หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002

กลเม็ด...เด็ดใจเจ้านาย

คอลัมน์ เส้นสายลายคิด  โดย จรีพร แก้วสุขศรี คณะภาษาและการสื่อสาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์  ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3727 (2927)

ในชีวิตการทำงานปัจจุบันของเราทุกคนจะมีความคุ้นเคยกับคำว่า "เจ้านาย" หรือ "หัวหน้า" เป็นอย่างดี และบางคนอาจเป็นทั้งเจ้านายและลูกน้องในเวลาเดียวกัน

บ่อยครั้งที่เรารู้สึกว่าการเป็นลูกน้องช่างลำบาก โดยอาจจะมองว่าดวงไม่ดีบ้าง เจ้านายไม่ดีหรือไม่มีความยุติธรรมบ้าง และบางครั้งก็เลยเถิดไปถึงรำพึงรำพันว่าเราเป็นเด็กไม่มีเส้น...แล้วจะทำอย่างไรให้เรามีความสุขในการทำงาน

จงอย่าลืมว่าการแก้ (พฤติกรรม) คนอื่นยากกว่าแก้ (พฤติกรรม) ที่ตัวเราเอง ! บทความนี้คงพอจะเป็นแนวทางที่จะทำให้มีความสุขในการทำงานร่วมกับเจ้านายได้

1.รู้เขารู้เรา (รบ 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้ง) เป็นธรรมดาของหัวหน้าหรือเจ้านายทุกคน (โดยเฉพาะคนไทย) จะไม่ค่อยปรับตัวเข้าหาลูกน้อง เพราะฉะนั้นหากเราต้องการมีความสุขในการทำงานร่วมกับหัวหน้าเราก็ต้องปรับตัว...แล้วจะปรับตัวอย่างไร ก็ต้องดูว่าเจ้านายชอบทำงานแบบไหน เช่น รวดเร็ว สวยงาม ประหยัด หรือชอบตรวจงานจุดไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า (focus point) ถึงแม้เราจะไม่ชอบหรือขัดกับความเป็นตัวของตัวเอง (เพราะเราคงหาเจ้านายในความต้องการของเราได้ยาก) แต่ในเมื่อเราเลือกไม่ได้ เราก็ต้องทำไม่ใช่หรือ อย่าลืมว่าปัจจุบันทุกองค์กรต้องการคนที่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง (ready to change) เพราะองค์กรจะดำรงอยู่ได้จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หรือที่นิยมเรียกกันว่า "การบริหารการเปลี่ยนแปลง" (change management)

2.ให้มากกว่าสิ่งที่เจ้านายต้องการ การทำงานในปัจจุบันและในความเป็นจริง (ซึ่งทุกคนต้องมีการทำงานแข่งกับเวลา) ไม่มีเจ้านายคนไหนที่สั่งงานเราแล้วมานั่งอธิบายทุกอย่าง เพราะเขาคาดหวังว่าเราต้องทำงานเป็นและคิดเป็น ดังนั้นจะเห็นว่าการสั่งงานของหัวหน้าในปัจจุบันจะสั่งน้อยแต่ต้องการงานตามที่ต้องการ (ซึ่งบ่อยครั้งที่เจ้านายไม่ได้บอกมาทั้งหมดว่าต้องการอะไรบ้าง) ดังนั้นเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องรับคำสั่งแล้วมาคิดและลงมือทำ อย่างเช่น เลขาฯของผู้จัดการโรงงานแห่งหนึ่งต้องทำรายงานยอดขายสินค้าของแผนกต่างๆ ที่มีทั้งหมด 10 แผนกให้กับผู้จัดการเพื่อใช้ในการประชุมประจำเดือน ปรากฎว่านอกจากรายงานยอดขายที่เลขาฯต้องจัดทำตามคำสั่งแล้ว ยังได้เพิ่มรายชื่อลูกค้าที่ซื้อสินค้าสูงสุด 10 อันดับแรกในแต่ละแผนกให้กับเจ้านายเพื่อใช้ประกอบในการประชุม และได้ไปบอกกับผู้จัดการว่า "รายงานที่ท่านต้องการอยู่ในแฟ้มนี้และได้เพิ่มรายชื่อลูกค้าที่ซื้อสินค้าสูงสุด 10 อันดับแรกของแต่ละแผนกให้กับท่านด้วย เพราะคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ในการประชุม" คุณคิดว่าผู้จัดการจะรู้สึกอย่างไรที่มีเลขาฯอย่างนี้...แล้วคุณจะให้อะไรในการทำงานมากกว่าที่เจ้านายสั่งบ้างล่ะ !

3.รุกก่อนรับ...ดูหัวข้อแล้วเหมือนการแข่งขันกีฬา แต่จริงๆ แล้วในชีวิตการทำงานก็มีความจำเป็นไม่น้อย เพราะหากเรารอคำสั่งจากหัวหน้าเพียงอย่างเดียวชีวิตการทำงานก็คงไม่รุ่งแน่ เพราะคิดจะทำอะไรเองไม่เป็นและก็ไม่เป็นที่ต้องการขององค์กรด้วย เพราะฉะนั้นหากเราต้องการทำงานอย่างมีความสุขเราก็ต้องคิดและเข้าหาเจ้านายบ้าง เมื่อเข้าพบ (รุก) เราก็ควรแจ้งเจ้านายว่าจะทำอะไร เมื่อไร อย่างไร เพราะนั่นแสดงออกถึงความเอาใจใส่และรู้ปัญหาที่แท้จริงของเรา หรือไม่บางครั้งถ้าเรามีปัญหาในการทำงาน หากเราบอกหรือแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นแก่เจ้านายพร้อมแนวทางแก้ไขหรือขอคำแนะนำจากท่าน หัวหน้าก็จะมองว่าเราเป็นคนจริงใจและมีความรับผิดชอบ ซึ่งดีกว่าให้เจ้านายมาเจอในภายหลัง ซึ่งนั่นเราก็ต้องตั้งรับกับงานหรือปัญหาที่จะตามมา

