หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
iPod กับ Walkman ใครจะอยู่? ใครจะไป?

หน้าต่างความคิด : เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว  กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2548

กว่าสี่ปีมาแล้วที่ แอปเปิล ได้สร้างปัญหาให้กับ โซนี่ เพราะนับตั้งแต่แอปเปิลเปิดตัวเครื่องเล่นเพลง MP3 ขนาดพกพาที่ชื่อว่า iPod มาเจาะตลาดวัยรุ่น ส่วนแบ่งตลาดเครื่องเล่นเพลงที่เคยเป็นของ Walkman ก็ลดลงเรื่อยๆ

"Say Hello to iPod" เป็นสโลแกนที่ใช้ในการเปิดตัว iPod เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลขนาดพกพาสำหรับวัยรุ่น ตั้งแต่เปิดตัว เมื่อเดือนตุลาคม 2544 จนถึงปัจจุบัน แอปเปิลได้ขาย iPod รุ่นต่างๆ รวมกันแล้วกว่า 21.8 ล้านเครื่อง

จุดเด่นของเจ้า iPod ตัวนี้ ก็คือรูปแบบที่ทันสมัยโดนใจวัยรุ่น แถมยังสามารถบรรจุเพลงได้เป็นจำนวนมาก ผู้ใช้สามารถเลือกดาวน์โหลดเพลงโปรดของตนเองมาใส่ในเครื่องได้จากร้านขายเพลงออนไลน์ของแอปเปิล ที่มีชื่อว่า iTunes ซึ่งคิดราคาเพียง 99 เซนต์ต่อเพลงเท่านั้น มีการประมาณการกันไว้ว่า มีลูกค้าเข้ามาดาวน์โหลดเพลงจาก iTunes ไปแล้วกว่า 500 ล้านเพลง iPod และ iTunes สร้างรายได้ให้กับแอปเปิลอย่างเป็นกอบเป็นกำ

หลายปีที่ผ่านมานี้ โซนี่ได้แต่นั่งตาปริบๆ ดู iPod ชิงส่วนแบ่งตลาดที่เคยเป็นของ Walkman ไปเรื่อยๆ เรียกว่า หักด้ามปากกาเซียนกันเลย ตอนที่ iPod เปิดตัวใหม่ๆ นั้น ผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็ออกมาฟันธงกันว่า สุดท้าย iPod คงจะไปไม่รอด เพราะลูกค้าเดิมของโซนี่มีความซื่อสัตย์ต่อแบรนด์สูงมาก

แต่ผลที่ออกมากลับไม่เป็นแบบนั้น สะท้อนให้เห็นว่าแอปเปิลทำการบ้านมาอย่างดี รู้ถึงความต้องการของวัยรุ่น และตอบสนองต่อความต้องการเหล่านั้นได้อย่างตรงจุด

กลยุทธ์ที่แอปเปิลใช้ในการทำตลาดได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ว่า อาจเป็นสาเหตุให้ iPod ถึงจุดจบได้ เนื่องจากเพลงทุกเพลงที่ดาวน์โหลดมาจากเวบไซต์ของ iTunes จะต้องเปิดกับเครื่อง iPod เท่านั้น ไม่สามารถนำไปเปิดกับเครื่องเล่นเพลงของบริษัทอื่นได้ ลูกค้าของ iPod จึงกลายเป็นลูกค้าของ iTunes ไปโดยอัตโนมัติ

ดังนั้น ยิ่งมีการซื้อ iPod มากขึ้น ยอดดาวน์โหลดเพลงจาก iTunes ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย มีลูกค้าหลายคนเหมือนกัน ที่ไม่พอใจกับนโยบายนี้ ถึงขนาดมีการฟ้องร้องกันจนขึ้นโรงขึ้นศาล แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบไป

ขณะที่โซนี่กำลังเตรียมตัวจะเปิดศึก iPod กับ iTunes ก็จูงมือกันไปถล่มโซนี่ถึงหน้าประตูบ้าน เนื่องจากแอปเปิลมองว่า ตลาดนี้มีศักยภาพมาก แต่ที่ผ่านมานั้น ตลาดในญี่ปุ่นไม่ได้มีการเติบโตมากเหมือนกับอเมริกา ถึงแม้โซนี่จะเป็นผู้นำตลาดอยู่ แต่ก็มียอดดาวน์โหลดเพลงจากเวบไซต์ของบริษัทเพียงประมาณเดือนละ 450,000 เพลง ซึ่งนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับฐานลูกค้าทั้งหมดในประเทศ ที่มีอยู่นับล้านคน

