หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
ความเชื่อมั่นศก.ไทย : ก้าวสู่วัฏจักรขาขึ้น

ECO-NO-MISS : ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  Bizweek กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548

ชั่วโมงนี้หากถามว่า “เศรษฐกิจไทยในสายตาของคุณเป็นอย่างไร” ผมว่าคนส่วนใหญ่จะตอบว่า “รู้สึกว่าดีขึ้นเพราะตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ มีแนวโน้มดีขึ้น อีกทั้งผู้คนหรือใครต่อใครก็พูดทำนองนั้น”

หากถามต่อไปว่า "รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ หรือ" ก็คงได้รับคำตอบว่า "ก็ไม่แน่ใจนัก ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่มาก แต่ก็รู้สึกว่าอะไรๆ คงไม่แย่ลงไปกว่านี้อีกแล้ว"

ครับสิ่งที่ผมพูดถึงอยู่ในขณะนี้คือความเชื่อมั่นครับ

ถ้าถามผู้บริโภคก็จะเรียกว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งจะแสดงแนวโน้มของการจับจ่ายใช้สอยของภาคประชาชนผู้บริโภค หรือด้านอุปสงค์ของสินค้า (Demand Side) หากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจก็จะกล้าจับจ่ายใช้สอย การบริโภคก็จะขยายตัว ธุรกิจก็จะขายของได้มาก เศรษฐกิจก็จะปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ในทางกลับกัน หากผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจก็จะระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย การบริโภคก็จะชะลอตัว ธุรกิจก็จะขายของได้น้อยลง เศรษฐกิจก็จะชะลอตัวลงตามลำดับ

แต่ถ้าถามนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการก็จะเรียกความเชื่อมั่นของนักธุรกิจซึ่งจะแสดงแนวโน้มของการผลิต และการลงทุนของภาคธุรกิจหรือด้านอุปทานของสินค้า (Supply Side)

หากนักธุรกิจมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจก็จะกล้าลงทุนและจ้างงาน ผลิตสินค้าเพื่อขายเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจก็จะปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ในทางกลับกัน หากนักธุรกิจขาดความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจก็จะชะลอการลงทุน และการจ้างงาน ผลิตสินค้าเพื่อขายน้อยลง เศรษฐกิจก็จะชะลอตัวลงตามลำดับ

คำถามคำตอบข้างต้นเกี่ยวกับความเชื่อมั่นนี้ สามารถสะท้อนมุมมองทางเศรษฐกิจของผู้บริโภค และผู้ผลิตทั้งในปัจจุบัน และในอนาคตได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ ทำให้หลายประเทศ เช่น สหรัฐและญี่ปุ่น ตลอดจนประเทศในยุโรป นิยมจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นขึ้น เพื่อวัดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ผลิตให้เห็นเป็นรูปธรรม จะได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่นได้อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นการตีความค่าดัชนีความเชื่อมั่นจะพิจารณาทั้งค่าในปัจจุบันและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง สำหรับในประเทศไทยมีการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่น ทั้งของผู้บริโภค และผู้ผลิตในบทความนี้ ผมขอพูดถึงดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่จัดทำโดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะมีค่าอยู่ระหว่าง 0-200 ซึ่งสามารถแปลความหมายได้ดังนี้ หากดัชนีอยู่ในระดับที่สูงกว่า 100 แสดงว่าผู้บริโภคมีความเห็นว่าภาวการณ์ด้านนั้นๆ จะดีขึ้นหรืออยู่ในระดับดี ถ้าดัชนีอยู่ในระดับใกล้เคียง 100 แสดงว่าผู้บริโภคมีความเห็นว่าภาวการณ์ด้านนั้นๆ ไม่เปลี่ยนแปลงหรือ ทรงตัวในระดับปานกลาง (หรือปกติ) แต่ถ้าดัชนีอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 100 แสดงว่าผู้บริโภคมีความเห็นว่าภาวการณ์ด้านนั้นๆ จะแย่ลงหรือ อยู่ในระดับไม่ดี (หรือแย่กว่าปกติ)

หากใครได้ติดตามผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมาโดยตลอด ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา และโดยเฉพาะตั้งแต่ตั้งปีที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จนทุกรายการปรับตัวต่ำกว่าระดับปกติ (คือ 100) ในไตรมาสที่สองของปีนี้ และมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ในไตรมาสที่สาม จนทำลายสถิติต่ำสุดในรอบ 3 ปี

