หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
ชะตากรรมของเงินพนัน ในการแทงฟุตบอล

โดย วรากรณ์ สามโกเศศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  มติชนรายวัน วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10085

ฟุตบอลอาชีพในระดับโลกกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเงิน และความโลภกำลังจะทำให้สุดยอดกีฬาอาชีพของโลกนี้ เสื่อมและพังพินาศในที่สุด เพียงรายได้ของลีกในสุดยอดห้าประเทศของยุโรปรวมกันก็ทำเงินมากมายถึงประมาณ 6,350 ล้านยูโร(317,500 ล้านล้านบาท) ในฤดูของปี 2004

ตัวอย่างของความโลภเมื่อเร็วๆ นี้ที่ทำให้ประดาแฟนฟุตบอลอเมริกาใต้รู้สึกกันมากก็คือ การจับกรรมการผู้ตัดสินฟุตบอล ของบราซิล คือ Edilson Pereira De Carvalho(หนึ่งในสิบของกรรมการผู้ตัดสินที่ FIFA หรือองค์การบริหารฟุตบอลโลก รับรองในบราซิล) ในข้อหารับสินบนในการตัดสิน และเจ้าตัวก็ยอมรับสารภาพ

ถึงแม้คอร์รัปชั่นและการซื้อเสียงของพรรค Workers" Party (PT) ของประธานาธิบดี Lutz De Silva จะเป็นที่กล่าวขวัญกันหนาหู แต่คนบราซิลก็รู้สึกว่ามันยังไกลตัวไม่เหมือนกับการฉ้อฉลของกรรมการตัดสินฟุตบอลที่คนดูชอบตะโกนด่าเวลาตัดสินไม่ถูกใจ ถึงแม้จะไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้นจริงก็ตามว่า Juiz, Labrado (Referee, you"re a thief ____ กรรมการ, คุณ (มึง) คือไอ้โจร) คำด่าที่ไม่ถึงใจคนดูไทยแต่ประการใด ๆ ทั้งสิ้น

Carvalho และผู้ตัดสินอีกคนสารภาพว่าเขารับเงินสินบนประมาณ 185,000-277,000 บาทต่อแมตช์ เพื่อตัดสินเข้าข้างทีมที่นักพนันจ้างมา(ในบราซิลมีการพนันผิดกฎหมายแทงฟุตบอลกัน ครั้งหนึ่งด้วยเงินถึง 500,000 บาท)

หลักฐานนั้นแน่นหนามีทั้งเทปเสียงที่แอบอัดมาซึ่งเขาพูดยืนยันว่าให้ทุ่มพนันได้สุดตัวเลย เพราะจะเข้าข้างอย่างไม่เกรงใจใคร และจากเทปของแมตช์ที่เขาตัดสินก็เห็นชัดว่าถ้าผู้เล่นทีม "ของเขา" แกล้งล้มในเขตโทษก็จะได้เตะ ณ จุดลูกโทษทันที ในทางตรงกันข้ามถึงแม้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจะถูกยำอย่างไรในเขตโทษ เขาก็ไม่เป่านกหวีดลงโทษเลย

การสารภาพครั้งนี้ทำให้ต้องเล่นกันใหม่ในลีก Campeonato Brasileior ถึง 11 แมตช์ที่ยังไม่รู้ก็คือมีอีกกี่แมตช์ ที่สมควรเล่นกันใหม่ เพราะเชื่อว่ามีกรรมการอีกหลายคนที่รับสินบน

คำถามก็คือจะมั่นใจได้อย่างไรว่า การติดสินบนจะไม่เกิดขึ้นกับลีกอื่นๆ ในยุโรปที่มีการพนันกัน ด้วยจำนวนเงินมหาศาลกว่านี้ด้วย

ถ้าเอาเศรษฐศาสตร์มาวิเคราะห์พฤติกรรมก็พอคาดเดาได้ว่าในลีกใหญ่ที่มีการได้เสียกันสูงๆ และการเฝ้าดูควบคุมพฤติกรรม ของกรรมการ และผู้เล่นไม่เป็นไปอย่างเข้มข้น เข้มแข็งและต่อเนื่องแล้ว การรับสินบนของกรรมการตัดสินและผู้เล่นย่อมมีแน่นอน เพราะตราบใดที่ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้จากการรับสินบน (ผลลัพธ์จากองค์ประกอบมูลค่าสินบน กับโอกาสการได้รับสินบนมาจริงๆ) มากกว่าผลเสียที่คาดว่าจะได้รับ จากการถูกจับได้ว่ารับสินบน (ผลลัพธ์จากองค์ประกอบบทลงโทษกับโอกาสของการถูกจับ) กรรมการหรือผู้เล่นจะรับสินบนเสมอ

