หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
นโยบายสาธารณะ เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่า

ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ  :  กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2548

การบริหารประเทศเพื่อให้บรรลุเป้าหมายประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน จำเป็นต้องมีนโยบายสาธารณะที่ดี และกระบวนการจัดการนโยบายต้องมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

นโยบายที่ดี คืออะไร? อาจจะเป็นคำถามสำคัญที่สุด และอาจจะได้คำตอบไม่ตรงกันในแต่ละกลุ่มคนดีนั้นดีสำหรับใคร และดีโดยไม่ขึ้นอยู่กับเวลา พื้นที่และสถานที่หรือไม่

นโยบายที่ดี ควรจะมีลักษณะอย่างไร

นโยบายดีน่าจะเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนมากที่สุด เป็นแนวทางในการจัดสรรแบ่งปันทรัพยากรที่มีอยู่ในสังคมระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ และประชาชนอย่างเป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และยึดถือคุณธรรมในการดำเนินการ

นโยบายที่ดีจะต้องเปิดกว้างให้ตอบรับและตอบสนองต่อความคิดและข้อเสนอแนะดีๆ ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด

ใครว่างๆ ช่วงเช้าวันที่ 19 ธันวาคม เชิญไปร่วมงานสัมมนานโยบายสาธารณะ ทางสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ ได้เปิดพื้นที่ทางปัญญา เพื่อให้บรรดานักคิด นักวิชาการ ปัญญาชนได้ร่วมแสดงความคิด ร่วมวิพากษ์วิจารณ์อนาคตนโยบายสาธารณะเพื่อประเทศไทยที่ดีกว่า เขาจัดงานกันที่โรงแรมสยามซิตี แถวถนนศรีอยุธยา

กระบวนการพัฒนานโยบายที่ถูกต้องเหมาะสม ต้องมีขั้นตอนที่สำคัญอยู่หลายขั้นตอนด้วยกัน เริ่มต้นตั้งแต่การมีส่วนร่วม รับรู้และรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลและปัญหา เสนอแนะทางเลือก ริเริ่มนโยบาย กำหนดและตระเตรียมนโยบาย ปรับปรุงกลไกของระบบราชการ การนำไปปฏิบัติและการประเมินผล

ภาวะไร้พรมแดน การเปิดเสรีโลกาภิวัตน์ทำให้สภาพแวดล้อมภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและมีความผันผวนสูง และกลายเป็นสิ่งท้าทายการกำหนด และกระบวนการจัดการนโยบายสาธารณะที่สำคัญในอนาคต ประกอบกับปัจจัยภายในเอง ฝ่ายการเมืองมีบทบาทในการกำหนดนโยบายมากขึ้น และมีกระบวนทัศน์ใหม่ในการมองภาพปัญหา และการแก้ปัญหาที่แตกต่างจากกระบวนทัศน์แบบราชการ

นโยบายสาธารณะแต่เดิมนั้นเป็นผลผลิตของระบอบอมาตยาธิปไตย นโยบายมักอยู่ในกรอบแนวคิด ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเฉพาะเรื่อง และติดกรอบกลไกปฏิบัติ คือ โครงสร้างกระทรวง ทบวง กรมเป็นหลัก ถือเป็น Functional Approach ข้าราชการจำนวนไม่น้อยขาดความยืดหยุ่นในการปฏิบัติงาน และอาจมีความคิดในการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง

การศึกษานโยบายสาธารณะนั้น มี 3 แนวทางใหญ่ แนวทางอธิบายนโยบายเป็นรายกรณี แนวทางนี้จะหยิบยกนโยบายใดนโยบายหนึ่งมาวิเคราะห์ เช่น นโยบายปฏิรูปการศึกษา นโยบายอนุรักษ์พลังงาน นโยบายยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน นโยบายการเปิดเสรี นโยบายการปราบปรามยาเสพติด หรือแม้กระทั่งนโยบายการต่อต้านการคอร์รัปชัน

แนวทางที่เน้นการวิเคราะห์นโยบายโดยสำรวจไปที่วิสัยทัศน์ ทัศนะ ค่านิยม อุดมการณ์ความเชื่อ และผลประโยชน์ของผู้กำหนดนโยบายระดับสูง

อย่างไรก็ตาม มีตัวแบบใช้ในการศึกษาหลายตัวแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ตัวแบบระบบ (System Model) ตัวแบบสถาบัน (Institutional Model) ตัวแบบกลุ่ม (Group Model) ตัวแบบผู้นำ (Elite Model)

ตัวแบบระบบเชื่อว่า นโยบายสาธารณะเป็นผลของการทำงานของระบบการเมืองที่เริ่มต้นจากแรงกดดัน ข้อเรียกร้องและข้อสนับสนุนที่ถูกนำเข้ามาสู่ระบบและถูกแปลงเป็นนโยบายสาธารณะ

ระบบการเมืองที่ดูดซับข้อเรียกร้องต่างๆ เข้าสู่ระบบจะต้องมีวิธีการจัดการกับข้อเรียกร้องที่มีความขัดแย้งกัน ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดปัญหาต่อระบบได้ เช่น นโยบายการนำ กฟผ.เข้ากระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ มีความคิดเห็นและข้อเรียกร้องที่แตกต่างกันเป็นสองขั้ว

ตัวแบบสถาบัน เป็นตัวแบบที่พูดถึงความสัมพันธ์โครงสร้างของระบบการเมือง และระบบราชการ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ของโครงสร้างดังกล่าวย่อมมีผลต่อนโยบายสาธารณะ

ตัวแบบกลุ่ม ตัวแบบนี้อธิบายว่า นโยบายสาธารณะเป็นผลของการต่อสู้ต่อรองของกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ จนในที่สุด มันจะสะท้อนดุลยภาพของการดิ้นรนต่อสู้นั้น ดุลยภาพจึงเป็นผลของการต่อรองของกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ผนวกกับสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมนั้นๆ

นักวิชาการจำนวนหนึ่งนำเสนอตัวแบบประสานประโยชน์สูงสุด (Optimal Model) หากเราตั้งคำถามขึ้นมาว่า นโยบายเรื่องเมกะโปรเจค ควรจะดำเนินการอย่างไร จึงก่อให้เกิดการใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุด โปร่งใสมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด เกิดการกระจายตัวของผลประโยชน์มากที่สุด

นโยบายการค้า นโยบายการจัดทำเอฟทีเอ นโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ นโยบายแก้ปัญหาความยากจน นโยบายแก้ปัญหายาเสพติด นโยบายการปฏิรูปการศึกษา นโยบายการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย นโยบายการเงิน นโยบายยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน นโยบายอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ และนโยบายอื่นๆ อีกมากมาย

นโยบายทั้งหลายเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่า ประเทศจะแย่ลงหรือดีขึ้นในอนาคต และการจะมุ่งมั่นให้นโยบายสาธารณะ เป็นไปเพื่อประเทศไทยที่ดีกว่า เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย หลายมิติ มีความซับซ้อนสูง การผลักดันให้นโยบายดีอย่างแท้จริงเกิดขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ อย่างน้อยที่สุดต้องอาศัยทั้งคนดีคนเก่งและระบบดีไปพร้อมกัน นอกจากนี้ องค์ประกอบอื่นที่จำเป็นก็ต้องไม่ขาดตกบกพร่อง

อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกแห่งความเป็นจริง ยังคงห่างไกลสังคมในอุดมคติครับ