แอปเปิลเดินเกมรุกเข้าไปเปิดตลาดเพลงออนไลน์ โดยการเปิดให้บริการดาวน์โหลดเพลงแก่ลูกค้าในประเทศญี่ปุ่นจากเวบ iTunes ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา เพียงสี่วันนับตั้งแต่เปิดตัวก็มียอดดาวน์โหลดถึง 1 ล้านเพลง จากเวบของ iTunes ซึ่งมากกว่ายอดที่โซนี่ทำได้ในแต่ละเดือนถึง 2 เท่า

ยอดขายที่ถล่มทลายนี้เป็นผลจากการทำสงครามราคาของ iTunes ที่คิดราคาการดาวน์โหลดต่อเพลงเพียง 150 เยน ต่ำกว่าราคาดาวน์โหลดเพลงออนไลน์จากเวบไซต์ของโซนี่ ที่ชื่อว่า Connect ถึงเท่าตัว แถมมีทั้งเพลงญี่ปุ่น และเพลงสากล ให้เลือกเป็นจำนวนมากกว่า ประมาณกันว่า ขณะนี้ iTunes มีส่วนแบ่งตลาดในญี่ปุ่นอยู่ประมาณ 50% และในที่สุดแล้ว iTunes อาจจะแย่งส่วนแบ่งตลาดในญี่ปุ่นไปได้ถึง 80% เลยทีเดียว

iTunes กลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมในญี่ปุ่น ค่ายเพลงหลายค่ายพยายามเพื่อนำเพลงของตัวเองไปไว้บนเวบของ iTunes เพราะหากทำได้ ค่ายเพลงเหล่านี้ก็จะมีรายได้เข้ามาอย่างเป็นกอบเป็นกำ แม้แต่ศิลปินบางคนของค่ายโซนี่เอง ก็พยายามกดดันให้บริษัทเจรจา เพื่อนำเอาเพลงของตนไปไว้บนเวบของ iTunes เช่นกัน

ผู้บริหารของโซนี่พยายามแบ่งรับแบ่งสู้ต่อแรงกดดันนี้มาตลอด โดยออกมาแถลงข่าวเป็นระยะว่า กำลังเจรจาต่อรอง เพื่อจัดสรรผลประโยชน์กันอยู่ แต่ในทางปฏิบัติแล้วหลายคนมองว่าเป็นเพียงกลยุทธ์การซื้อเวลา เพื่อรอให้กระแส iPod ฟีเวอร์ลดลง หรือจนกว่าจะหาทางออกที่ดีกว่านี้ให้กับบริษัทได้

นักวิเคราะห์เชื่อกันว่า iPod คงจะเป็นผู้นำตลาดเครื่องเล่น MP3 ไปได้อีกไม่เกินปีครึ่ง เพราะจากแนวโน้มในอดีต ไม่เคยมีใครที่มีส่วนแบ่งตลาดเกินกว่า 80% แล้วสามารถรักษาความเป็นผู้นำได้เกินสองปีมาก่อนเลย และจากประวัติที่ผ่านมา โซนี่ไม่ใช่บริษัทที่สามารถต่อกรด้วยได้ง่ายนัก ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเพลี่ยงพล้ำ แต่ต้องไม่ลืมว่า โซนี่คือผู้สร้างอารยธรรมใหม่ในการฟังเพลง ให้กับวัยรุ่นทั่วโลก เป็นผู้บุกเบิกตลาดเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาจน Walkman กลายเป็นคำที่มีคนรู้จักกันไปทั่วโลก ประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะมองข้าม

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โซนี่ประกาศว่าตอนปลายปีจะมีสินค้าตัวใหม่ออกมาเพื่อชนกับ iPod โดยตรง แถมยังเกทับอีกว่าสินค้าตัวใหม่นี้ จะสามารถสู้กับคู่แข่งจากอีกฟากหนึ่งของมหาสมุทรได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ และช่วยให้โซนี่ทวงบัลลังก์คืนมาได้

คาดว่าในปีหน้าเราคงได้เห็นมวยคู่เอกคู่นี้สัประยุทธ์กันอย่างถึงพริกถึงขิงแน่นอน ก็ต้องคอยดูกันต่อไปว่า โซนี่จะสามารถพา Walkman กลับมานั่งอยู่ในใจ และในกระเป๋าของเหล่าวัยรุ่นได้อีกครั้งหรือไม่