4.ถอยก่อนบุก ข้อนี้ส่วนมากจะเกิดขึ้นกับบุคคลที่มีความรู้เฉพาะทางหรือบุคคลที่มีความรู้มีความมั่นใจในตัวเองสูง เช่น พนักงานฝ่ายช่าง พนักงานฝ่ายบัญชีการเงิน หรือพนักงานฝ่ายต่างๆ ที่มีความรู้ความชำนาญเป็นพิเศษ และโดยมากข้อนี้แหละที่จะทำให้คนมีปัญหาในการทำงานต่อกันมาก และหากเจ้านายไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องที่เราทำอยู่ด้วยแล้ว ก็มักจะเป็นจุดที่ทำให้เกิดปัญหาได้ง่ายและบางครั้งงานบางอย่างที่สั่งจากเจ้านายมักได้รับคำตอบทันทีจากลูกน้องว่า ทำไม่ได้บ้าง มีปัญหานั่นปัญหานี่บ้าง คุณคิดว่าหากคุณเป็นหัวหน้าคุณจะชอบลูกน้องแบบนี้หรือไม่ ??? จริงๆ แล้วมันมีวิธีการสำหรับการตอบปฏิเสธหรือบอกปัญหาที่เจ้านายฟังแล้วรู้สึกดี เช่น เมื่อเรารับคำสั่งมาแทนที่เราจะตอบทันทีทันใด (ทั้งๆ ที่เรารู้ว่าความจริงทำไม่ได้หรือมีปัญหา) เราก็ควรจะบอกว่าครับหรือค่ะ (ยอมถอยก่อน)...แล้วหายไปสักระยะเวลาหนึ่งแล้วมาแจ้งให้เจ้านายทราบว่า (บุก) "ท่านค่ะ ที่ท่านสั่งงานเมื่อตอนเช้าดิฉันได้ไปลงมือทำแล้ว (ทั้งที่ยังไม่ได้ทำ) ปรากฏว่ามีปัญหาดังนี้ค่ะ...." คุณว่าเจ้านายจะรู้สึกต่างกับครั้งแรกอย่างไร เพราะอะไรหรือ เพราะหากคุณตอบทันทีว่ามีปัญหาเจ้านายก็จะมองคุณว่าคุณตอบได้อย่างไรทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือทำเลย

5.ห้าม (ไม่ควร) ปฏิเสธ โดยเฉพาะต่อหน้าบุคคลอื่น หรือในที่ประชุม อย่างที่กล่าวมาเจ้านายโดยเฉพาะคนไทย (ส่วนมาก) จะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองคิดหรือพูดย่อมมีความถูกต้อง ดังนั้นการถูกปฏิเสธหรือโต้แย้งจากลูกน้องในที่ประชุม หรือสถานที่ที่มีบุคคลอื่นจำนวนมากจะเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ค่อยได้ ดังนั้นเราก็ควรระวังในการปฏิเสธหรือโต้แย้ง (ซึ่งจริงๆ แล้วสามารถทำได้หากเรามีข้อมูลและทักษะในการปฏิเสธไม่ให้คนอื่นเสียหน้า) และอย่าลืมว่าในที่ประชุมหรือเรื่องที่เจ้านายพูดส่วนมากจะมีการศึกษาข้อมูล (ทำการบ้าน) มาเป็นอย่างดี และบางครั้งเจ้านายก็จะรู้ว่าลูกน้องจะโต้แย้งเรื่องอะไรอย่างไรบ้าง ซึ่งหากเจ้านายตอบโต้คุณกลับ (เพราะเจ้านายก็รู้เขารู้เรา) โดยไม่ไว้หน้าบ้างล่ะ...เพราะฉะนั้นทางที่ดีควรรับฟังและใช้วิธีการในข้อ 4 ก็

จะดีกว่า

6.รายงานผล เรื่องนี้คนไทย (โดยนิสัย) จะไม่ค่อยชอบและจะมองว่าเมื่อเจ้านายสั่งงานแล้วก็ต้องไปตรวจงานเอง (บางงานที่นำมาส่งไม่ได้ หรือดำเนินการเสร็จแล้ว) เพราะมองว่าตัวเองทำตามที่ได้รับคำสั่งเสร็จแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วต้องบอกว่าใครที่คิดอย่างนี้ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เพราะการสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้านายบางครั้งบางเรื่องก็ต้องรายงาน โดยเฉพาะงานที่ระยะการดำเนินงานค่อนข้างนาน เพราะการรายงานจะทำให้เจ้านายทราบว่าเราดำเนินการอะไรไปถึงไหนแล้ว และเจ้านายก็ไม่ได้มีเวลามาตรวจงานของเราตลอดเวลา (หากงานนั้นไม่สำคัญและด่วนสำหรับเจ้านาย)

ดังนั้นควรรายงานผลงานของเราเป็นระยะหรือทุกครั้งที่เราดำเนินการเสร็จ เพราะนอกจากจะทำให้เจ้านายทราบแล้วก็ยังสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานที่ดีต่อกันด้วย...

หน้า 6