|
||||||||||||||
|
บทเรียน
จาก "หมึกแดง"
โดย วรากรณ์ สามโกเศศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มติชนรายวัน วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10092 ได้ยินเรื่องของ "หมึกแดง" หรือ ม.ล.ศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์ บุตรชายของ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ปรมาจารย์แห่งวงการอาหารไทย ทำให้นึกถึงสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์ได้กล่าวเตือนไว้นานแล้วว่า เป็นปัญหาสำคัญหนึ่งในการดำเนินชีวิตประจำวันหากไม่ระวังให้ดี เรื่องก็มีอยู่ว่า "หมึกแดง" เป็นหนุ่มไฟแรงรุ่นใหม่ นอกจากจะมีชื่อเสียงในความเชี่ยวชาญประกอบอาหารไทยแล้ว ยังมีพื้นฐานความรู้เรื่องอาหารตะวันตกเป็นอย่างดี ได้ร่ำเรียนสะสมประสบการณ์จากการทำงานในต่างประเทศในเรื่องอาหารเป็นเวลานาน และต่อมาหันมาเน้นอาหารไทย จนดังระเบิด มีป้ายประกันคุณภาพที่น่าเชื่อถือของ "หมึกแดง" ติดอยู่ในร้านอาหารทั่วประเทศ ใครๆ ก็นึกว่า "หมึกแดง" คงจะรวยเละเพราะเห็นโฆษณาสินค้าใหญ่ๆ ในโทรทัศน์อยู่ตลอดเวลา ออกรายการโทรทัศน์และสื่อต่างๆ อยู่ประจำ แต่เมื่อไม่นานมานี้ "หมึกแดง" ได้เปิดเผยว่ามีหนี้มีสินเพราะถูกโกงแทบหมดตัวโดยผู้จัดการที่ไว้เนื้อเชื่อใจเป็นอย่างมาก ตามที่ "หมึกแดง" เล่า ผู้จัดการหญิงของเขาเป็นคนฉลาดเฉลียว ทำงานคล่องแคล่ว จนตนเองไว้เนื้อเชื่อใจ มอบให้ทำธุระแทนทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการถอนเงิน ฝากเงิน จัดการธุรกิจ และทำได้ดีจนไม่ได้สงสัยเลย(สามีเธอไม่ทำงานแต่ก็มีชีวิตอยู่กันสุขสบาย) ถึงแม้จะได้ยินเสียงเตือนจากคนรอบข้างว่าระวังจะถูกโกง แต่ก็ไม่สนใจ เพราะมั่นใจในตัวเธอ บางครั้งก็เซ็นใบมอบอำนาจเปล่าๆ เพื่อให้ไปกรอกเอง บางครั้งก็เซ็นเช็คเปล่าเพื่อให้ไปกรอกตัวเลขเองด้วย ความสัมพันธ์เช่นนี้นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่าเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง principal ("หมึกแดง") กับ agent (ผู้จัดการ) กล่าวคือ "หมึกแดง" เป็นตัวหลัก และผู้จัดการเป็นตัวแทนในการดูแลผลประโยชน์ทางธุรกิจ ทฤษฎี Principal-Agent บอกว่าความสัมพันธ์ระหว่าง principal และ agent มักมีปัญหาเพราะ agent ที่เป็นตัวแทนมักกระทำสิ่งซึ่งไม่ใช่ประโยชน์ของ principal โดยยึดเอาผลประโยชน์ของตนเองเป็นเรื่องสำคัญกว่า และเป็นเรื่องยากที่จะติดตามตรวจสอบถึงจะทำได้ก็ต้องจ่ายด้วยราคาที่สูง อย่าลืมว่า agent ก็เป็นมนุษย์ปุถุชนที่มีเป้าหมายและมีความฝันในชีวิต ซึ่งผลประโยชน์อาจไม่ตรงกับ principal ทั้งหมด และอย่าลืมว่า agent ก็มีรัก โลภ โกรธ หลง เช่นเดียวกับมนุษย์ทั่วไป agent ที่ซื่อสัตย์ จงรักภักดี ดูแลผลประโยชน์ของ principal เสมอผลประโยชน์ของตนเองก็มี