|
||||||||||||||
|
ก้าวกระโดดแห่งศรัทธาของ
"บัณฑิต"
วิถีทุน : จุมพฏ สายหยุด กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2548 "ในเดือนมีนาคม 2004 เด็กหญิงอึ้งรังษี ตัวน้อยๆ ถือกำเนิดขึ้นที่ชาลส์ตัน เซาท์แคโรไลน่า ในขวบปีแรกพาสปอร์ตของเธอถูกประทับตราเดินทางเข้าประเทศอังกฤษ อิตาลี ไทย เกาหลีใต้ เวียดนาม เยอรมนี ฝรั่งเศส ไต้หวัน เป็นการเดินทางไปๆ มาๆ ที่สหรัฐ และเมื่อเธออายุได้สองขวบจำนวนตราประทับก็เพิ่มเป็นสองเท่า พร้อมกับรายชื่อประเทศใหม่ เช่น มาเลเซีย ตุรกี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน เดนมาร์กและในที่อื่นๆ" นี่คืออารัมภบทของบทความในนิตยสารเกาหลีใต้ที่มาสัมภาษณ์ คุณบัณฑิต อึ้งรังษี วาทยากรชาวไทย ที่ผมเคยเขียนแนะไปในช่วงที่คุณบัณฑิตมาเมืองไทยพร้อมกับอำนวยเพลงให้กับวง The Orchestra Internazionale dItalia แห่งอิตาลี เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2547 ในปีนี้ คุณบัณฑิต และออเคสตราวงเดิมจะกลับมาเล่นให้ชมกันอีกครั้งในวันที่ 29 ตุลาคม ใครที่เคยประทับใจในงวดก่อนปีก่อน ผมขอบอกว่า เมื่อดูจากโปรแกรมในปีนี้แล้วถือว่าจัดดีกว่าเดิม มีอะไรบ้างจะบอกตอนท้ายบทความ จะว่าไปแล้วปี 2548 เป็นปีที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นกับคุณบัณฑิตหลายเรื่องทั้งเรื่องที่น่ายินดีและสุ่มเสี่ยงน่าลุ้น ที่น่ายินดีก็คือว่า คุณบัณฑิต ได้รับรางวัลศิลปาธร สาขาคีตศิลป์ จากกระทรวงวัฒนธรรม การมอบรางวัลนี้จัดขึ้นเป็นปีที่สอง โดยในปีแรกผู้ที่ได้รับรางวัลในสาขาคีตศิลป์คือ คุณดนู ฮันตระกูล ผมรู้สึกยินดีที่ท่ามกลางคนไทยด้วยกันมีผู้ให้การยอมรับยกย่องคุณบัณฑิต ซึ่งท่านเหล่านั้นล้วนแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีอุเบกขาธรรม ส่วนเรื่องน่าเสี่ยงน่าลุ้นคือ คุณบัณฑิตตัดสินใจละทิ้งงานประจำในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยเพลงวงชาลส์ตัน ซิมโฟนี ออเคสตรา ซึ่งคุณบัณฑิตบอกกับนักข่าวเกาหลีใต้ว่า "มันเป็นก้าวกระโดดแห่งศรัทธาที่จะละทิ้งสถานที่ซึ่งครอบครัวเล็กๆ จะได้อยู่เป็นหลักแหล่งพร้อมรายได้ที่แน่นอน ไปสู่โลกที่คุณไม่รู้จักด้วยการเป็นวาทยากรรับเชิญเต็มเวลา (Full-time Guest Conductor) ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีภรรยามากน้อยแค่ไหนที่ยอมให้สามีทำเช่นนี้ได้ แต่ที่สุดความเสี่ยงก็จ่ายผลตอบแทน ตารางงานผมเต็ม และครอบครัวก็สามารถเดินทางไปด้วยได้ ยังคงมีหลายอย่างที่ผมอยากทำและอยากบรรลุความสำเร็จนั้นครับ" หนึ่งในประเทศที่คุณบัณฑิตได้รับเชิญให้ไปอำนวยเพลงคือ เกาหลีใต้ และในที่สุด ก็ได้ทาบทามให้คุณบัณฑิตรับตำแหน่ง Principal Guest Conductor คราวนี้ไม่ใช่การฝึกซ้อม หรืออำนวยเพลงปกติแล้ว แต่เป็นส่วนหนึ่งของเมกะโปรเจคด้านวัฒนธรรมของเกาหลีใต้เลย นั่นก็คือนายกรัฐมนตรีของเขาต้องการที่จะสร้างวงออเคสตราของชาติซึ่ งก็คือ โซล ฟิลฮาร์โมนิค ออเคสตรา (Seoul Philharmonic Orchestra-SPO) ให้เป็นวงออเคสตราชั้นนำของโลก วิธีการสร้าง SPO ขึ้นมาใหม่ รับรองว่าจะไม่มีวันได้เห็นในเมืองไทย