ลีกยิ่งใหญ่เดิมพันยิ่งมาก เงินสินบนเสนอต่อกรรมการตัดสินและผู้เล่นย่อมมากไปด้วย ถ้าโอกาสในการถูกจับได้ต่ำมากไม่ว่าบทลงโทษจะรุนแรงเพียงใดก็ตาม การรับสินบนย่อมเกิดขึ้นเสมอ

สิ่งสำคัญที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการรับสินบนขึ้นจึงได้แก่การมีระบบตรวจจับ และเฝ้าดูพฤติกรรมการตัดสิน และการเล่นที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีช่วงเผลอหรือหย่อนยาน (จะเป็นเพราะระบบ หรือผู้ดำเนินการเฝ้าดูก็รับสินบนด้วยก็แล้วแต่)

ถ้าเปรียบเทียบการติดสินบนระหว่างผู้เล่นและกรรมการผู้ตัดสินแล้ว การติดสินบนกรรมการเป็นมรรคเป็นผลมากกว่า เพราะผู้เล่นถึงแม้จะแกล้งยิงไม่เข้าประตู หรือผู้รักษาประตูแกล้งรับลูกไม่ได้ ก็ยังไม่มีผลเท่ากับการติดสินบนกรรมการผู้ตัดสิน เพราะเป็นผู้ให้ความได้เปรียบและเสียเปรียบได้ตลอดแมตช์อย่างยากที่จะมีใครทัดทานได้เพราะ FIFA โดยประเพณีปฏิบัติให้อำนาจเด็ดขาดแก่กรรมการผู้ตัดสิน

ยิ่งไปกว่านั้นผู้เล่นมักได้รับค่าตอบแทนมากมายจากการเล่นอย่าง "ซื่อสัตย์" มากกว่า "ล้มฟุตบอล" (ถ้าจะจ้างล้มก็ต้องใช้เงินมหาศาล ซึ่งไม่น่าเกิดขึ้นได้บ่อยนัก) ซึ่งต่างจากกรณีของกรรมการตัดสินที่ได้ค่าแรงน้อยกว่าผู้เล่นมาก

พูดถึง FIFA ผมไม่เข้าใจและรำคาญมานานแล้วว่าทำไมในเกมฟุตบอล จึงไม่มีการเชื่อมต่อนาฬิกาของกรรมการผู้ตัดสิน กับนาฬิกาบนบอร์ดในสนาม เพื่อคนดูจะได้รู้ว่ามีเวลาเล่นเหลือจริงๆ เท่าใด ไม่ว่าบาสเกตบอล ฟุตบอล รักบี้ อเมริกันฟุตบอล ออสเตรเลียนฟุตบอล เขาก็รู้เรื่องเวลาที่เหลือของการแข่งขันอย่างชัดเจนทั้งนั้น มีแต่ฟุตบอลหรือซ็อกเกอร์นี่แหละที่ไม่รู้ว่า มีเวลาเล่นเหลือเท่าใด เพราะมีการต่อเวลาเมื่อผู้เล่นเจ็บ หรือด้วยเหตุผลอื่นจนช่วงเวลาเดิมเปลี่ยนไป

ผมชอบรักบี้ที่กรรมการผู้ตัดสินในสนามอาจขอให้กรรมการข้างบนช่วยดูเทปโทรทัศน์ของการเล่นจากมุมต่างๆ ที่เพิ่งผ่านไป และส่งความเห็นลงมาให้ผู้ตัดสินในสนาม เพื่อตัดสินได้ถูกต้องและเป็นธรรม จะมีก็ฟุตบอลนี่แหละ ที่ผู้ตัดสินต้องตัดสินภายในเวลาไม่กี่วินาทีว่าจะเอาอย่างไรกัน และถือว่าเป็นเด็ดขาดด้วย!

ในเรื่องเงินที่กำลังทำลายเกมฟุตบอลก็ได้แก่การที่นายทุนเงินหนา เข้ามาเป็นเจ้าของฟุตบอลคลับอย่างมิได้จริงใจต่อฟุตบอล หากมีวัตถุประสงค์อย่างอื่นที่แอบซ่อน เช่น นาย Roman Abramovich เศรษฐีน้ำมันรัสเซียเจ้าของทีม Chelsea ที่มุ่งหาชื่อเสียง และเงินทองจากสิทธิ ในการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ นอกจากนี้ผู้เล่นก็ยังได้รับผลตอบแทนอย่างน่าเกลียดอีกด้วย จนเป็นธุรกิจมากกว่ากีฬา