แต่ก็เหมือนกับเรื่องการดื่มสุรา คนดื่มสุราแต่พอประมาณอย่างรู้จักความพอควรก็มีมาก และดื่มแบบหัวราน้ำก็มีมาก สภาวการณ์เช่นนี้มิได้หมายความว่าควรละเลยปัญหาการดื่มสุราของสังคม การที่มี agent ดีจำนวนหนึ่งมิได้หมายความว่าเราสมควรละทิ้งการพิจารณาปัญหา principal-agent เพราะมั่นใจว่ามี agent ที่ดีอยู่เป็นจำนวนมากแล้ว ขอยกตัวอย่างปัญหา principal-agent ง่ายๆ เช่น ท่านจ้างคนมาตัดสนามหญ้าที่บ้านในยามที่จะไม่อยู่บ้านนาน 30 วัน โดยสั่งให้มาตัดทุก 10 วัน เมื่อท่านกลับมาก็เห็นหญ้าถูกตัดเรียบร้อย เป็นการยากที่ท่านจะรู้ว่าเขาได้มาตัดหญ้าทุก 10 วันจริงหรือไม่ หรือเพิ่งมาตัดเมื่อ 2 วันก่อนท่านกลับ ถ้าต้องการรู้ความจริงก็ต้องถามเด็กที่บ้านหรือคนข้างบ้านผู้มีความอยากรู้อยากเห็น การจ้างคนมาฉีดปลวก เปลี่ยนอะไหล่ใหม่เมื่อเอารถไปซ่อมที่อู่ ความเอาใจใส่ในการวิเคราะห์โรคของหมอที่รักษา การลงทุนในกองทุนรวม การจ้างคนดูแลสวน การจ้างผู้จัดการดูแลร้านแทน การจ้างคนเลี้ยงลูก การส่งลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล การซื้อหุ้นบริษัท การเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ ฯลฯ เรื่องต่างๆ เหล่านี้ยากที่จะรู้ได้ว่า agent ของคุณได้ทำการแทนโดยได้ดูแลผลประโยชน์ของคุณอย่างดีที่สุดแล้วหรือไม่ เมื่อคุณไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านแมลง ไม่ใช่หมอรถและหมอคน ไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจการเงิน มันจึงเป็นปัญหาว่าคุณได้เสียเงินในการจ้างคนเหล่านั้นไปอย่างคุ้มค่าแล้วหรือไม่ ถ้า agent ไม่เป็นตัวแทนที่ดีซึ่งมีทางโน้มว่าส่วนใหญ่จะเป็นเช่นนั้นตามที่ Principal-Agent Theory คาดการณ์ไว้ คุณก็จะเป็นผู้เสียประโยชน์ มนุษย์ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้มานานแล้วถึงแม้จะไม่รู้จักคำว่า principal และ agent ก็ตามที จึงได้พยายามสร้างกลไกที่จะจูงใจให้ agent กระทำการอันเป็นผลประโยชน์ของ principal เสมอ ตัวอย่างก็คือการให้ผลตอบแทนที่สูง และให้โบนัสที่ผูกโยงกับกำไรโดยหวังว่า จะทำให้ผู้ปฏิบัติงานขยันขันแข็ง และมุ่งสู่การสร้างกำไรสูงสุด หรือมีโครงการให้ผู้ทำงานมีโอกาสร่วมถือหุ้นบริษัทด้วย หรือสร้างกลไกเชิงบังคับให้เป็น agent ที่ดี เช่น ติดตั้งกล้องอัดวิดีโออย่างเปิดเผยเพื่อดูพฤติกรรมคนเลี้ยงลูกยามพ่อแม่ไม่อยู่บ้านดังที่มีข่าวในต่างประเทศ ขอกลับมาเรื่องของ "หมึกแดง" อีกครั้ง สิ่งที่เป็นปุ๋ยส่งเสริมให้เกิดปัญหา principal-agent อย่างรุนแรงตามที่ "หมึกแดง" เล่าในกรณีนี้ก็คือความไว้วางใจอย่างสิ้นเชิง บวกความไม่ใส่ใจในเรื่องเงินทองจากธุรกิจของ "หมึกแดง" เอง("เบิกเงินเท่าใดเมื่อใดก็ได้ทุกทีก็พอใจแล้ว") หากมองโลกในแง่ดี ในตอนต้นเธออาจเป็น agent