้น หรือลงทุนตั้งแต่ 50% ของทุนทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น สำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนมีข้อยกเว้นเป็นพิเศษ คือ ถึงแม้ทุนเกือบทั้งหมดจะถือโดยบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย แต่ก็อาจกลายเป็นคนต่างด้าว ถ้ามีบุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการ การพิจารณาว่าใครเป็นคนต่างด้าวดังกล่าว สำหรับกรณีห้างหุ้นส่วนบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยค่อนข้างเป็นปัญหา เพราะการพิจารณาขึ้นอยู่กับจำนวนหุ้นที่ถือ ข้อยุ่งยากอยู่ที่คนที่ถือหุ้นที่เป็นคนสัญชาติไทยนั้น มีปัญหาว่า หุ้นที่ถือเป็นหุ้นของตนเองหรือเป็นหุ้นที่ถือแทนคนอื่นที่เป็นคนต่างด้าว เพราะไม่มีใครกล้าเปิดเผยเนื่องจากอาจเป็นความผิด จึงเป็นข้อควรระวังของคนที่มีชื่อเป็นเจ้าของหุ้น วันดีคืนดี ถ้ามีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าเป็นการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายก็อาจติดคุกได้ หน้า 20
|