|
||||||||||||||
|
เที่ยวบินประวัติศาสตร์
ปฐมฤกษ์ "สุวรรณภูมิ"
มติชนรายวัน วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10065 บรรยากาศของอาคารรับรองแขกวีไอพี 1 สนามบินดอนเมือง ตั้งแต่ 6 โมงเช้าของวันที่ 29 กันยายน 2548 ดูคึกคักปนวุ่นวายเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันที่บรรดาคณะรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงข้าราชการ และเอกชน มีนัดสำคัญที่จะต้องมาขึ้นเครื่องบินทดสอบทางเทคนิคระบบสนามบินสุวรรณภูมิ หรือสนามบินหนองงูเห่า ขณะที่การบินไทย ก็เตรียมเที่ยวบินประวัติศาสตร์ 2 เที่ยวบิน เที่ยวแรก TG 8960 หรือ "วัฒนานคร" ด้วยเครื่องแอร์บัส 340-600 ที่นั่ง สำหรับคณะที่นำโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกัปตันคงฤทธิ์ ลาภไพศาล เป็นผู้กุมชะตาชีวิต อีกเที่ยว TG 8962 หรือ "หริภุญไชย" ใช้โบอิ้ง 747 ขนาด 400 ที่นั่ง ลำนี้สำหรับสื่อมวลชน ข้าราชการ และแขกวีไอพี เมื่อก้าวเข้ามาถึงอาคารรับรอง สิ่งแรกที่แขกรับเชิญต้องทำคือ การลงทะเบียน จากนั้นเจ้าหน้าที่ ทอท. จะมอบกระเป๋าผ้าร่มสีน้ำเงินใบโต ที่ใส่เอกสาร ซีดี ประวัติความเป็นมาของสนามบินหนองงูเห่า และของที่ระลึก อย่าง เสื้อยืดและหมวกมาให้คนละชุด แล้วก็ต้องไปเข้าคิวยาวเป็นหางว่าวเพื่อรอรับ First Suvarnabhumi Flight Boarding Pass รูปเล่มคล้ายพาสปอร์ต ใช้แทนตั๋วเครื่องบิน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความอดทนเล็กน้อยกว่าจะถึงคิว กว่าจะค้นเจอบัตรที่เป็นชื่อของตัวเอง เพราะค้นไม่เจอเนื่องจากสะกดชื่อผิดบ้าง เจ้าหน้าที่ไม่คล่องงานบ้าง ความขลุกขลักที่ว่า ทำให้ผู้สื่อข่าว ข้าราชการ แขกรับเชิญชาวไทยและชาวต่างชาติ นินทาเป็นเสียงเดียวกันว่า "ขาดการวางงานที่เป็นระบบ"!! ขณะที่รัฐมนตรีทั้งหลายต่างผ่านฉลุย เพราะได้รับอภิสิทธิ์เป็นพิเศษ โดยรายแรกที่มาถึงแต่เช้าตรู่ คือนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เจ้าของงาน ตามติดด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อดีตรัฐมนตรีกระทรวงหูกวาง ที่ให้สัมภาษณ์ตลอดทางแค่ว่า "ดีครับ ทุกอย่างเรียบร้อยครับ" ยังมี นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ที่ได้รับเชิญในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสนามบินประวัติศาสตร์แห่งนี้ จนกระทั่งประมาณแปดโมงเช้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็เดินทางมาถึง เมื่อนายกฯพร้อม เครื่องบินก็พร้อม "วัฒนานคร" เทกออฟจากสนามบินดอนเมือง มุ่งสู่สนามบินหนองงูเห่าตามฤกษ์ 08.39 น. และทันทีที่ล้อแตะรันเวย์ เวลา 09.19 น. เสียงปรบมือจากประชาชน และเจ้าหน้าที่ในสนามบิน ก็สนั่นขึ้น พร้อมๆ กับสุนัขของคนงานก่อสร้าง ที่วิ่งตัดหน้าล้อไปอย่างเฉียดฉิว.. และนกฝูงเล็กๆ ที่บินทักทายรอบสนามบิน จากนั้น นายกฯลงมาพร้อมรัฐมนตรี และเดินทางไปตรวจอาคารผู้โดยสารที่อาคาร E 5 ด้วยคำพูดยิ้มๆ ว่าตอนที่เครื่องแลนดิ้ง รู้สึกตื่นเต้น เพราะรอมา 45 ปี แล้ว จากนั้นก็ถึงคิวของ "หริภุญไชย" บ้าง แต่ลำนี้ต้องรอนานสักหน่อย ทำให้บรรยากาศจ้อกแจ้กจอแจหนักขึ้นเรื่อยๆ เพราะผู้สื่อข่าวทำงานเสร็จก็หันมาคุยกันเอง สัพเพเหระ ทั้งเรื่องรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่ได้ขึ้นเครื่องบินเที่ยวแรกในประวัติศาสตร์ไทย, พายุดอมเรย จะเข้าวันนี้แล้ว แถวสนามบินฝนจะตกไหม เรื่อยไปถึงขั้นที่ว่า ถ้าตกตอนเครื่องบินลงจอดที่รันเวย์จะเป็นอะไรหรือไม่ แต่ดูท้องฟ้าแล้วโปร่งดีฝนไม่น่าจะตก หรือ ทอท.