หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
เศรษฐศาสตร์กับเรื่องจริยธรรม

คอลัมน์ ดุลยภาพดุลยพินิจ  โดย ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  มติชนรายวัน วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10140

กิจกรรมทั้งปวงของมนุษย์นั้นล้วนมุ่งสนองความจำเป็นและความต้องการของเรา เศรษฐศาสตร์อธิบายการทำงาน ประเมินกระบวนการและผลลัพธ์ของกิจกรรมและสวัสดิการทางเศรษฐกิจ ในเรื่องที่เกี่ยวกับคุณค่า การกระทำอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรถูก อะไรผิด อะไรควร อะไรไม่ควร เศรษฐศาสตร์จำเป็นต้องอิงกฎเกณฑ์หรือบรรทัดฐานทางด้านศีลธรรม จริยธรรม หรือจริยศาสตร์ (Ethics) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจ ล้วนมักมีมิติทางด้านศีลธรรมอยู่ด้วยเสมอ โดยเฉพาะเมื่อสังคมต้องประนีประนอมความแตกต่างในความคิดความเชื่อ หรือประสานให้เกิดสมดุลในทุกข์สุขของคนกลุ่มต่างๆ ธุรกิจประเภทแอลกอฮอล์ ควรจะให้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้หรือไม่ หรือการยอมรับอาชีพโสเภณีไม่ผิดกฎหมาย การให้น้ำหนักของสังคมต่ออนุชนรุ่นหลัง เมื่อเทียบกับคนรุ่นปัจจุบัน การใช้อิทธิพลหรือเส้นสายทางการเมืองเพื่อให้ได้ธุรกิจ การมีหลักธรรมาภิบาลที่ต่ำกว่ามาตรฐานจนนำไปสู่การฉ้อฉลในทางธุรกิจและการเมือง หรือการที่รัฐบาลเป็นเจ้ามือหวยใต้ดินเสียเอง แต่ประชาชนทำจะผิดกฎหมาย สังคมที่มีความเท่าเทียมกันในรายได้สูง แต่มีอัตราความเจริญเติบโตต่ำกว่าสังคมที่มีความไม่เท่าเทียมกัน สังคมไหนดีกว่ากัน ชีวิตของมนุษย์มีคุณค่าอย่างไร

ในอดีตเศรษฐศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของจริยศาสตร์และปรัชญา เป็นส่วนหนึ่งของวิชาธรรมศาสตร์ หรือ Moral Science บิดาทางเศรษฐศาสตร์ยุคใหม่ Adam Smith ก็เป็นศาสตราจารย์ทางปรัชญาด้านศีลธรรม Amartya Sen โนเบลทางเศรษฐศาสตร์ เชื่อว่า ถ้าย้อนไปไกลถึง Aristotle เศรษฐศาสตร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการศึกษาเรื่องความมั่งคั่ง ซึ่งสัมพันธ์กับจริยศาสตร์และปรัชญาการเมือง แบบไม่แยกส่วน ความดีงามรวมทั้งคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับมนุษย์ คือจุดมุ่งหมายปลายที่ Aristotle ใช้ประเมินความสำเร็จหรือคุณภาพของสังคม โดยที่เงินหรือความมั่งคั่งในส่วนของเศรษฐศาสตร์ เป็นเพียงเพื่อช่วยยกระดับความดีงามของมนุษย์และสังคม ประสิทธิภาพจึงไม่ใช่เกณฑ์เดียวที่ใช้วัดคุณภาพของสังคม เศรษฐศาสตร์ในกระบวนทรรศน์ของ Aristotle จึงมีมิติทางจริยธรรมที่สูงมาก โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับคำถามพื้นฐานทางปรัชญาของ Socrates ว่า "มนุษย์ควรดำเนินชีวิตอย่างไร"