นั่นคือรัฐบาลเกาหลีไล่นักดนตรีเก่าออกทั้งวง แล้วรับสมัครนักดนตรีเข้ามาใหม่ โดยตั้งวุฒิการศึกษาและคุณสมบัติไว้สูงมาก ปรากฏว่ามีคนสมัครร่วมพันคน "คุณคิดดูว่า ผมต้องนั่งฟังคนเป็นพันเล่นดนตรีเพื่อคัดตัว" คุณบัณฑิตเล่าถึงงานที่ต้องทำใกล้ชิดกับผู้อำนวยการดนตรีคนใหม่ มุนวานชุง เรื่องที่คุณบัณฑิตเข้าไปร่วมสร้างวงออเคสตราแห่งชาติที่เกาหลี เป็นเรื่องที่มีการกล่าวขวัญกันอยู่มากที่นั่น เพราะคนเกาหลีเขาไม่เหมือนคนไทย ซึ่งถ้าเห็นฝรั่งก็ต้องคิดว่าเก่งและประเสริฐไว้ก่อน แต่คนเกาหลีนั้นขึ้นชื่อว่าคนต่างชาติแล้ว เขาไม่ยอมรับกันง่ายๆ ถึงจะเป็นฝรั่งก็ต้องแสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ พอถึงคุณบัณฑิตซึ่งเป็นคนผิวเหลืองด้วยกัน แถมมาจากประเทศไทยที่ไม่ได้ยืนอยู่แถวหน้าในด้านนี้ คุณบัณฑิตก็ยิ่งจะต้องเป็น "ของจริง" ขึ้นไป แล้วในสัปดาห์หน้า ผมจะเล่าเรื่องที่ทำให้คุณบัณฑิตต้อง "ช็อก" ที่เกาหลีครับ นั่นคืองานที่คุณบัณฑิตไปทำให้กับทางเกาหลีใต้ สำหรับเมืองไทยนั้น ในการจัดคอนเสิร์ตในครั้งที่ผ่านมารวมถึงคราวนี้ คุณบัณฑิตจะจัดโปรแกรมให้กับผู้ประพันธ์และนักดนตรีรุ่นใหม่ที่เป็นคนไทยร่วมแสดงผลงานด้วย เพราะเขาได้ตระหนักถึงสิ่งที่ตนเองเคยเผชิญมาก่อนนั่นก็คือ "การได้รับโอกาส" "ตอนผมอยู่ที่สหรัฐ ผมเห็นคนที่เก่งมากๆ ในวงการดนตรีหลายคน แต่ก้าวไปไม่ถึงไหนเพราะทั้งชีวิตของเขาไม่เคยได้รับโอกาสเลย" คุณบัณฑิตเคยกล่าวกับผมอย่างนั้น คอนเสิร์ตคราวนี้ใช้ชื่อว่า Bangkok Bank Night of Classical Music "For the Love of Art" นำเสนอโดยธนาคารกรุงเทพและเซ็ทเทรด ดอทคอม บทเพลงที่นำมาเล่นก็เริ่มจากโหมโรง La Gazza Ladra ของโรสซินี ต่อจากนั้น ก็เป็นเปียโนคอนแชร์โต หมายเลข 1 ของเม็นเดิลโซห์น (เฉพาะลีลาที่ 3) ติดตามด้วยการขับร้องบทเพลงจากมหาอุปรากร (Tosca, Turandot, La Traviata) โดยนักร้องโอเปร่า 4 คน จากอิตาลี พร้อมทั้งชมการแสดงความสามารถของเยาวชนไทย ที่ไปคว้ารางวัลระดับนานาชาติ คุณธารินทร์ สุภประกร เจ้าของรางวัลชนะเลิศแข่งขันเปียโนคอนแชร์โตแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ณ ประเทศไทย และนักดนตรีเครื่องสายตัวแทนประเทศไทยที่ชนะเลิศ International Youth Chamber Music Competition ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปีก่อนคอนเสิร์ตของคุณบัณฑิตปิดท้ายด้วยซิมโฟนี หมายเลข 5 ของบีโธเฟ่น ซึ่งเป็นงานของบีโธเฟ่นที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในโลก แต่เคยมีคนไปถามบีโธเฟ่นว่าชอบบทไหนมากที่สุดเจ้าตัวก็จะบอกว่าเป็นซิมโฟนี หมายเลข 3 ซึ่งคุณบัณฑิตจะนำมาปิดท้าย ผมเห็นโปรแกรมแล้วถึงบอกว่าอิ่มกว่าปีก่อน Bangkok Bank Night of Classical Music "For the Love of Art" มีขึ้นในเสาร์ที่ 29 ตุลาคมนี้ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรจำหน่ายที่ Thai Ticket Master รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำมาเข้ากองทุนสำหรับเยาวชนไทย ที่มีความสามารถทางดนตรีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์
|