หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
การใช้สื่อเพื่ออำนาจและผลประโยชน์

โดย สมพันธ์ เตชะอธิก  มติชนรายวัน วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10063

มติชนขาดคู่ชกที่ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีมานาน(อ.พงษ์ศักดิ์ พยัคฆ์วิเชียร) จึงเกิดการปกป้องความเป็นหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทางด้านข้อมูลข่าวสาร และการวิเคราะห์เสนอทางเลือกที่ดีแก่สังคม

ด้วยความไม่ไว้วางใจในทุนขนาดใหญ่ที่มาจากรากฐานความบันเทิง ไม่มีประสบการณ์ในการทำหนังสือพิมพ์ และมีความใกล้ชิดกับศูนย์กลางอำนาจ

พันธมิตรที่หวงแหนหนังสือพิมพ์มติชน จึงพากันออกมาสนับสนุนการต่อสู้ครั้งนี้อย่างล้นหลาม จนไม่น่าเชื่อว่าผู้คนในสังคม โดยเฉพาะเหล่าปัญญาชนและนักกิจกรรม/นักเคลื่อนไหวทางสังคม ได้ออกมาร่วมคัดค้านแกรมมี่จำนวนมากขนาดนี้ จนส่งผลให้แกรมมี่ต้องไปตั้งหลักที่หุ้น 20% และขายหุ้นคืนมติชน

Antonio Gramsci กล่าวว่า การครอบงำ (Hegemony) ที่ปรากฏอยู่ในสื่อมวลชนน่าจะทรงพลังกว่าด้านเศรษฐกิจและการเมือง เพราะข้อความที่ปรากฏในสื่อมวลชนเป็นการให้คำนิยามสังคม ชีวิต กลุ่มคน เหตุการณ์ ฯลฯ ในฐานะกลไกของสังคม สื่อมวลชนมักจะเปิดโอกาสให้ผู้มีอำนาจทางสังคมเข้ามาใช้เป็นส่วนใหญ่

เมื่อผู้อ่านกลุ่มหนึ่งที่เป็นแฟนประจำมติชน รู้ว่ากลุ่มนายทุนใหญ่ที่ผูกติดกับนักการเมือง จะเข้าครอบงำสื่อมวลชน เพื่อแปรเปลี่ยนให้มาสนับสนุนรัฐบาลมากขึ้นกว่าการวิเคราะห์ หรือวิพากษ์วิจารณ์นโยบาย และสิ่งที่รัฐบาลทำในลักษณะผลประโยชน์เชิงซ้อน จึงเป็นแนวร่วมสำคัญที่ไม่ต้องการให้มติชน ถูกผู้มีอำนาจเข้ามาใช้เป็นส่วนใหญ่ โดยพื้นที่ของภาคประชาชนที่มีน้อยอยู่แล้วถูกเบียดขับออกไปให้น้อยลงอีก

ขณะนี้สถานการณ์การครอบงำทางการเมือง ได้ทะลุทะลวงลงไปสู่ระดับท้องถิ่น ตั้งแต่หมู่บ้าน ตำบล โดยผ่านการอุปถัมภ์ทางการเงินและตำแหน่งในการเลือกตั้งกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน นายกและสมาชิก อบต.

ในระดับภูมิภาคที่ผ่านระบบราชการใช้การแต่งตั้งโยกย้านนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ถูกยึดกุมสภาพให้เป็นพรรคพวกของรัฐบาลและตอบสนองธุรกิจการเมืองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

ระบบราชการก็ถูกข้ออ้างการปฏิรูปราชการและรัฐวิสาหกิจเข้าสู่ระบบทุนผูกขาดจากเครือข่ายพันธมิตรทางการเมือง จนแปลงร่างกลายเป็นธุรกิจราชการเข้าไปทุกทีๆ

ระบบเศรษฐกิจถูกครอบงำโดยบริษัทใหญ่ที่ทำธุรกิจแตกลูกออกหน่อเชื่อมโยงสายสัมพันธ์กับอำนาจรัฐ และผู้ร่ำรวยรายกลุ่มที่ผูกพันใกล้ชิดกับศูนย์กลางอำนาจจนได้รับผลประโยชน์มหาศาลมากเกินไป

ระบบองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญถูกแทรกแซงด้วยกลวิธีที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่ถามหาความบริสุทธิ์ยุติธรรม และคุณภาพมาตรฐานได้ไม่ง่ายนัก

จึงเหลือเพียงสื่อมวลชนที่ต้องยึดกุมให้ได้ ตามแนวคิดทฤษฎีการครองอำนาจให้ยาวนาน ต้องยึดกุมสภาพการเมือง เศรษฐกิจ ราชการ รัฐวิสาหกิจและองค์กรอิสระ ให้อยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งการได้

เมื่อหนังสือพิมพ์มติชน เป็นช่องทางหรือพาหนะในการถ่ายทอด เผยแพร่ความคิด และแหล่งกำเนิด หรือตัวประกอบในการสร้างสรรค์ความเป็นจริง ที่สามารถสร้างทัศนคติ ค่านิยม ไปในทางที่อาจมีทิศทางตรงข้าม กับทุนนิยมเผด็จการรวมศูนย์ประชานิยม

