หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
เปิดงานวิจัย "สรรพสามิต" ขยายฐานภาษีสินค้า-บริการใหม่

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3727 (2927)

งานวิจัยล่าสุดของนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน รุ่น 4 ปี พ.ศ.2548 เรื่อง "แนวทางการปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิต" ซึ่ง นายสุริยน วรวิทยานนท์ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต เป็นผู้ศึกษาค้นคว้า ถือเป็นงานวิจัยที่น่าสนใจ

เนื่องเพราะผู้บริหารระดับสูงของอธิบดีกรมสรรพสามิตผู้นี้ มีข้อเสนอเกี่ยวกับการขยายฐานภาษีสินค้าและบริการใหม่ ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจควรใส่ใจเป็นพิเศษ

จากงานวิจัยฉบับล่าสุด รองอธิบดีกรรมสรรพสามิต เสนอแนวทางการขยายฐานภาษีและบริการใหม่ 7 ประการ ดังนี้

1) เกมออนไลน์ ปัจจุบันเด็กและเยาวชนจำนวนมากมีพฤติกรรมการเล่นเกมออนไลน์สูง โดยเฉพาะการเล่นในร้านที่มีบริการเครื่องเล่นเกมใช้เวลาหลายชั่วโมง ซึ่งผู้ให้บริการจะพยายามจัดหาเกมใหม่ๆ มาเสนอเพื่อดึงดูดให้เด็กและเยาวชนเข้าไปใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

ผู้ศึกษาเห็นว่าหากกำหนดให้เกมออนไลน์มีภาระภาษีสรรพสามิต จะเป็นการเพิ่มต้นทุนการจัดหา ราคาจะสูงขึ้น จะมีผลให้การนำเสนอรูปแบบเกมใหม่ลดลงได้ เป็นการลดแรงจูงใจของเด็กที่จะมาเล่นเกมใหม่ๆ และมีส่วนช่วยให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาไปทำอย่างอื่นที่เกิดประโยชน์มากกว่าการเล่นเกม อีกทั้งอาจกำหนดมาตรการเปิดปิดร้าน หรือกำหนดเวลาการเล่นของเด็กตามช่วงอายุด้วย เช่น เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ให้เล่นได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง เป็นต้น

2) คาราโอเกะ ผับ ค็อกเทลเลานจ์ คาเฟ่ กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีสถานบันเทิง คือ ไนต์คลับและดิสโก้เธคเท่านั้น ผู้ศึกษาเห็นว่าควรจัดเก็บภาษีสถานบริการที่คล้ายคลึงให้ครบทุกประเภท เพราะเป็นสถานบริการที่ให้บริการความบันเทิงใกล้เคียงกัน อีกทั้งบางแห่งยังให้บริการหลายๆ ประเภทรวมอยู่ด้วยกัน ดังนั้น จึงควรจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากการให้บริการทุกประเภททั้งหมด

3) โรงภาพยนตร์ สมัยก่อนโรงภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงและเป็นโรงภาพยนตร์ชั้นหนึ่งในประเทศไทยจะมีเพียงไม่กี่แห่ง จะมีโปรแกรมฉายภาพยนตร์ต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ แตกต่างจากปัจจุบันที่มีบริการโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กลง และมีหลายโรงในบริเวณเดียวกันเพื่อจะได้ฉายภาพยนตร์ได้หลายเรื่องในเวลาเดียวกัน

ผู้ศึกษาสังเกตเห็นว่าอัตราการเจริญเติบโตของโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กเพิ่มขึ้นอย่างมาก และจัดเก็บค่าชมภาพยนตร์ในราคาตั้งแต่ 100-150 บาท/รอบ และบางแห่งอาจถึง 400 บาท/รอบ ซึ่งถือเป็นบริการที่ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นอีกทั้งผู้เข้าชมล้วนเป็นเยาวชนและรวมถึงเด็กด้วย น่าจะจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ถือเป็นการเพิ่มต้นทุนเข้าไปส่วนหนึ่ง เมื่อราคาค่าชมภาพยนตร์สูงขึ้นอาจจะลดการบริโภคได้