ไล่นกที่อยู่รอบๆ สนามบินไปได้บ้าง ถ้ายังแล้วนกมันจะพลัดมาติดในเครื่องบินบ้างไหม? จน 09.41 น. หริภุญไชย เริ่มบินขึ้นจากดอนเมือง และมีเวลาประมาณ 11 นาทีเท่านั้น หมายความว่า 09.52 น. เครื่องก็จะลงจอดเพราะสนามบินใกล้กันมาก และไม่ได้บินวนไปไกลเหมือน "วัฒนานคร" อย่างไรก็ตาม แม้แขกที่ได้รับเชิญจะตื่นเต้นที่ได้มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์การเปิดสนามบินสุวรรณภูมิครั้งนี้ แต่เมื่อถามถึงความมั่นใจ หลายคนตอบลำบากว่าต้องการให้มั่นใจอะไร หากมั่นใจในการบินก็ตอบยากเต็มที เพราะวันนี้มีแค่ 2 เที่ยวบิน แถมบินระยะสั้นมากๆ ด้วย และยังบินคนละลำกับนายกรัฐมนตรีซึ่งไม่รู้ว่าสภาพการบินเหมือนกันรึเปล่า จะให้ฟันธงอะไรก็คงยากเต็มที ด้วยเหตุนี้จึงมีสื่อต่างประเทศลุกขึ้นถามนายกรัฐมนตรี ในงาน "นายกฯพบสื่อ" ที่ถือโอกาสจัดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่างานทดสอบครั้งนี้ จัดขึ้นมาเพื่ออะไร? คำตอบที่ได้รับจาก พ.ต.ท.ทักษิณ คือจำเป็นต้องกำหนดวัน เพื่อให้ทุกคนมีความมุ่งมั่นในการทำงานให้เสร็จทันตามกำหนดเวลา ก่อนจะโบกมืออำลาฯ เพื่อไปเจอกันอีกครั้งในงานเคานต์ดาวน์ปีใหม่ที่สุวรรณภูมิ สิ้นปีนี้... ย้อนรอย"สุวรรณภูมิ" จุดเริ่มต้นของสนามบิน สุวรรณภูมิ เริ่มเมื่อปี 2503 เมื่อบริษัท Litchfield Whiting Bowne and Associate ที่รัฐบาลว่าจ้างมาศึกษา และวางผังเมืองกรุงเทพฯ เสนอให้ไทยเตรียมจัดหาสนามบินพาณิชย์แห่งใหม่ แทนสนามบินดอนเมืองที่จะอิ่มตัวในปี 2543 ปี 2504 กระทรวงคมนาคม ศึกษาแล้วเห็นว่าควรก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่ บริเวณ ต.บางโฉลง ต.ราชาเทวะ ต.หนองปรือ เขต อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 29 กันยายน 2543 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสนามบินแห่งใหม่นี้ว่า "ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ" 19 กันยายน 2545 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นองค์ประธานในการวางศิลาฤกษ์ให้กับสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างสนามบินแห่งนี้ ด้วยวงเงินงบประมาณ 150,000 ล้านบาท บนพื้นที่รวม 2 หมื่นไร่ของสนามบินแห่งนี้ จะประกอบไปด้วย อาคารผู้โดยสาร พื้นที่ประมาณ 563,000 ตารางเมตร ที่ไฮเทคสุดสุด เพราะเชื่อมโยงการทำงานทั้งหมดด้วยระบบ AIM (Airport Information Management System) และเป็นสนามบินที่มีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้ถึง 45 ล้านคนต่อปี รองรับเที่ยวบินได้ถึง 76 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และขนถ่ายสินค้าทางอากาศได้ถึง 3 ล้านตันต่อปี และสามารถขยายได้ถึง 6 ล้านตันต่อปี เป็นขีดความสามารถที่รัฐบาลตั้งใจจะใช้สนามบินสุวรรณภูมิแห่งนี้ เป็นศูนย์กลางทางการบินและการขนส่งของภูมิภาคต่อไป หน้า 20 ภูมิใจดีไหม? คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น โดย ประชานิเวศน์ มติชนรายวัน วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10065 "หลักการของผม ผมชอบทำในสิ่งที่เนียร์ อิมพอสซิเบิล (near impossible) แต่ทำให้มันพอสซิเบิล (possible) ถ้าไม่เช่นนั้นมันจะเสียเวลาประเทศมาก และเสียโอกาสประเทศ เพราะการจะแย่งกันเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย" โอว! ฟังไทยคำอังกฤษคำของท่านนายกฯ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" ในวันทดสอบทางเทคนิค สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว เลือดในกายฉีดพล่านขึ้นทันที ใคร่อยากจะเห็นสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินที่ทันสมัยที่สุดในโลก กลายเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคนี้(ฮับ) เร็ว ๆ เพราะนี่คือความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ!! พ.ต.ท.ทักษิณยังมีโปรเจ็คต์ใหญ่ ดันชื่อเสียงสนามบินสุวรรณภูมิ ให้ขจรขจาย ด้วยการจัดเคาต์ดาวน์ปีใหม่ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2548 จัดประกวดภาพถ่ายสนามบิน โดยเฉพาะภาพช่วงกลางคืน ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่า "สวยงามมาก" ฟังแล้วก็เคลิ้มเห็นภาพสนามบินสุวรรณภูมิที่ได้รับรางวัลชนะเลิศเผยแพร่ไปทั่วโลก แต่เลือดในกายที่ฉีดพล่าน อกที่พองฟูอยู่ ก็พลันต้องแฟบลงทันที เมื่อหันไปเห็นข่าวพาดหัวตัวโต "ไออาต้าหวั่นสุวรรณภูมิวุ่น" ในวันเดียวกับที่มีการทดสอบสนามบินนั่นแหละ "ไออาต้า" ที่ว่านี้ คือ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ซึ่งเคยร้องเรียนเรื่องการขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) ในสนามบินดอนเมือง หรือ ทอท. สุดท้าย ทอท.ก็ต้องไปคำนวณต้นทุนใหม่ และลดอัตราการเพิ่มค่าธรรมเนียมลง มาคราวนี้ "ไออาต้า" ใช้ช่วงเวลาก่อนเปิดทดสอบสนามบินสุวรรณภูมิเพียงวันเดียว คือ วันที่ 28 กันยายน ออกแถลงการณ์ท้วงติงความไม่พร้อมของสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมทั้งเรียกร้องให้คณะที่ปรึกษาพิเศษว่าด้วยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งกระทรวงคมนาคมของไทยแต่งตั้งขึ้นเมื่อ 4 เดือนก่อน ต้องประชุมกัน "โดยด่วน" เพื่อให้สามารถเปิดดำเนินการท่าอากาศยานในเชิงพาณิชย์ได้ในปีหน้า นี่คงเป็นเรื่องแรกที่ พ.ต.ท.ทักษิณต้องทำให้ "near impossible" ก่อนไปคิดเรื่องฮับ เรื่องฮิบ อะไรนั่น ดีกว่า ไม่ใช่แค่ตอบมาว่า "ยังมีเวลาเหลืออีกหลายเดือน จะมีการเชิญมาร่วมให้ความเห็นและตรวจสอบ ซึ่งไม่น่ามีปัญหาอะไร" เหมือนกับจะบอกว่า รอมาได้ 4 เดือน จะรอไปอีกหลายเดือนจะเป็นไรไปอย่างนั้นแหละ.. ยังไม่นับปัญหาเรื่องระบบโทรคมนาคมภายในสนามบิน ที่ปูดออกมาว่าบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) หวังจะกินรวบระบบโทรคมนาคมในสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะหวังรายได้ส่วนนี้ไปโปะในงบดุลให้สวย จะได้โชว์นักลงทุนก่อนเอาหุ้นเข้าตลาด แต่พอถึงวันเซ็นสัญญาก็ถูก "ทอท." เบี้ยวซะดื้อๆ โดยอ้างว่าไม่เคยรับปากไว้ แต่ขณะเดียวกันก็มีข่าวกระเส็นกระสายว่า มีบริษัทโทรคมนาคมอีกรายขอแจมโครงการนี้ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลออกมาพบว่าร้อยละ 68 ไม่เชื่อว่าการทดสอบครั้งนี้จะลบภาพเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ ยังโชคดีอยู่หน่อยว่า ร้อยละ 42.3 เห็นว่าการทดสอบครั้งนี้คุ้มค่า!! หน้า 20
|