|
||||||||||||||
|
มะเร็งร้ายชื่อคอร์รัปชั่น
โดย วรากรณ์ สามโกเศศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มติชนรายวัน วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10141 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้ไปร่วมงานมอบรางวัลข่าวทุจริตเชิงสืบสวนยอดเยี่ยม ประจำปี 2548 ขององค์กรเพื่อความโปร่งใส ในประเทศไทย (Transparency Thailand) ที่คุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานและ ดร.จุรี วิจิตวาทการ เป็นเลขาธิการ มีผู้คนไปร่วมงานกันแน่นขนัดห้องประชุมโรงแรมเวียงใต้ด้วยความศรัทธาและเพื่อให้กำลังใจองค์การนี้ ซึ่งพยายามผลักดันการต่อต้านคอร์รัปชั่นในสังคมของเรา ได้ฟังการบรรยายของประธาน ที่กล่าวถึงคอร์รัปชั่นในบ้านเรา อย่างเผ็ดร้อน และน่ารับฟัง และได้รับทราบการต่อสู้ปัญหาคอร์รัปชั่นโดยสื่อของบ้านเราอย่างน่าชื่นชม รางวัลยอดเยี่ยมได้แก่ข่าวสืบสวนนายทุนกว้านซื้อที่ดินนับพันไร่ในอำเภอปะทิว ชุมพร อย่างทุจริตจนในที่สุดเอาผิดทางกฎหมายได้ ของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ รางวัลเกียรติคุณคือเรื่องเครื่องทดสอบระเบิด CTX 9000 ของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และรางวัลชมเชยคือเรื่องหุ้นบริษัทปิคนิคของหนังสือพิมพ์มติชน ทั้งหมดนี้อยากรู้ว่าใครทำอะไรเลวทรามไว้ กรุณาดูได้ที่ Transparency-Thailand.org. วันที่ 9 ธันวาคม 2548 เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชั่นโลก บ้านเรามีการอภิปรายกันหลายแห่ง ในการอภิปรายเหล่านี้คำศัพท์ใหม่ที่เกิดขึ้น โดยการเสนอของ ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ ก็คือศิลปะแขนงใหม่ที่เรียกว่า "วิจิตรโจรกรรม" ซึ่งเป็นการคอร์รัปชั่นที่น่ากลัวที่สุด เพระเป็นคอร์รัปชั่นอย่างถูกกฎหมาย เพราะคนคอร์รัปชั่นเป็นผู้เขียนกฎหมาย ขอนำข้อเขียนในเรื่องคอร์รัปชั่นที่ผมได้เคยเขียนไว้มาปรับปรุงเพื่อสนับสนุนความพยายามของคนกลุ่มหนึ่งในบ้านเรา ที่ต้องการชี้ให้สังคมเห็นว่าคอร์รัปชั่นที่หนักหน่วงในบ้านเราเป็นมะเร็งร้าย ที่กำลังทำร้ายสังคมของเราและของลูกหลานเราในอนาคต ผู้เขียนนึกถึงการประชุมนานาชาติครั้งสำคัญ ในปี 1997 ที่กรุงลิมา ประเทศเปรูเรื่องคอร์รัปชั่นที่มีข้อสรุปที่น่าสนใจ บ่อยครั้งที่ผู้คนมักคิดว่าคอร์รัปชั่นเป็นเพียงเรื่องของการสูญเสียเงินทองที่ไม่ควรเสียไปเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วคอร์รัปชั่นทำลายสังคมเราได้มากกว่านั้นมากมายนัก ผลเสียของคอร์รัปชั่นมีด้วยกันอย่างน้อย 7 ประการ ดังต่อไปนี้ (1) คอร์รัปชั่นบ่อนทำลายและเซาะกร่อนพื้นฐานศีลธรรมของทุกสังคม การโกงกินไม่ว่าตามน้ำ หรือทวนน้ำอย่างไม่ละอายผีสางเทวดาอย่างกว้างขวาง