หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
สัญญาณขึ้นราคาน้ำตาล

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น  โดย วุฒิ สรา wutsara2000@yahoo.com  มติชนรายวัน วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10127

มติ ครม. เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่เห็นชอบราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2548/2549 ที่ 800 บาท/ตันอ้อย ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้น มีนัยอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ

เดิมทีคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.) ประมาณการราคาอ้อยขั้นต้นไว้ที่ 740.98 บาท/ตันอ้อย โดยคำนวณจากปัจจัยต่างๆ อาทิ ปริมาณอ้อยที่เข้าหีบ 42.494 ล้านตัน ราคาโควต้า ข.(น้ำตาลดิบส่งออกโดยบริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด) 11.50 เซนต์/ปอนด์ ราคาน้ำตาลทรายขาว โควต้า ค.(น้ำตาลส่งออกโดยเอกชน) เพิ่มขึ้น 11.49% อัตราแลกเปลี่ยนที่ 40.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และราคากากน้ำตาล 70 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน

แต่ระดับนโยบายต้องการเอาใจชาวไร่อ้อยให้ปรับเป็น 770 บาท/ตันอ้อย จึงมีการปรับปัจจัยต่างๆ ใหม่คือ เพิ่มราคาโควต้า ข. เป็น 12.50 เซนต์/ปอนด์ ราคากากน้ำตาลเป็น 75 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน แต่ก่อนเข้า ครม. ระดับนโยบายสูงขึ้นไปอีกก็ให้เพิ่มราคาอ้อยขั้นต้นเป็น 800 บาท/ตันอ้อย จึงต้องปรับปัจจัยการคำนวณใหม่ โดยเพิ่มราคาโควต้า ข. เป็น 13 เซนต์/ปอนด์ และอัตราแลกเปลี่ยนเป็น 41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

แม้ชาวไร่จะโชคดีที่ได้ราคาอ้อยสูงขนาดนี้ แต่สิ่งที่จะตามมาคือโรงงานน้ำตาลทรายจะได้เงินจากการนำน้ำตาลทราย ไปจำนำกับธนาคารพาณิชย์มากน้อยแค่ไหนที่จะไปจ่ายชาวไร่อ้อย

แม้ว่าราคาน้ำตาลในตลาดโลกจะดี แต่คงยากที่สูงถึง 13 เซนต์/ปอนด์ตามที่ประเมิน เพราะราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์กล่วงหน้าเดือนตุลาคม 2549 ก็ยังอยู่ที่ 11.31 เซนต์/ปอนด์เท่านั้น

แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับผลที่ส่งต่อมาถึงราคาขายปลีกน้ำตาลทรายภายในประเทศ(โควต้า ก.) เนื่องจากราคาอ้อยขั้นต้นที่สูงขึ้น เท่ากับว่าต้นทุนการผลิตน้ำตาลทรายสูงตาม ซึ่งในวงการค้าน้ำตาลทรายก็รู้กันว่าเป็นการส่งสัญญาณกลายๆ ว่าจะมีการปรับราคาน้ำตาลทรายในเร็วๆ นี้

เพราะก่อนหน้านี้ก็มีสัญญาณจาก กอน.ด้วย โดยการตีกลับเรื่องการกำหนดราคาจำหน่ายน้ำตาลทรายโควต้า ก. ณ หน้าโรงงาน ฤดูการผลิตปี 2548/2549 ของคณะกรรมการน้ำตาลทราย(กน.) ที่กำหนดราคาน้ำตาลทรายขาว กระสอบ(100 กก.) ละ 1,100 บาท ทรายขาวบริสุทธิ์ กระสอบละ 1,165 บาท ซึ่ง "จักรมณฑ์ ผาสุกวณิช" ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธาน กอน.เห็นว่าราคาที่เสนอมาไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพราะต้นทุนการผลิตปัจจุบันสูงขึ้นมาก

แต่หากปรับราคาน้ำตาลทราย ณ หน้าโรงงานสูงขึ้นแล้ว ราคาขายส่ง(ทรายขาวบริสุทธิ์ กระสอบ(50 กก.) 642 บาท น้ำตาลทรายขาวเกรด 1 เกรด 2 และเกรด 3 กระสอบละ 588.50 บาท) และราคาขายปลีก(ทรายขาวบริสุทธิ์ กก.ละ 14.25 บาท ทรายขาวเกรด 1 เกรด 2 กก.ละ 13.25 บาท และทรายขาวเกรด 3 กก.ละ 12.75 บาท) จะอยู่เท่าเดิมได้อย่างไร

ส่งสัญญาณชัดขนาดนี้ พ่อค้าไม่ตุนน้ำตาลไว้รอขายราคาใหม่ก็ผิดปกติแล้ว

ปัญหาอยู่ที่ว่า ประธาน กน. คือ "ศิริพล ยอดเมืองเจริญ" อธิบดีกรมการค้าภายใน จะยอมปรับราคา ณ หน้าโรงงานใหม่ตามที่ประธาน กอน.ท้วงหรือไม่

ถ้า กน.ไม่ปรับ ทาง กอน.จะปรับเองได้หรือไม่ และถ้า กอน.ปรับราคา ณ โรงงาน แต่กรมการค้าภายในที่คุมราคาขายส่งและขายปลีกไม่ยอมปรับราคาตาม มาร์จิ้นยี่ปั๊ว-ซาปั๊วก็จะลดลง ตลาดน้ำตาลก็คงจะปั่นป่วนไม่น้อย(ปัญหาเรื่องอำนาจการกำหนดราคาน้ำตาลทรายขอขยายความคราวหน้า)

บทสรุปเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร ต้องรอดูว่า 2 รองนายกฯ "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" ที่ควบกระทรวงพาณิชย์ กับ "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" ที่ควบกระทรวงอุตสาหกรรม ใครจะมีพลังและศักยภาพมากกว่ากัน

หน้า 20


หลังฉากน้ำตาลทราย

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น วุฒิ สรา wutsara2000@yahoo.com มติชนรายวัน วันที่ 08 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10134

หลังจากคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.) ส่งสัญญาณว่าราคาน้ำตาลทรายอาจจะปรับขึ้น ทางกระทรวงพาณิชย์ที่ดูแลราคาสินค้าและเงินเฟ้อก็รับสัญญาณได้ จึงจับตาความเคลื่อนไหวน้ำตาลทรายเป็นพิเศษ

ก่อนที่ "ศิริพล ยอดเมืองเจริญ" อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานคณะกรรมการน้ำตาลทราย(กน.) จะประกาศลดเวลาใบขนน้ำตาลทรายจาก 15 วัน เหลือ 7 วัน และไม่ให้ต่ออายุใบขน เลยทำให้น้ำตาลทรายค้างกระดานกว่าล้านกระสอบ สกัดการตุนน้ำตาลทรายลงได้

ก็ไม่รู้ว่าเป็นการชิงไหวชิงพริบกันเรื่องราคาน้ำตาลทรายกันหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้ก็มีปัญหาเรื่องราคาน้ำตาลทราย ระหว่างกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กับ กอน. ในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม

เรื่องของเรื่องก็คือ "ศิริพล ยอดเมืองเจริญ" ในฐานะประธาน กน.เสนอราคาจำหน่ายน้ำตาลทรายโควต้า ก. (จำหน่ายในประเทศ) ฤดูการผลิตปี 2548/49 ณ หน้าโรงงานน้ำตาล คือ น้ำตาลทรายขาว เกรด 1, 2 และ 3 กระสอบ(100 กก.) ละ 1,100 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ กระสอบละ 1,165 บาท ให้คณะ กอน.พิจารณา

แต่ "จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช" ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะประธานกอน. ตีกลับให้ กน.กลับไปทบทวนราคาใหม่ โดยให้สะท้อนต้นทุนการผลิตในปัจจุบันที่ปรับตัวสูงขึ้น แล้วให้เสนอกลับมา กอน.อีกครั้ง

ทาง "ศิริพล" คงรู้ดีว่าหากขึ้นราคา ณ หน้าโรงงานขึ้นก็เป็นแรงกดดันให้กระทรวงพาณิชย์ต้องปรับราคาขายส่งและขายปลีกตาม ดังนั้น "ศิริพล" จึงโยนเรื่องให้ระดับนโยบายเป็นผู้ตัดสินว่าจะเอากันอย่างไร

ปัญหาเรื่องอำนาจการกำหนดราคาน้ำตาลทรายระหว่างกรมการค้าภายในกับ กอน.นั้น ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยตีความไว้แล้วเมื่อปี 2540

ครั้งนั้น กอน.เห็นว่าตัวเองมีอำนาจตาม พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 ในมาตรา 17 (18) ที่ให้ กอน. "กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจำหน่ายน้ำตาลทราย เพื่อใช้บริโภคในราชอาณาจักร และกำหนดราคาขายน้ำตาลทราย" ดังนั้น จึงจะปรับราคาจำหน่ายน้ำตาลทรายด้วยตัวเอง

แต่กรมการค้าภายใน ก็มี พ.ร.บ.กำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2522 (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542) ที่กำหนดให้น้ำตาลทรายเป็นสินค้าควบคุมราคาขายส่งและขายปลีก

ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้ พ.ร.บ.อ้อยฯจะให้อำนาจกำหนดราคาไว้ แต่มีผลบังคับเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย จึงกำหนดได้เฉพาะราคาจำหน่าย ณ โรงงานเท่านั้น

ส่วน พ.ร.บ.กำหนดราคาสินค้ามีกลไกบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันการกำหนดราคาอันไม่เป็นธรรมที่จะกระทบกระเทือนต่อผู้บริโภคโดยตรง จึงมีอำนาจกำหนดราคาขายส่งและขายปลีกน้ำตาลทราย

คณะกรรมการกฤษฎีกายังให้ข้อสังเกตไว้ว่า หน่วยงานทั้งสองควรประสานงานกันในทางบริหาร

แต่ขณะนี้เกิดการ "ประสานงา" ระหว่าง กอน. กับ กน. ขึ้นมาอีก ซึ่งระดับนโยบาย คือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะต้องหาข้อยุติว่า จะลงเอยอย่างไร

การขึ้นราคาน้ำตาลทรายเพียงกิโลกรัม(กก.) ละ 1 บาท นั้นหมายถึงว่าในระบบอ้อยและน้ำตาลทรายจะมีรายได้เพิ่มทันที 2 พันล้านบาท(โควต้า ก. ที่จำหน่ายในประเทศ 20 ล้านกระสอบๆ ละ 100 กก.) เป็นตัวเลขที่เย้ายวนใจสำหรับผู้ที่มีบทบาทในการกำหนดราคาน้ำตาลทราย

จึงไม่น่าแปลกใจที่การขึ้นราคาน้ำตาลทรายที่ผ่านๆ มา มักจะมีข่าวว่าการลงขันกัน 200-300 ล้านบาท ให้กับกลุ่มผู้อยู่หลังฉากที่ผลักดันให้ขึ้นราคาน้ำตาลทรายเป็นผลสำเร็จ

หน้า 20