|
||||||||||||||
|
โรงเรียนแห่งเสรีภาพและความรักกับการปฏิรูปการศึกษา
พลวัตรเศรษฐกิจ : โดย อนุสรณ์ ธรรมใจ กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 หากเราต้องการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจไทย เราต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย รวมทั้งการเมืองไทย ทุกอย่างเริ่มต้นที่โรงเรียน ต้องเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงที่โรงเรียนก่อน ที่ผ่านมาคนจำนวนไม่น้อยค่อนข้างสับสน อึดอัดกับบทบาทของผู้นำครูที่ออกมาประท้วงไม่เห็นด้วย กับการถ่ายโอนอำนาจจัดการระบบการศึกษา ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะไม่เชื่อมั่นในองค์กรว่าจะจัดการศึกษาได้ดี ความขัดแย้งในเรื่องนี้ ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนเป้าหมายที่แท้จริงของการศึกษาว่าคืออะไร ปรัชญาการศึกษาควรไปในทิศทางไหน และหากต้องปฏิรูปการศึกษาจะต้องนำมิติทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความเป็นมาทางประวัติศาสตร์มาพิจารณาร่วมกันด้วย สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ร่วมกับผู้บริหารและพนักงานบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนบีที ไปเยี่ยมเยียนซัมเมอร์ฮิลล์ และบริจาคเงินทองสิ่งของให้กับหมู่บ้านเด็กภายใต้การบริหารงานของมูลนิธิเด็กที่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วทำให้นึกถึงนักการศึกษาผู้ยิ่งใหญ่สองท่าน ท่านหนึ่งต้องเรียกว่า เป็นนักปฏิวัติ อีกท่านหนึ่งผมถือว่าเป็นนักปฏิรูป ครูนีล (เอ เอส นีล) ผู้ก่อตั้งซัมเมอร์ฮิลล์ถือเป็นคุณครูนักปฏิวัติ เขาเขย่าความคิดทางระบบการศึกษาดั้งเดิมด้วยความคิด คำพูด การกระทำ และเป็นครูอย่างสมบูรณ์แบบตลอดชีวิต เขาประท้วงระบบการศึกษาที่เขาไม่เห็นด้วย ด้วยการทำงาน ด้วยการพูดถึงเสรีภาพจัดการศึกษา ไม่โกนหัว ไม่กรีดเลือดประท้วงเหมือนผู้นำครูไทยที่ทำอยู่ในเวลานี้ การศึกษาของหลายประเทศในโลกนี้เป็นระบบปิด บีบบังคับให้เด็กต้องทำตามเป้าหมายของผู้ใหญ่ เด็กจึงขาดเสรีภาพและไม่เป็นตัวของตัวเอง คนจำนวนไม่น้อยจึงแปลกแยกจากความรู้สึกของตัวเอง ไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพของตัวเองได้ ระบบการศึกษาแบบปิดทำให้เด็กในวันนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีลักษณะอำนาจนิยม ใช้ความรุนแรง เอารัดเอาเปรียบ แก่งแย่งผลประโยชน์กันอย่างไม่รู้สำนึก ครูนีลได้สร้างระบบการศึกษาแบบเปิดโรงเรียนซัมเมอร์ฮิลล์เพื่อเปิดเสรีภาพให้เด็ก เขาจัดระบบการศึกษาโดยเน้นเสรีภาพ ประชาธิปไตยทางตรงและการตัดสินใจด้วยตัวเอง สอนให้เด็กกล้าพูด กล้าคิด ไม่เกรงกลัว และกระตุ้นให้นักเรียนโต้แย้งถกเถียง ผู้ที่ได้รับการกล่าวหาว่าเป็นกบฏต่อระบบการศึกษาอย่างครูนีล ได้วิพากษ์วิจารณ์ระบบการเรียนการสอน และการสอบในมหาวิทยาลัยว่า "การสอนส่วนใหญ่มุ่งทดสอบความรู้ หาได้ทดสอบความสามารถในการคิดไม่ และอันที่จริงการสอบกลับทำลายความคิดที่เป็นอิสระด้วยซ้ำ ทั้งอาจารย์หลายคนก็ไม่ชอบความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับตน ระบบการสอบเป็นตัวก่อให้เกิดความคิดแบบแคบๆ ขึ้นมาว่า เหรียญตราบ่งถึงความเฉลียวฉลาด บางครั้งมันก็บ่งถึงความเฉลียวฉลาดอยู่บ้าง แต่ส่วนมากแล้วเหรียญตราบ่งถึงการจำเก่งและการขาดความเป็นคนต้นคิด" ครูนีล ยังได้วิจารณ์ระบบโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอีกว่า "อาจารย์ของพวกเราหลายคนหามีคุณสมบัติในการเป็นครูไม่ เพราะครูนั้นเริ่มแรกจะต้องผูกมิตรกับนักเรียน ก่อนที่นักเรียนจะฟังเขาพูด ถ้าคุณไปพบพวกเขาหลังเลิกเรียนแล้ว พวกเขาก็จะทำตัวเหมือนเป็นผู้วิเศษ และท่าทีทั้งหมดของเขาก็จะทำตัวเหมือนเป็นผู้วิเศษ และท่าทีทั้งหมดของพวกเขาก็จะเหมือนจะบอกว่า ข้าฯ ไม่ต้องการสนิทชิดเชื้อกับแก ข้าฯ เป็นศาสตราจารย์ หน้าที่ของข้าฯ คือ ผู้บรรยาย ไม่ใช่ให้คำปรึกษา" ครูนีลได้พูดถึงประชาธิปไตยในซัมเมอร์ฮิลล์ในปี 2477 ว่า มีความสมบูรณ์ยิ่งกว่าประชาธิปไตยในประเทศใดๆ แต่อาจจะต้องยกเว้นหมู่บ้านโซเวียตในรัสเซีย ในปีต่อมาครูนีลได้เขียนไว้ใน New Era ถึงความหมายของประชาธิปไตย ความแตกต่างระหว่างระบบฟาสซิสต์กับระบบคอมมิวนิสต์ "ระบบฟาสซิสต์ คือ ระบบทุนนิยมในรูปแบบล่าสุด มันเป็นระบบที่พยายามบีบบังคับให้กรรมกรต้องรับใช้คนกลุ่มน้อยที่มีทรัพย์สิน ส่วนการปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจของรัสเซีย (สมัยเลนิน) นั้นแตกต่างออกไป เพราะมันมุ่งบริหารงานเพื่อกรรมกร พยายามสร้างสรรค์อารยธรรมใหม่ของผู้ที่ไม่ได้ถูกขูดรีด ในขณะที่ระบบฟาสซิสต์จำเป็นต้องอาศัยการปกครองแบบรวมอำนาจที่แข็งแกร่งเพื่อกดขี่ผู้ใช้แรงงานต่อไป" อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ได้เขียนถึงนักปฏิรูปการศึกษาผู้ยิ่งใหญ่อีกท่านหนึ่ง คือ ลอร์ดเบอร์ทรันด์ รัสเซล ว่า เป็นนักปรัชญาที่ลือชื่อที่สุดของศตวรรษนี้ นอกจากจะสนใจปรัชญาบริสุทธิ์ ตรรกวิทยา คณิตศาสตร์ ชนิดที่คนสามัญไม่เข้าใจแล้ว ยังสนใจปัญหาพื้นฐานทางการศึกษา จริยธรรมและการเมือง ชนิดที่สามัญชนทั่วไปเข้าใจและสนใจเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย นักการศึกษาผู้นี้ตอกย้ำถึงหลักการอันยิ่งใหญ่ คือ ความรู้ในมือของความรัก การจัดการศึกษาด้วยความรัก อันนำมาสู่สันติสุขและคุณภาพที่ดีของมนุษย์ทุกคน มีหนทางที่นำไปสู่ความก้าวหน้าทางการศึกษาได้ด้วยการใส่ความรักเข้าไปในวิทยาศาสตร์ ปราศจากวิทยาศาสตร์ ความรักก็ไม่มีพลัง ปราศจากความรัก วิทยาศาสตร์ก็กลายเป็นสิ่งที่มีอันตราย การศึกษาที่เราปรารถนาให้กับลูกหลานเรา ต้องขึ้นอยู่กับอุดมคติของเราว่า มนุษย์ควรจะเป็นอย่างไร และความหวังที่ว่าลูกหลานจะมีบทบาทอย่างไรต่อชุมชน ต่อประเทศชาติ การสร้างมนุษย์ที่ดีที่ยิ่งใหญ่ อาจจะมีความคิดเห็นต่างกันว่า ควรจะเป็นอย่างไร คนหนึ่งอาจเน้นในเรื่องของความกล้าหาญ อีกคนเชื่อในความรู้และภูมิปัญญา อีกคนหนึ่งเน้นความรักความเมตตากรุณา อีกคนหนึ่งให้ความสำคัญกับความซื่อตรง เราอยากได้คนแบบไหน การศึกษามีคำตอบครับ
|