ที่ดีแต่เมื่อนานวันเข้าก็เห็นว่า principal ดูจะไม่สนใจตรวจสอบว่า agent ได้กระทำสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ของ principal หรือไม่ ดังนั้น จึงเกิดไอเดียอุบาทว์หลากหลายขึ้นในการยักย้ายถ่ายเทเงินของ principal สู่กระเป๋าของ agent ตามที่ทฤษฎีได้พยากรณ์ไว้ ถ้าหมุนเวลากลับไปได้ การมีระบบบัญชีที่ดี มีระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพโดย principal สนใจติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาและเงินมากสักหน่อยก็ตาม(แต่ก็คงไม่แพงไปกว่าเงินทั้งหมดที่ "หมึกแดง" สูญเสียไป) ในการสร้างระบบการติดตาม ตรวจสอบ agent เพื่อให้กระทำการอย่างสอดคล้องกับผลประโยชน์ของ principal วันนี้ "หมึกแดง" คงไม่ปวดใจเช่นนี้ กรณีของ "หมึกแดง" ได้เกิดขึ้นกับนักแสดง นักร่วมลงทุนร้านอาหาร หรือร้านขายของมาแล้วหลายคนในบ้านเราภายใต้เงื่อนไขคล้ายๆ กัน คือ ขาดระบบบัญชีและการตรวจสอบที่ดี เชื่อในตัวบุคคลมากกว่าระบบ และอยู่ภายใต้บรรยากาศของการบริหารแบบไทยๆ ที่เรียกว่า ระบบ "มุ่ย" (มั่ว+ชุ่ย คำที่ประดิษฐ์ขึ้นโดย ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี) บทเรียนจากเรื่องของ "หมึกแดง" ก็คือจงอย่าได้ไว้ใจ "บุคคล" แต่จงไว้ใจ "ระบบ" สัจธรรมก็คือระบบการตรวจสอบที่ดีจะทำให้ agent ที่ดีอยู่แล้วดียิ่งขึ้น และ agent ที่มีทางโน้มที่จะไม่ดีก็ต้องดีไปด้วย คนที่ดีนั้นมีแน่นอนและมีมากกว่าคนเลว แต่บางครั้งเงื่อนไขที่เปลี่ยนไปก็อาจทำให้คนดีเปลี่ยนไปได้จนทำให้เกิดปัญหา principal-agent ขึ้น สุภาษิตรัสเซียที่ว่า "ถ้าอยากตายก็จงมอบมรดกให้กับหมอผู้รักษา" สะท้อนเรื่อง principal-agent เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับการขอความเห็นเรื่องความเจ็บป่วยสำคัญจากหมอคนอื่นด้วย(ฝรั่งเรียกว่าขอ third opinion) เพราะหมอของเราซึ่งอาจเป็น agent ที่ดีที่สุดก็ตาม แต่อาจเอนเอียงไปว่าเราป่วยและหรือควรรักษาด้วยวิธีที่ตนเองคุ้นเคย การรับฟังคำวินิจฉัยโรคจากหมอคนอื่นจึงเป็นคำแนะนำที่น่ารับฟัง ในเรื่องการปกครองก็เช่นเดียวกัน รัฐบาลซึ่งเป็นตัวแทนหรือ agent ของเราจะไม่กระทำการเพื่อผลประโยชน์ของเราเสมอไป ถ้าไม่มีระบบการถ่วงดุลตรวจสอบที่เข้มข้นและมีประสิทธิภาพอย่างไม่หยุดหย่อน "หมึกแดง" บอกว่าไม่เสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้เพราะเป็นบทเรียนอันล้ำค่า และทำให้ได้คุณแม่กลับคืนมา (หลังจากเข้าใจผิดกันอยู่นานเพราะ agent เป็นตัวยุแหย่) ผมขอแสดงความยินดีกับ "หมึกแดง" และอยากบอกว่าในบรรดา agents ทั้งหลายในชีวิตของคนเรานั้นถัดมาจากระบบตรวจสอบที่ดีแล้ว ไม่มีใครเป็น agents ที่น่าเชื่อใจได้เท่ากับพ่อแม่ของเรา บุคคลผู้ดูแลผลประโยชน์ของ principal เสมอด้วยชีวิตโดยไม่ต้องว่าจ้างครับ หน้า 6
|