สถานการณ์นี้ทำให้เราได้เห็นข่าวคราวเกี่ยวกับยอดขายสินค้าหลายประเภทที่ชะลอตัวลง หรือการบริโภคของประชาชน ที่ชะลอลง ตลอดจนอำนาจซื้อของลูกค้าที่หดหายไป จนทำให้ผู้คนทั่วไปทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชนเฝ้าติดตามว่า "เมื่อไรความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจไทยจะเริ่มกับมา" และแล้วสัญญาณดีๆ เกี่ยวกับความเชื่อมั่นเริ่มปรากฏแสงรำไรแล้วครับ

ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนล่าสุดคือเดือนตุลาคม 2548 พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ปรับตัวดีขึ้นทุกรายการต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่สองในรอบ 10 เดือนของปีนี้โดยเฉพาะดัชนีความเชื่อมั่น เกี่ยวกับสถานการณ์ในอนาคตข้างหน้า (ประมาณ 6 เดือนข้างหน้า) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก เนื่องจากราคาน้ำมันทุกประเภท ที่ปรับตัวลดลงอย่างมากในระยะหลัง และสัญญาณทางเศรษฐกิจหลายด้านเริ่มปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะมูลค่าการส่งออก ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ หน่วยงานทางเศรษฐกิจต่างๆ เริ่มปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ ว่าจะขยายตัวในระดับ 4.0-4.5% ค่อนข้างแน่นอน เทียบกับในช่วง 2-3 เดือนก่อนที่หน่วยงานต่างๆ คาดว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวเพียง 3.5-4.0% เท่านั้น ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น เกี่ยวกับสถานการณ์ในอนาคตมากขึ้นเป็นลำดับ

การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นทุกรายการในเดือนนี้ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคอาจมีความคิดเห็นว่า ภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ต่างๆ จะไม่แย่ไปกว่านี้และมีแนวโน้มปรับตัวเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการในเดือนล่าสุดปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน แต่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำกว่าระดับปกติที่ 100 ทุกรายการ โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 81.4 80.3 และ 98.9 ตามลำดับ เทียบกับดัชนีในเดือนกันยายนที่อยู่ในระดับ 79.6 79.0 และ 97.5 ตามลำดับ

เมื่อดัชนีความเชื่อมั่นทุกรายการมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ในเดือนตุลาคมปรับตัวดีขึ้นจาก 85.4 ในเดือนกันยายน เป็น 86.8 ในเดือนตุลาคม

อย่างไรก็ตามทุกดัชนียังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 แสดงว่าในภาพรวมผู้บริโภคยังขาดความเชื่อมั่นในเรื่องต่างๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง

การปรับตัวของดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง และปรับตัวสูงขึ้น มากกว่าค่าเฉลี่ยในไตรมาสที่สามของปีนี้ (ดังแสดงในตาราง) สะท้อนให้เห็นสัญญาณ “หยุดการทรุดตัวลง” ของความเชื่อมั่นของและเริ่มปรับตัวเข้าสู่ “วัฏจักรขาขึ้น”

ผู้บริโภคอาจแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์ต่างๆ คงไม่แย่ลงไปกว่านี้ และอาจมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นได้ในอนาคต หากไม่มีปัจจัยเสี่ยงใดๆ เกิดขึ้นรุนแรงในอนาคต

อย่างไรก็ตามยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นแล้ว ยังต้องติดตามดูข้อมูลอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องอีก 2-3 เดือน จึงสามารถสรุปได้ว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับฟื้นคืนสู่ความเชื่อมั่นเป็นปกติในระยะเวลาอันใกล้

นอกจากนี้ การที่ดัชนีความเชื่อมั่นทุกรายการยังทรงตัวต่ำกว่าระดับปกติ (คือระดับ 100) อย่างต่อเนื่อง และความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ในระดับต่ำกว่าระดับ 100 ต่อเนื่องกันในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา คาดว่าจะทำให้ผู้บริโภคยังชะลอการบริโภคในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า หากความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป

ซึ่งอาจทำให้การบริโภคของภาคเอกชนไทยกลับพลิกบทบาทกลายเป็นพระเอกหรือเพื่อนพระเอก (คือ Mega Project) ในภาพยนตร์เรื่อง "พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้ไฉไลในปี 49" ก็ได้นะครับ