|
||||||||||||||
|
"กอส."
ออกแถลงการณ์ประณาม
ผู้อยู่เบื้องหลังฆ่า 2
นาวิกฯ-ชาวบ้าน
มติชนรายวัน วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10062 ผู้สื่อข่าวรายงาน เวลา 20.30 น. หลังการประชุม กอส.เสร็จสิ้น ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง มาตรการเพื่อลดความแตกแยกระหว่างผู้คนในสังคมไทย ระบุว่า สถานการณ์รุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้เลวร้ายลง ผู้คนทั้งพุทธและมุสลิมตกอยู่ในความหวาดกลัว ต่อมาเมื่อคืนวันที่ 20 กันยายน 2548 เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงกราดใส่ร้านน้ำชา กลางหมู่บ้านตันหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ชาวบ้านเสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บอีก 4 คน จนเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้นาวิกโยธิน 2 นายถูกควบคุมตัวไว้เป็นตัวประกัน โดยชาวบ้านเข้าใจว่าบุคคลทั้งสองอาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์กราดยิงคนที่ร้านน้ำชา ท้ายที่สุดในวันที่ 21 กันยายน 2548 พบว่า ทหารนาวิกโยธินทั้ง 2 นาย ถูกทำร้ายเสียชีวิตอย่างทารุณในหมู่บ้านดังกล่าว ความรุนแรงเช่นนี้ดูเป็นการจงใจแสดงความโหดร้ายเพื่อยั่วยุให้ประชาชนและรัฐบาลโกรธแค้นจะได้ทำการปราบปรามอย่างรุนแรง ซึ่งจะทำให้สถานการณ์บานปลายลุกลามยากต่อการแก้ไข คณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ(กอส.) รู้สึกเศร้าสลดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง และขอประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลังและผู้ที่กระทำการประทุษร้ายต่อชาวบ้านและทหารนาวิกโยธินดังกล่าว และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อบุคคลในครอบครัว ญาติมิตร ของทั้งทหารนาวิกโยธินทั้ง 2 นาย และชาวบ้านตันหยงลิมอทั้ง 6 คน กอส.จึงขอเสนอมาตรการทั้งเพื่อลดความแตกแยกระหว่างผู้คนในสังคมไทย และป้องกันมิให้เหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้เกิดซ้ำขึ้นอีกดังนี้ 1.ขอให้ทางราชการรีบดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงและจับกุมผู้กระทำผิดทั้ง 2 กรณีมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้เป็นกรณีพิเศษโดยเร็วที่สุด เพราะเป็นเรื่องสะเทือนขวัญแก่สาธารณชนทั้งหลาย และจะมีผลกระทบต่อแนวทางการเสริมสร้างความสมานฉันท์ในชาติเป็นอย่างยิ่ง 2.สนับสนุนแนวทางสันติวิธีของกองทัพ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพราะเมื่อนาวิกโยธินทั้ง 2 นายถูกควบคุมตัวไว้ ผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในพื้นที่ก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะแก้ปัญหาด้วยขันติธรรมและสันติวิธี กอส.เห็นว่าการตายของนาวิกโยธินทั้ง 2 ท่านเป็นการสละชีพในหน้าที่อย่างมีเกียรติและกล้าหาญ การยอมเสียสละเช่นนี้ทำให้การใช้ความรุนแรงของฝ่ายที่คิดร้ายต่อสังคมไทยไม่ประสบผลสำเร็จ และส่งผลให้รัฐและสังคมไทยเข้มแข็งขึ้นด้วยแรงใจสนับสนุนจากผู้คนในสังคมไทยทุกฝ่าย กอส. จึงสนับสนุนให้รัฐบาล กองทัพ และข้าราชการในพื้นที่ยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีเช่นนี้ต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะและการเสียเลือดเนื้อ 3.