|
||||||||||||||
|
ตลาดหุ้นแบบหมกเม็ด?
คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น เศรษฐ์ สันติ psanti@matichon.co.th มติชนรายวัน วันที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10133 เมื่อต้นสัปดาห์อ่านข่าวนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ไปปาฐกถาในวันเปิดงานตลาดนัดผู้ลงทุนไทย แสดงความกังขาที่อัตรากำไรสุทธิต่อราคาหุ้น (พี/อีเรโช) สูงเพียง 9 เท่า ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำมากเมื่อเทียบประเทศอื่นในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังปฏิเสธอย่างแข็งขันว่า ปัญหาการเมืองในประเทศมิได้เป็นสาเหตุที่ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นเสื่อมทรุด เพราะประเทศอื่นอย่างอินโดนีเซียมีปัญหาหนักหนาสาหัสกว่า พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้มีบทบาทในตลาดหุ้น มีความละอายใจที่ต้องคิดวางแผนกอบกู้ตลาดหุ้นให้พี/อีเรโช อยู่ในระดับที่สูงขึ้น(ไม่รู้ว่าเครือญาติใครได้ประโยชน์มากที่สุด) ข่าวระบุด้วยว่า ประธาน ก.ล.ต.แสดงความเห็นว่า ในกรณีที่พบการกระทำผิดในตลาดทุน เช่น การปั่นหุ้น หน่วยงานกำกับดูแลฯจะใช้วิธีการขู่ผู้กระทำผิด วิธีนี้กระทบจิตวิทยาการลงทุนในตลาดหุ้นอย่างมาก การใช้อำนาจที่มีอยู่คือสิ่งที่น่ากลัว เพราะกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุน สร้างความเสียหาย จึงควรใช้มาตรการในทางลับ หากพบใครมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เรียกมาเตือน ถ้ามีความผิดให้ลงโทษตามกฎหมายที่มีอยู่ ทั้งจำและปรับ ไม่ต้องเปิดเผย ผมอ่านข่าวดังกล่าวพร้อมกับคำถามที่ไม่ค่อยสบายใจว่า ประธาน ก.ล.ต.กำลังจะใช้นโยบายย้อนยุคกับตลาดหุ้นไทยหรือ ตลาดหุ้นที่เคยเต็มไปด้วยการปกปิดซ่อนเร้น ใครมีพฤติกรรมไม่ชอบมาพากล ใครที่กระทำผิด แทนที่จะช่วยทำให้เกิดการความโปร่งใสตรวจสอบได้ กลับช่วยกันปกปิดซ่อนเร้นให้ "ขาใหญ่" และ "นักการเมือง" ลอยนวลพร้อมด้วยเงินก้อนโต แล้วนำมาใช้แสวงหาอำนาจทางการเมืองอย่างไม่ละอาย ใครที่ติดตามการฉ้อฉลในตลาดหุ้นจะพบว่าผู้เข้าไปหากินในตลาดหุ้นส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองที่ทรงอิทธิพล และผู้ที่มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมืองทักษิณ นับแต่คดีปั่นหุ้นธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ หรือบีบีซี, คดีซุกหุ้นไว้กับคนรับใช้นับหมื่นล้านบาท, การฉ้อโกงธนาคารบีบีซีด้วยการกู้เงินไปเทกโอเวอร์บริษัทในตลาดหุ้น, การใช้ข้อมูลภายในการขายหุ้นบริษัททีทีแอนด์ที และล่าสุดคือกรณีบริษัทปิคนิคที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล กรณีที่เกิดขึ้นเหล่านี้ผู้เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนต้องใช้พยายามอย่างหนักในการเปิดโปงพฤติกรรมของนักการเมืองเหล่านี้ มีรายหนึ่งที่ถูกเปิดโปงว่า ถูก ก.ล.ต.ปรับเป็นเงินถึง 69 ล้านบาท ในข้อหาใช้ข้อมูลภายใน แต่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังคงแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีอย่างไม่สะทกสะท้าน สะท้อนถึงจริยธรรมของของผู้นำทางการเมืองเป็นอย่างดี ยิ่งถ้าใช้วิธีการปิดประตูตีแมวตามแนวคิดของนายทนง พิทยะ แล้ว ทำนายได้เลยว่าเครือญาติของนักการเมืองไม่กี่ตระกูลรุมกินโต๊ะจนเหลือแต่กระดูกแน่ หน้า 20
|