หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
เศรษฐศาสตร์ กับนโยบายสาธารณะ

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น  เศรษฐ์ สันติ psanti@matichon.co.th  มติชนรายวัน วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10091

ในวันศุกร์ที่ 28 ตุลาคมนี้ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) เป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการระดับชาติของนักเศรษฐศาสตร์ขึ้นครั้งแรก ภายใต้ความร่วมมือของคณะเศรษฐศาสตร์ของรัฐ 6 สถาบัน ประกอบด้วย ธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ รามคำแหง เชียงใหม่

การประชุมแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงเช้าเริ่มเวลา 09.00 น. ณ หอประชุมศรีบูรพา เป็นการอภิปรายเรื่อง "เศรษฐศาสตร์กับการกำหนดนโยบายสาธารณะ" ผู้อภิปรายล้วนแต่มีชื่อเสียงและเคยอยู่ในแวดวงผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตปลัดกระทรวงการคลังและอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, ดร.ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) ศ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มธ., ดร.วิรไท สันติประภพ

ช่วงเป็นสัมมนากลุ่มย่อยย้ายวิกไปที่คณะเศรษฐศาสตร์ มธ.ในหัวข้อ สังคมเศรษฐกิจโลก,การเงินและวิกฤตการณ์การเงิน, นโยบายสาธารณะ, เศรษฐศาสตร์สถาบันและเศรษฐศาสตร์มโนสาเร่

ศ.ปราณี ทินกร คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มธ.บอกว่า เหตุผลในการจัดประชุมครั้งนี้เพื่อเป็นเวทีให้นักเศรษฐศาสตร์ไทย ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอผลงานทางวิชาการ รวมทั้งการความรู้จักกันให้ดียิ่งขึ้น เพื่อความร่วมมือในทางวิชาการในอนาคต

ดูจากหัวข้อการสัมมนาและบุคคลที่เข้าร่วมอภิปรายแล้ว น่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะในการกำหนดนโยบายสาธารณะของรัฐบาลมักอ้างหลักเศรษฐศาสตร์มาอ้าง แต่โดยเนื้อแท้แล้วกลับใช้เศรษฐศาสตร์มาใช้อย่างบิดเบี้ยวๆ หรือใช้อ้างเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตนและพรรคพวก อาทิ

-นโยบายการอุ้มราคาน้ำมันอ้างว่า เพื่อช่วยเหลือประชาชนและต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัว แต่กลับพร่าผลาญเงินของประชาชนนับหมื่นล้านบาทและส่งผลกระทบในด้านลบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

-นโยบายข้อตกลงการค้าเสรีที่ทำให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ได้ประโยชน์ ขณะที่เกษตรกรรายย่อยได้รับผลกระทบอย่างหนัก

-การอนุมัติให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าปล่อยกู้รัฐบาลพม่า 4,000 ล้านบาท อ้างว่าจะเป็นประโยชน์แก่บริษัทไทย แต่จริงๆ แล้วบริษัทเครือญาติของผู้คนในรัฐบาลได้ประโยชน์ในสัดส่วนสูงมาก

นอกจากนั้นยังเห็นได้ชัดว่า กระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะยังถูกผูกขาดโดยผู้นำเพียงผู้เดียว ทำให้โครงการขนาดใหญ่หลายโครงการประสบความล้มเหลว ผลาญงบประมาณแผ่นดินไปเป็นจำนวนมาก เช่น ถนนตัดอ่าวสมุทรสาคร-แหลมผักเบี้ย โครงการอีเดียด์การ์ด เมืองใหม่นครนายก ฯลฯ

นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติกล่าวไว้ในหนังสือ "นโยบายสาธารณะฉบับชุนชนเข้มแข็ง" ว่า นโยบายสาธารณะไม่ใช่สิ่งที่กำหนดโดยรัฐบาลกลางเท่านั้นเพราะเป็นสิ่งที่กระทบต่อผู้คนในสังคม ผู้กำหนดนโยบายสาธารณะคือทุกคนในสังคมซึ่งมีอำนาจและหน้าที่ ท้องถิ่นก็เป็นผู้มีอำนาจและหน้าที่ที่สำคัญไม่น้อย ว่ากันตามจริง เราไปถึงขั้นที่ว่า ถ้าชุมชนตกลงกันเองเพื่อตั้งกติกาและปฏิบัติร่วมกัน ก็ถือเป็นนโยบายสาธารณะเช่นเดียวกัน

"ถ้านโยบายสาธารณะอยู่ในความหมายนี้ นโยบายสาธารณะก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกหนทุกแห่ง และเราก็หวังว่า จะเป็นกระบวนการกำหนดนโยบายที่มีส่วนร่วมจากหลายๆ ฝ่าย"

น่าเสียดายที่เรามีผู้นำที่รู้ทุกอย่าง รู้ทุกเรื่องและเก่งคนเดียว แนวคิดเรื่องนี้ของ นพ.สมศักดิ์ จึงยังเป็นเพียงความฝัน

หน้า 20