เพื่อป้องกันเหตุร้ายทำนองนี้ในอนาคต กอส. เสนอให้เร่งรัดตั้งคณะกรรมการสันติสุขชุมชนเพื่อเป็นตัวกลางระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ทำหน้าที่เปิดโอกาสให้ฝ่ายต่างๆ ได้ติดต่อสื่อสารกันเพื่อรื้อฟื้นความไว้วางใจระหว่างกันกลับคืนมา อันเป็นหนึ่งในมาตรการระยะสั้นทั้ง 14 ข้อที่ กอส.เคยนำเสนอต่อรัฐบาลและสังคมไทยไว้แล้ว 4.เดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่สำคัญยิ่งของชาวมุสลิม เป็นเดือนแห่งสันติ แต่ก็แฝงด้วยความเสี่ยง ถ้าหากมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้น ดังนั้น กอส.ขอให้ภาครัฐตระหนักและเข้าใจในโอกาสและความอ่อนไหวของช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะใน 10 วันสุดท้ายของเดือนที่ชาวมุสลิมจะใช้เวลาอยู่ในมัสยิดกันมาก ภาครัฐจึงควรทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้นำศาสนา ด้วยการมอบความไว้วางใจ รวมทั้งหลักประกันในเรื่องความปลอดภัยให้ผู้นำเหล่านี้ หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรือการเผชิญหน้า จะได้ขอให้ผู้นำศาสนาช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ทันท่วงที 5.กอส.ขอเสนอให้รัฐบาลดำเนินการรุกทางการเมืองเพื่อยุติปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งสร้างความเป็นเอกภาพในยุทธศาสตร์ดับไฟใต้ โดยจัดการประชุมเรื่อง ยุทธศาสตร์ดับไฟใต้ ให้ผู้เกี่ยวข้องในยุทธศาสตร์ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม กอส.ยินดีร่วมมือกับรัฐบาลในการจัดประชุมครั้งนี้ และจะช่วยประสานงานกับองค์กรสาธารณะต่างๆ โดยเฉพาะภาคีองค์กรสื่อมวลชน อันประกอบด้วยสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย หน้า 14 "อานันท์" บริภาษสื่อรัฐบิดเบือนข่าว กอส. เกาะกระแสฯ :กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2548 "สื่อของรัฐพยายามทำให้ข้อเสนอของ กอส. เสียหาย โดยระบุว่า ผมเคยกล่าวว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นของมาเลเซีย ทั้งที่ยืนยันได้ว่าที่ผ่านมาผมไม่เคยพูดสิ่งเหล่านี้... จึงถือว่าเป็นการนำเสนอข่าวที่ไม่จริง เป็นการปั้นเท็จให้เป็นจริง" นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุม กอส. ที่กระทรวงการต่างประเทศวานนี้ ว่า หลังจากเดือนตุลาคมนี้ กอส. จะเร่งการประชุมให้บ่อยครั้งขึ้น เพื่อนำเสนอรายงานสรุป และคาดว่ารายงานที่จะนำเสนอต่อรัฐบาล น่าจะแล้วเสร็จและตีพิมพ์ได้ราวเดือน กุมภาพันธ์ 2549 และนำเสนอต่อรัฐบาลประมาณต้นเดือนมีนาคม 2549 ทั้งนี้ รายงายของ กอส. จะเสนอต้นเหตุของปัญหา เช่น เรื่องการศึกษา การรักษาความปลอดภัย ตลอดจนนำเสนอนโยบายที่ควรจะปรับปรุง และปรับปรุงอย่างไร ซึ่งรายงานฉบับนี้จะเรียบเรียงเป็นภาษาไทย จากนั้น จะมีการเผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษ ภาษามลายู และอารบิคด้วย สำหรับการประชุมนั้น ที่ประชุม กอส. ได้นำประเด็นปัญหาความรุนแรงที่บ้านตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ระหว่างวันที่ 20-21 กันยายน ที่ผ่านมาและกรณี 131 คนไทยที่เดินทางหลบหนีเข้าไปรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เข้าหารือด้วย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาก็ทราบข่าวเฉพาะที่รัฐบาลมอบให้ วันนี้จึงต้องมาฟังข้อมูลจากคณะกรรมการฯ และการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุยินดีจะรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ในภาคใต้นั้นเป็นเรื่องที่ดี แม้จะไม่เป็นเรื่องใหม่อะไร "ในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็ต้องรับผิดชอบมา 2 ปีแล้ว แต่แนวทางการแก้ไขปัญหา ย่อมต้องมีอุปสรรค และต้องตรวจสอบว่า ข้อเท็จจริงอยู่ที่ไหน บางครั้งก็ได้รับข้อเท็จจริงเพียงบางส่วน โดยเฉพาะเรื่องนี้เป็นความต่อเนื่องของเหตุการณ์ ซึ่งต้องรอดูข้อเท็จจริงตลอดเหตุการณ์ แต่ผมก็เชื่อว่ากองทัพก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว จึงไม่มีปัญหาหากจะประณามการกระทำที่โหดร้าย และน่าสยดสยอง อย่างไรก็ดีรัฐบาลก็ต้องดูแลประชาชนต่อไป ขณะที่ข้าราชการก็ต้องปฏิบัติตัวให้สอดคล้องต่อแนวทางสมานฉันท์" นายอานันท์ กล่าว สำหรับเหตุการณ์ที่นาวิกโยธิน 2 นาย เสียชีวิต นั้น นายอานันท์ กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัว และประณามการกระทำที่โหดเหี้ยมทารุณ พร้อมกับระบุว่า เหตุการณ์นี้เป็นความโศกเศร้าของประเทศไทย แต่เหตุการณ์นี้มีข้อเท็จจริงอยู่บางตอน ทำให้ กอส. อยู่ในฐานะที่ลำบาก "ก่อนหน้านี้ได้พยายามเสนอหลักการแก้ปัญหาภาคใต้โดยสันติวิธี ซึ่งราชการและกองทัพก็พยายามปฏิบัติตัวให้สอดคล้อง แต่สื่อของรัฐก็พยายามทำให้ข้อเสนอของ กอส. เสียหาย โดยระบุว่า ผมเคยกล่าวว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นของมาเลเซีย ทั้งที่ยืนยันได้ว่าที่ผ่านมาผมไม่เคยพูดสิ่งเหล่านี้ และดินแดนใน 3 จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส มีความตกลงในสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ที่ไทยเป็นสมาชิกสันนิบาตแห่งชาติ และสมาชิกสากลแห่งสหประชาชาติ รับรองว่า 3 จังหวัดเป็นของไทยแน่นอน และเป็นการรับรองเมื่อ 96 ปีที่แล้ว จึงถือว่าเป็นการนำเสนอข่าวที่ไม่จริง เป็นการปั้นเท็จให้เป็นจริง เป็นการทำลายผมส่วนตัว กอส.ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก และขอให้ทราบว่า กอส. ตกเป็นเป้า ที่การให้สัมภาษณ์และลงบทความ ก็จะถูกบิดเบือน แต่เราต้องอดทน กล้าหาญพอที่จะพูดความจริง เราทั้งหลายไม่มีอาวุธ ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีหนังสือพิมพ์ ไม่มีสื่อที่เราเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะเมื่อ 4-5 เดือนที่ผ่านมา มีการปล่อยข่าวในลักษณะ "พูดเท็จ" ซึ่งถ้าสังคมไทยเชื่อถือคำพูดเท็จเหล่านี้ก็น่าเสียใจ "นอกจากนี้ ในช่วงนี้ยังมีมรสุมการปล่อยข่าวลือ การปั้นน้ำเป็นตัวจะมีขึ้นมากตามลำดับ นายอานันท์ กล่าว เมื่อถามว่า เป็นห่วงเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านหรือไม่ ประธาน กอส. กล่าวว่า ส่วนตัวมีความไว้ใจนักการเมืองชั้นผู้ใหญ่ของมาเลเซีย และแต่ละครั้งที่เขาออกมาพูด ก็ไม่ได้เป็นการก้าวก่าย แต่แสดงความห่วงใย เหมือนกับที่ไทยแสดงความห่วงใยกับพม่า หรือเพื่อนบ้านทั่วไป อีกทั้งมาเลเซียก็ออกมาย้ำหลายครั้งว่า รัฐบาลมาเลเซียไม่ต้องการเข้ามาแทรกแซง และมีส่วนรู้เห็นในเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
|