จึงจำเป็นต้องเข้าครอบงำโดยกระบวนการในระบบการเล่นหุ้น ซึ่งมติชนเปิดช่องโหว่ในการระดมทุนในตลาดหุ้น แต่เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะพลังเงียบของเหล่าปัญญาชนได้ออกมาโดยไม่ได้นัดหมายทั่วประเทศ

ทำให้ต้อง "ชะลอ" และถอยมาตั้งหลัก ณ จุดเดิมก่อน รอคอยโอกาสเพลี่ยงพลั้งใหม่ ชัยชนะของหนังสือพิมพ์มติชน จึงเป็นชัยชนะในสถานการณ์ชั่วคราว ไม่ใช่ชัยชนะต่อความคิดหรือทฤษฎีการครอบงำทุกระบบของสังคม เพื่อดำรงอำนาจรัฐอย่างยั่งยืน

มี 2 แนวคิดในการมองเหตุการณ์นี้ แนวคิดแรกมองว่า การออกมาร่วมคัดค้านของพลังปัญญาชน ทำให้การครอบงำไม่สุด มันกระเด้งคืนรวดเร็วไป ความอ่อนไหวเร็วเกินไป เมื่อมีแรงกดแล้วสะท้อนกลับทันที ทำให้ไม่สามารถมองเห็นหน้ากากหรือเบื้องหลังแห่งการครอบงำได้ชัดเจน

แนวคิดที่สอง มองว่าควรให้แกรมมี่ยึดมติชนจะได้ค่อยๆ เผยโฉมการครอบงำที่กระทำได้เสร็จทุกระบบ เท่ากับแรงกดได้กดดันสังคมจนสุดสุด แล้วประชาชนจะได้ลุกขึ้นมาต่อสู้และขับไล่ระบบเผด็จการทุนนิยมรวมศูนย์ประชานิยม ตามทฤษฎีมีแรงกดย่อมมีแรงต้าน การออกมาคัดค้านและต่อสู้เร็วเกินไป ทำให้มายาภาพ หรือภาพลวงตาของอำนาจ สามารถทำหน้าที่หลอกลวงสังคมได้ต่อไป และหนังสือพิมพ์มติชนได้ชัยชนะเพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่ใช่ชัยชนะของประชาชนทั้งมวล

บทเรียนและประสบการณ์สะท้อนว่า พลังปัญญาชน/ชนชั้นกลางยังมีอยู่ในยามที่เดือดร้อนเกิดวิกฤต การต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่ดี จะบังเกิดขึ้นอย่างเป็นขบวนการโดยไม่ต้องจัดตั้งอย่างเป็นระบบ

มติชนมีพันธมิตรที่รัก หวงแหน เป็นสื่อคุณภาพของชนชั้นกลาง สามารถเรียนรู้ได้ว่ายามสุขสงบ มติชนอยู่ได้ดีและอาจคิดคำนึงถึงผู้คนส่วนใหญ่ที่เดือดร้อนและความคิดเห็นของพลังปัญญาชน โดยเปิดพื้นที่สาธารณะในหนังสือพิมพ์ให้ได้ไม่มากเพียงพอเท่ากับการถูกผู้มีอำนาจใช้สื่อครอบงำสังคมเป็นส่วนใหญ่

ผลตอบแทนที่มติชนควรให้กับพันธมิตรคือ การเปิดพื้นที่สะท้อนข่าว ปัญหา ข้อมูล ความคิดเห็น การวิเคราะห์และการเสนอทางเลือกที่ดีกว่าสังคม ให้แก่ประชาชนรากหญ้า ผู้นำชุมชนและคนชั้นกลางมากขึ้น

สำหรับแกรมมี่ และกลุ่มผู้มีอำนาจคงได้เรียนรู้ว่าการจะใช้สื่อเพื่ออำนาจและผลประโยชน์นั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด ด้วยสิ่งใดก็ตาม ที่กระทบกับความเป็นเจ้าของสมบัติที่มีของสาธารณะ สิ่งนั้นย่อมอ่อนไหวเกินกว่าการครอบงำได้ จำเป็นต้องคิดกลยุทธ์ที่แนบเนียนกว่าเดิม

มีแรงกดย่อมมีแรงต้าน มีครอบงำย่อมมีอิสระ การต่อสู้ของผู้ที่ต้องการครอบงำและผู้ต้องการอิสระเสรีภาพและความเป็นธรรม ยังคงมีแพ้ ชนะ ดำรงคู่กันตลอดไป

จนกว่าประชาชนจะเรียนรู้ เติบโตและพัฒนาได้เท่าทันต่อการครอบงำที่อบอวลด้วยภาพมายาคติ ความเป็นจริงจึงจะเผยโฉมหน้า และช่วยเหลือสังคมให้หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์แห่งอำนาจและผลประโยชน์ได้

หน้า 7