ไม่น่าเชื่อว่ากลไกตลาดสามารถให้ผลตอบแทนแก่ผู้เล่นคนหนึ่งได้ถึง 420-560 ล้านบาทต่อปี ในขณะที่งบประมาณประจำปีของฟุตบอลคลับในลีกชั้นยอดของยุโรปยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของตัวเลขนี้เลย

คำถามที่ประธาน FIFA (นาย Sepp Blatter) ทิ้งให้คิดก็คือ "มีตรรกะ หรือความจำเป็นทางเศรษฐกิจอย่างใด ที่ทำให้เด็กหนุ่มผู้เล่นในวัยเพียง 20 กว่าปีเรียกร้องผลตอบแทนในเดือนหนึ่ง มากว่ารายได้ของพ่อเขาเอง ที่ยังไม่สามารถหาได้ในเวลา 10 ปีเลย?"

ที่นาย Blatter วิจารณ์มากก็คือ ได้เกิดทาสชนิดใหม่ขึ้นในโลก ซึ่งได้แก่ การซื้อสิทธิทางการค้า(commercial rights) ในการเล่นฟุตบอลของผู้เล่นหนุ่มๆ (มักเป็นผู้เล่นบราซิล) โดยนักเก็งกำไร ซึ่งทำให้ได้รับกำไรทุกครั้งที่ผู้เล่นคนนั้นถูกซื้อถูกขาย ในเวลาต่อไป

นอกจากนี้ยังมีการที่เอเย่นต์ของผู้เล่น ซึ่งได้รับผลตอบแทนเป็นร้อยละของรายได้ผู้เล่น ต่อรองกับคลับเสมือนเรียกค่าไถ่ ว่าต้องได้ค่าจ้างสมมติ 8.4 ล้านบาทต่ออาทิตย์ โดยเพิ่มจาก 7 ล้านบาท โดยผู้เล่นจำนวนไม่น้อยก็มีการศึกษาครึ่งๆ บทบาทของความโลภอีกประการหนึ่งที่น่ากลัวก็คือ การที่เอเย่นต์และเจ้าของคลับที่โลภกวาดซื้อนักเล่นจากทั่วโลก เพื่อนำมาซื้อขายแสวงหากำไรสูงสุด โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมและความก้าวหน้าของกีฬาฟุตบอล

นาย Blatter บอกว่าเจ้าของบางคลับทุ่มเงินมหาศาลเพื่อกวาดผู้เล่นมีชื่อมาไว้ในทีมและค้าขายผู้เล่นราวกับสินค้า ผลเสียในที่สุดก็คือ ราคาตั๋วเข้าดูที่จะแพงมาก จนประดาแฟนท้อใจซึ่งหากแพงขึ้นเรื่อยๆ จนคนดูลดลงก็จะทำให้กีฬานี้ เสื่อมลงในที่สุด

นาย Blatter สัญญาว่า FIFA จะเข้าไปดูแลอย่างรวดเร็ว ซึ่งผมไม่เชื่อว่าจะทำอะไรได้มากนัก (ผมขอแค่การเชื่อมต่อของนาฬิกาผู้ตัดสิน กับนาฬิกาบนบอร์ดใน World Cup ครั้งที่จะถึงนี้ก็พอใจแล้วครับ)

เพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูล ลีกทั้งหมดในแต่ละประเทศของสุดยอดห้าประเทศยุโรปที่มีรายได้รวมกันมากที่สุดคือ อังกฤษ(100,000 ล้านบาท) อันดับรองลงมาได้แก่ อิตาลี(60,000 ล้านบาท) เยอรมนี(57,500 ล้านบาท) สเปน(55,000 ล้านบาท) และฝรั่งเศส(45,000 ล้านบาท) รวมกันทั้งหมด 317,500 ล้านบาท

ด้วยความโลภของผู้คนที่เกี่ยวพันฟุตบอลอาชีพของโลก เงินมากมายที่ล่อใจ และหลักฐานแสดงความฉ้อฉลของกรรมการผู้ตัดสินที่รู้ และไม่รู้อีกมากขนาดนี้ ถ้าใครยังเล่นพนันฟุตบอลอยู่ ผมว่าหันมาเล่นปั่นแปะยังมีโอกาสควบคุมชะตากรรมของเงินที่เอาไปพนันได้ดีกว่า

แต่ถ้าต้องการควบคุมชะตากรรมของมันให้ได้ดีที่สุดโดยไม่ต้องปวดใจ เพราะความโลภก็คือเก็บมันไว้กับตัวเอง ไม่ต้องเอาไปพนันให้เสียเงินอย่างไม่ค่อยฉลาดครับ

หน้า 6