4) โทรทัศน์ที่มีจอภาพขนาดใหญ่เกินกว่า 40 นิ้ว ปัจจุบันโทรทัศน์เป็นสิ่งให้ความบันเทิงสำหรับครอบครัว แทบทุกครัวเรือน จะต้องมีโทรทัศน์อย่างน้อย 1 เครื่อง โทรทัศน์ที่เป็นรุ่นยอดนิยม คือ ขนาด 14 นิ้ว แต่เนื่องจากวิวัฒนาการด้านเครื่องใช้ไฟฟ้ามีนวัตกรรมรวดเร็ว เกิดการผลิตจำนวนมาก (mass production) ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าแทบทุกประเภทมีราคาถูกลง ปัจจุบัน ประชาชนเริ่มให้ความนิยม โทรทัศน์ขนาดใหญ่ขึ้น คือ รุ่น 20 นิ้ว เพราะราคาถูกลงกว่าแต่ก่อนมาก อย่างไรก็ตามโทรทัศน์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นราคาจะแพงกว่าโทรทัศน์ขนาดเล็ก

ผู้ศึกษาเห็นว่าการใช้โทรทัศน์ขนาดครอบครัว 14 นิ้ว หรือ 20 นิ้ว เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนได้ แต่หากใช้โทรทัศน์ที่มีจอภาพขนาดใหญ่เกินไป เช่น ขนาดใหญ่เกินกว่า 40 นิ้ว ถือว่าเป็นการบริโภคเกินความจำเป็น ควรจัดเก็บภาษีสรรพสามิต นอกจากจะมีส่วนช่วยให้การบริโภคลดลงแล้วยังลดการนำเข้าจากต่างประเทศด้วย เพราะโทรทัศน์ขนาดใหญ่ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ

5) นาฬิกาที่มีอัญมณีหรือโลหะมีค่าเป็นส่วนประกอบ ผู้ศึกษามีความเห็นว่า การใช้นาฬิกาเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน และราคาซื้อขายนาฬิกาขึ้นอยู่กับวัตถุดิบและรูปแบบต่างๆ แต่การนำอัญมณี หรือโลหะมีค่ามาประดับ เพื่อให้นาฬิกามีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากๆ จนกลายเป็นเครื่องประดับมากกว่าการใช้เป็นนาฬิกา เป็นสิ่งเกินความจำเป็น จึงควรจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ด้วยเหตุผลเช่นเดียวกับการจัดเก็บภาษีจากโทรทัศน์ที่มีจอภาพขนาดใหญ่เกินกว่า 40 นิ้ว คือ ลดการบริโภคและลดการนำเข้าจากต่างประเทศ

6) คอนเสิร์ต การจัดคอนเสิร์ตของศิลปินทั้งในและต่างประเทศกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก อีกทั้งค่าบัตรชมคอนเสิร์ต ราคาค่อนข้างสูง หากเป็นศิลปินยอดนิยมค่าบัตรชมคอนเสิร์ตอาจมีตั้งแต่ 2,000-5,000 บาท ซึ่งเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยเป็นอย่างมาก การจัดเก็บภาษีน่าจะช่วยให้กิจกรรมคอนเสิร์ตลดน้อยลง และลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศ

7) โบว์ลิ่ง กิจกรรมการเล่นโบว์ลิ่งจัดเป็นกิจกรรมด้านบันเทิง ซึ่งผู้ศึกษามีความเห็นว่าเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น ควรจัดเก็บภาษีสรรพสามิต

ทั้งนี้ ในการขยายฐานสินค้าและบริการทั้ง 7 ประเภทนั้นอาจกำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราร้อยละ 10 โดยใช้อัตราเดียวกับสิ่งที่ให้ความบันเทิงที่กรมสรรพสามิตจัดเก็บในปัจจุบัน

หน้า 9