ในศตวรรษที่ 18 และ 19 เศรษฐศาสตร์เคยมีบทบาทต่อหลักเกณฑ์และทฤษฎี เรื่องความดีงาม ความถูกต้องซึ่งเป็นพื้นฐานของจริยศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์กับนักปรัชญาสำนักอรรถประโยชน์นิยม (Utilitarianism) มีแนวคิดและทำงานร่วมกัน อรรถประโยชน์นิยมซึ่งมองความสุขของคนหมู่มาก คือเกณฑ์ของความถูกต้อง ความดี เป็นปรัชญาหรือจริยธรรมที่สำคัญต่อเศรษฐศาสตร์ อย่างไรก็ตามเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่มีมิติทางด้านจริยธรรมก็จริงอยู่ แต่ก็เป็นจริยธรรมในความหมายหรือโลกทรรศน์ของเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมีผลในทางที่ไม่ดีต่อประโยชน์ และคุณค่าของวิชาเศรษฐศาสตร์ ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าประเด็นทางด้านจริยธรรมที่มีความลึกซึ้งละเอียดอ่อน ถูกละเลยปัจจัยด้านศีลธรรมไม่ได้รับความสำคัญในการอธิบาย หรือไม่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมในทฤษฎี หรือแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะหลักคุณธรรม จริยธรรมซึ่งเสมือนเป็นสถาบัน (Institution) ที่มองไม่เห็น มีผลต่อพฤติกรรมการทำงาน ความก้าวหน้าของระบบเศรษฐกิจและสังคมเสมอ สาเหตุที่เศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ให้ความสำคัญกับด้านจริยธรรมน้อย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแนวคิดเรื่อง Motivation ของมนุษย์ในมิติแคบๆ มิติเดียวที่เชื่อว่าในการดำเนินกิจกรรมอะไรนั้น มนุษย์คำนึงแต่ประโยชน์ของตนเท่านั้นเป็นสำคัญ แนวคิดเช่นนี้ เกิดจากการตีความประโยคสั้นๆ ที่มีชื่อเสียงจากงานเขียน ของ Adam Smith ในหนังสือ The Weath of Nations อย่างผิดๆ ที่เขาพยายามอธิบายความสำคัญของการที่มนุษย์ หรือพ่อค้าเห็นแก่ประโยชน์ของตนเอง(เขาเรียกว่า Self Love) และพยายามทำดีแก่ลูกค้าในระบบตลาด สังคมส่วนรวมหรือทุกคนได้ประโยชน์หรือสวัสดิการที่ดีขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เกิดเป็นความเชื่อว่าพลังขับเคลื่อน ความก้าวหน้า ระบบตลาดหรือระบบทุนนิยม อยู่ที่ความโลภ ความเห็นแก่ตัวของปัจเจกชนเป็นสำคัญและเพียงพอ ศีลธรรม จริยธรรมการเอื้ออาทรต่อผู้อื่นเป็นเรื่องรอง ในความเป็นจริง เห็นได้จากงานเขียนของเขาใน Theory of Moral Sentiment สังคมสามารถมีความก้าวหน้า และมีความสมานฉันท์ โลกเป็นพิภพที่น่าอยู่ เพราะมนุษย์มิได้มี Self Love อย่างเดียว แต่มีจิตใจเพื่อส่วนรวมสามารถเห็นอกเห็นใจผู้อื่น สามารถที่จะเสียสละ ประโยชน์ส่วนตนให้แก่ผู้อื่นได้ และหลักเกณฑ์ทางด้านจริยธรรมมีความสำคัญต่อสังคมและธุรกิจ

หัวใจของจริยธรรมในเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ อยู่ที่การมองว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดี ความดี ความถูกต้อง ก็คือการที่บุคคลไม่ว่าจะอยู่ในฐานะผู้ผลิต ผู้บริโภค นักการเมือง ข้าราชการ หัวหน้าครอบครัว ฯลฯ มีโอกาสและได้ใช้โอกาสในการเลือก และสามารถบอกได้ว่าชอบอะไรมากกว่าอะไร การแสดงออกว่าชอบอะไรมากกว่าอะไร มีความเสมอต้นเสมอปลาย เช่น ถ้านายสมหมายบอกว่าชอบ ก มากกว่า ข และชอบ ข มากกว่า ค ก็แสดงว่าเขาต้องชอบ ก มากกว่า ค เป็นต้น การที่นายสมหมายได้ตัดสินใจเลือก เช่น กรณีนี้เลือก ก ในมิติจริยธรรมสำหรับเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ ถือว่านี่คือสิ่งที่ดีสำหรับนายสมหมาย จะเห็นได้ว่านี่ไม่ใช่ทฤษฎีเรื่องความดี ความถูกต้อง ที่สมบูรณ์ แต่ถือว่าดีในมิติศีลธรรมเพราะนายสมหมายได้รับการตอบสนองในฐานะผู้เลือก และมีความพอใจ (เช่นในการแลกเปลี่ยนหรือในระบบตลาด) เพราะเขาชอบอย่างนั้น การมองว่าอะไรเป็นเรื่องที่ดี สิ่งที่ดีสำหรับบุคคลหรือสังคมนั้น เพราะมีการแสดงออกในการกระทำ คือ การเลือก ซึ่งต้องบอกถึงความพอใจ (Preference-satisfaction theory of good) วิธีการเช่นนี้ใช้ประเมินสถานภาพทางเศรษฐกิจในเศรษฐศาสตร์สวัสดิการ หรือ Welfare Economics เช่นกัน เพราะมักจะมีการเปรียบเทียบการที่บุคคลมีสถานภาพดีขึ้น เพราะแสดงออกว่าชอบ สถานะหนึ่งมากกว่าอีกสถานะหนึ่ง ในระบบเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันอย่างสมบูรณ์เช่นเดียวกันจะเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ถ้าระบบทำให้คนหนึ่งดีขึ้นโดยที่ไม่มีคนอื่นเลวลง (Pareto Optimum) แม้ว่าทางด้านการกระจายรายได้ จะมีคนจนคนยากไร้อยู่มากมาย คนมั่งมีมหาศาลมีเป็นส่วนน้อย ก็ถือว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ถูกต้องหรือดีในเชิงศีลธรรม อย่างไรก็ตาม การใช้ Preference-satisfaction theory of good เพื่อบ่งชี้จริยธรรม เป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้องเพราะมนุษย์เลือกอะไรไปเพราะไม่มีความรู้ ข้อมูล ที่ถูกต้องก็เยอะ หรือทำเพราะประสบการณ์เคยทำมาติดเป็นนิสัย และมนุษย์ทำผิดพลาดมาเยอะแยะ คนเยอรมันมีประสบการณ์กับการเลือก ฮิตเลอร์ ย่อมรู้ดี คนที่เสพติดกับอะไรที่ไม่ดี คนกินยาบำรุงโดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นไม่ได้ช่วยบำรุงอะไรเลย หรือถ้าในสังคมมีสิ่งดีๆ มีคุณค่าแต่คนไม่ได้แสดงออกในการเลือกหรือต้องการ เช่น หนังสือพิมพ์บางฉบับอยากได้เสรีภาพในการวิจารณ์รัฐบาลทักษิณ แต่ไม่กล้าทำเพราะอาจมีปัจจัยกดดัน มีหลายเรื่องที่แม้เราไม่แสดงออกว่าเราต้องการหรือประสงค์ แต่ถ้าจะให้ดูเป็นธรรมหรือ Fair เราก็ควรจะได้ เช่น เราไปออกรายการทีวี ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ได้อะไรเป็นสินน้ำใจ ทั้งที่รายการนั้นทั้งผู้จัดรายการทำเงินมหาศาล จะเห็นได้ว่าการใช้ Preference-satisfaction theory เพื่อบอกว่า เรื่องหรือสิ่งนั้นๆ คือสิ่งที่ดี ถูกต้องในเชิงคุณธรรม มีข้อบกพร่องมาก

กิจกรรมทางเศรษฐกิจนั้นเกิดจากมนุษย์ ในกระบวนการผลิตและการแลกเปลี่ยน มนุษย์ทำงานเป็นทีม ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนจำนวนมาก ไม่ใช่ระหว่างเพื่อน ญาติพี่น้อง แต่เป็นกับคนแปลกหน้าจำนวนมาก สังคมที่คนร่วมมือกันได้ มีความไว้ใจซึ่งกันและกันนั้น ส่วนสำคัญเป็นเพราะการที่คนให้ความสำคัญกับหลักศีลธรรมกับจริยธรรม คำนึงถึงสวัสดิภาพของผู้อื่น คำนึงถึงความถูกต้องซึ่งช่วยลดต้นทุนทางธุรกรรม ประสบการณ์ในโลกของทุนนิยม หรือระบบตลาดที่มีหลากหลาย มีความสำเร็จและคุณภาพที่ต่างกัน ส่วนหนึ่งที่สำคัญ เป็นเพราะคุณภาพของสถาบันทางจริยธรรม เศรษฐศาสตร์ในประเทศไทย จะมีพลังและมีประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น ถ้ามิติทางด้านศีลธรรมถูกนำเข้าไปในทฤษฎีและแบบจำลองมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

หน้า 6