จะทำให้ผู้คนเห็นคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้กระทำไม่ถูกลงโทษ อุปมาเหมือนกับครอบครัวใดที่พ่อแม่พูดกันถึงเรื่องลักขโมย คดโกง หลอกลวงคนอื่นอย่างเป็นเรื่องธรรมดา ครอบครัวนั้นย่อมมีมาตรฐานของศีลธรรมในระดับต่ำ ลูกหลานก็จะเลียนแบบ เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ และก็จะกระทำการอื่นๆ ที่ขาดจริยธรรมอย่างกว้างขวางขึ้น คอร์รัปชั่นเป็นเชื้อร้ายที่ติดกันได้ง่ายและทำให้เห็นสิ่งผิดเป็นถูก เห็นกงจักรเป็นดอกบัว คงไม่มีใครอยากเห็นสังคมไทยเป็นสังคมที่ขาดเข็มทิศศีลธรรม (moral compass) เยาวชนไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรคือถูก เสาคุณธรรมของสังคมไทยก็จะสั่นคลอนเพราะไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรกระทำ (2) คอร์รัปชั่นลุกล้ำสิทธิทางสังคมและเศรษฐกิจของคนยากจนและคนอ่อนแอ คอร์รัปชั่นนั้นจำเป็นต้องมีอำนาจ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ มีงานวิชาการที่เสนอว่าคอร์รัปชั่นเท่ากับการผูกขาด (monopoly) + วิจารณญาณ (discretion)-การรับผิดรับชอบ (accountability) การผูกขาดและวิจารณญาณเป็นสิ่งซึ่งผูกพันกับการมีอำนาจ ถ้าบุคคลหนึ่งมีการผูกขาดและมีโอกาสในการใช้วิจารณญาณ (ไม่ว่าจะเกิดจากกฎหมาย หรือสิ่งใดก็ตามที) จะทำให้มีอำนาจ ยกตัวอย่างเช่น เป็นผู้สามารถตกลงในการจัดซื้อจัดจ้างคนเดียว และเลือกรายใดก็ได้ พลังคอร์รัปชั่นก็จะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงถ้าไม่มีการรับผิดรับชอบมาคานไว้ คนยากจนและคนอ่อนแอจะไม่มีโอกาสมีอำนาจเช่นนี้ การถูกรุกล้ำสิทธิทางสังคม (ผู้หญิงถูกลิดรอนสิทธิ เพราะผู้ชายเป็นผู้ออกกฎหมาย คนไทยภูเขาได้รับสัญชาติยากเย็นถ้าไม่มีสีม่วงเข้มจัดติดปลายนวม) และการถูกรุกล้ำสิทธิทางเศรษฐกิจ (คนรวยได้โฉนดที่ดินประเภทสีเทาเสมอ คนจนเหยื่อสึนามิจำนวนหนึ่งสูญเสียความเป็นเจ้าของที่ดินที่เคยอยู่มา) จึงมักเกิดขึ้น (3) คอร์รัปชั่นทำให้ประชาธิปไตยอ่อนแอ คนรวยมีโอกาสมีสิทธิในเรื่องต่างๆ มากกว่าคนไม่มีเงิน ในสังคมที่คนมีเงินได้สิ่งต่างๆ ผ่านช่องทางคอร์รัปชั่นด้วยการใช้เงิน ตัวอย่างได้แก่ การให้เงินอุดหนุนปฏิวัติโดยคนรวย และต่อมาได้รับสัมปทานต่างๆ อย่างสะดวกจากคณะปฏิวัติ หรือการที่คนมีเงินซื้อเสียงเข้าไปเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือคนรวยใช้เงินซื้อบัตรประชาชน ประชาธิปไตยอยู่ได้ด้วยศรัทธาของประชาชน ถ้าคนไม่เห็นว่าประชาธิปไตยให้ประโยชน์ เพราะภายใต้ระบอบนี้ชุกชุมด้วยคอร์รัปชั่น จนทำให้คนมีสิทธิไม่เท่ากัน ผู้คนก็จะหันไปสู่อำนาจนิยม ซึ่งโดยแท้จริงแล้วภายใต้ระบอบนี้โอกาสที่คนจนจะมีสิทธิเท่าเทียมกับคนรวยจะยิ่งมีน้อยลง (4) คอร์รัปชั่นบ่อนทำลายกฎกติกา กฎหมาย ซึ่งเป็นพื้นฐานของทุกสังคม ในสังคมที่คอร์รัปชั่นชุกชุม กฎกติกาหรือแม้แต่กฎหมายก็ถูกละเลยหรือยกเว้น หรือแม้แต่ถูกแก้ไขเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ ในสังคมที่ยอมแพ้คอร์รัปชั่น เงินจะ "ง้าง" ทุกสิ่งไม่ว่ากฎเกณฑ์ หรือกติกาได้อย่างง่ายดาย คนสามารถเข้าสู่ตำแหน่งด้วยการจ่ายเงินแหกกฎกติกาที่ตั้งไว้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม (5) คอร์รัปชั่นหน่วงเหนี่ยวการพัฒนา คอร์รัปชั่นทำให้การจัดสรรทรัพยากรบิดเบี้ยวมิได้เป็นไปตามหลักวิชา หากเป็นไปตามครรลองของการได้มาซึ่งเงิน การจัดซื้อจัดจ้างที่แพงเกินจริงเป็นการสูญเสียทรัพยากร ที่สังคมมีอยู่จำกัดอย่างน่าเสียดาย ภาษีอากรที่จัดเก็บจากประชากรทุกบาทควรรับใช้สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าการใช้จ่ายแบบกระเชอก้นรั่ว สถานการณ์รั่วไหลเช่นนี้ย่อมหน่วงเหนี่ยวการพัฒนาประเทศ เพราะทำให้การลงทุนทั้งในทรัพยากรมนุษย์ และโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ อยู่ในระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น (6) คอร์รัปชั่นทำให้สังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนยากไร้ไม่ได้รับประโยชน์จากระบบเศรษฐกิจเสรี แนวโน้มของโลกในการใช้เศรษฐกิจเสรี เป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ปรากฏชัดขึ้นเป็นลำดับ การแข่งขันอย่างเสรีภายใต้ระบบเศรษฐกิจนี้ทำให้เกิดประสิทธิภาพ ในการสนองตอบความต้องการของสมาชิกในสังคม และทำให้ผู้คนลืมตาอ้าปากได้ อย่างไรก็ดี เมื่อมีการแข่งขันก็ย่อมมีผู้แพ้และผู้ชนะ และบ่อยครั้งที่ผู้ยากไร้เป็นผู้แพ้ ภาครัฐจึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนช่วยเหลือมิให้คนยากไร้เป็นผู้แพ้อย่างหมดท่า แต่ถ้ากลไกภาครัฐเป็นง่อย เพราะคอร์รัปชั่นแล้ว การช่วยเหลือนี้ก็ไม่เป็นผล ดังเช่นการให้สินเชื่อแก่เกษตรกรหรือธุรกิจขนาดเล็ก หากคอร์รัปชั่นแพร่กระจายในสังคม คนยากไร้ก็ไม่ได้รับประโยชน์จากระบบเศรษฐกิจเสรี จะกลายเป็นหอกดาบที่ทิ่มแทงคนยากจนและอ่อนแอในสังคมยิ่งขึ้นอีก คอร์รัปชั่นเป็นโรคติดเชื้อที่น่ากลัวเพราะสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง ทั้งนี้ เนื่องจากผลประโยชน์อันหอมหวาน ที่บุคคลได้รับจากคอร์รัปชั่นที่ไม่ถูกลงโทษ คอร์รัปชั่นเป็นพิษภัยอย่างร้ายแรงแก่สังคม โดยความเลวร้ายที่สุดของมันก็คือการทำลายความศรัทธาในความดีงาม ซึ่งเป็นฐานสำคัญของสังคมที่มีคุณภาพ จะหยุดการแพร่กระจายของการติดเชื้อคอร์รัปชั่นได้อย่างชะงัดก็ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างจริงจังและทันควัน โดยไม่ปล่อยให้มันลุกลามจนเกิดผลเสียอย่างมหาศาลแก่ชาติ หน้า 6
|