หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
เส้นปึ้ก

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น  โดย เศรษฐ์ สันติ psanti@matichon.co.th  มติชนรายวัน วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10107

เคยติดตามข่าวกรณีกรรมการคนหนึ่งในคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) คือ ผู้บริหารธนาคารมหานคร ถูกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร้องทุกข์กล่าวโทษร่วมกับผู้บริหารหลายคนในข้อหา ทุจริต และยักยอกทรัพย์ธนาคาร เป็นเงินกว่า 4,100 ล้านบาท

ข่าวดังกล่าวระบุว่า ถ้า บริษัท ทีโอที ยื่นขอจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อาจมีปัญหา เพราะตามกฎของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) บุคคลที่ถูก ก.ล.ต.ร้องทุกข์กล่าวโทษว่า กระทำความผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ ธปท.ร้องทุกข์กล่าวโทษว่า กระทำผิด พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ หรือกฎหมายสถาบันการเงินอื่น ต้องถูกขึ้นบัญชีดำ ห้ามเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียน

เหตุผลที่ ก.ล.ต.ตรากฎลักษณะนี้ขึ้นก็เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่บริษัทจดทะเบียนว่า ไม่มีบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ เป็นบอร์ดบริษัท ซึ่งจะส่งผลบวกต่อตลาดหลักทรัพย์ด้วย

หลังจากที่มีข่าวดังกล่าว มีข่าวว่า นายสรอรรถ กลิ่นประทุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ติดต่อขอข้อมูลการร้องทุกข์กล่าวโทษ จาก ธปท. นัยว่า เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาสถานะของบอร์ดคนดังกล่าว และป้องกันมิให้เกิดปัญหาเวลายื่นข้อมูลขอจดทะเบียนบริษัท ทีโอที ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.

ขณะเดียวกันก็มีข่าวร่ำๆ ว่า บอร์ด ทีโอที อาจขอให้กรรมการคนที่มีปัญหาออกจากตำแหน่งเพื่อให้เรื่องยุติลง

แต่แล้วเวลาผ่านจากเดือนกันยายน 2548 มาจนถึงกลางพฤศจิกายน 2548 บอร์ดคนดังกล่าว ยังคงอยู่ในตำแหน่งอย่างสุขสบายดี

ความจริงแล้วไม่ได้ติดใจในเรื่องที่บอร์ดคนดังกล่าว มีชนักติดหลังเรื่องคดีฉ้อโกงสถาบันการเงิน แต่ติดใจเรื่องที่ ทีโอที เป็นบริษัทมหาชนที่กระทรวงการคลังถือหุ้น 100%

กระทรวงการคลังและรัฐบาลพยายามบังคับขู่เข็ญให้บริษัทเอกชนโดยเฉพาะในตลาดหลักทรัพย์สร้างบรรษัทภิบาลขึ้นทุกด้านทุกทาง การขึ้นบัญชีดำ ห้ามบุคคลมีชนักติดหลังเป็นกรรมการบริษัทก็เป็นหลักการหนึ่งที่รัฐได้สร้างขึ้น

แต่พอเป็นบริษัทที่รัฐถือหุ้น 100% แม้ยังมิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ก็เป็นบริษัทมหาชน กลับละเลยกฎเกณฑ์ที่รัฐบังคับ ให้เอกชนทำ เป็นการเลือกปฏิบัติที่น่าละอายอย่างที่สุด

ไม่รู้ว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีที่หายใจเข้าออกเป็นดัชนีหุ้นและนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั่งเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม ถ้าใครติดตามข้อมูลเรื่องนี้ในด้านลึกแล้วไม่น่าแปลกใจเพราะจะพบว่า สามีของบอร์ดคนดังกล่าว ซึ่งเป็นอดีตอัยการใหญ่ มีความสนิทสนมกับ "บิ๊ก" ในกระทรวงยุติธรรม และ "นักเทกโอเวอร์โรงพยาบาล" มืออาชีพ เนื่องจากเป็นนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์รุ่นเดียวกัน

มีเสียงเล่าขาน "บิ๊ก" กระทรวงยุติธรรมคนดังกล่าว สามารถต่อสายตรง ถึงบ้านย่านจรัญสนิทวงศ์ได้ ผ่านเครือข่ายเครือญาติที่กว้างขวาง

ดังนั้น ปรากฏการณ์ดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องแปลกในการเมืองระบบอุปถัมภ์

หน้า 20