หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
ต้นทุนผลิตบัณฑิต

คอลัมน์ ดาต้าน่ารู้  ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3726 (2926)

นงราม เศรษฐพานิช และคณะ ได้ศึกษาค่าใช้จ่ายในการผลิตบัณฑิตของมหาวิทยาลัยรัฐทั้งแบบจำกัดรับและไม่จำกัดรับ สถาบันอุดมศึกษาของเอกชน สถาบันราชภัฏ และสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล โดยใช้ข้อมูลปี 2524-2528 ส่วนข้อมูลค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลของนักศึกษาเก็บรวบรวมในปี 2531 การศึกษานี้จำแนกค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ประเภทคือ ค่าใช้จ่ายทางสังคมและค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล ค่าใช้จ่ายทางสังคมประกอบด้วยค่าใช้จ่ายดำเนินการและค่าใช้จ่ายทุนทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งจ่ายจากเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณของสถาบันการศึกษา ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลประกอบด้วย ค่าเล่าเรียนและอุปกรณ์การศึกษาที่นักศึกษาหรือผู้ปกครองเป็นผู้จ่าย

เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทั้งสองแบบในสถาบันการศึกษาทั้งห้าประเภทพบว่า มหาวิทยาลัยแบบจำกัดรับมีค่าใช้จ่ายทางสังคมสูงกว่าสถาบันการศึกษาประเภทอื่น ขณะที่มหาวิทยาลัยประเภทไม่จำกัดรับมีค่าใช้จ่ายทั้งสองแบบต่ำที่สุด การจำแนกค่าใช้จ่ายทั้งสองประเภทตามสาขาวิชาแสดงให้เห็นว่า สาขาแพทยศาสตร์มีค่าใช้จ่ายทางสังคมสูงสุด สาขานิติศาสตร์และสาขาพาณิชยศาสตร์มีค่าใช้จ่ายทางสังคมน้อยที่สุด เนื่องจากเป็นสาขาที่เปิดสอนอย่างแพร่หลายในมหาวิทยาลัยแบบไม่จำกัดรับและสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สาขาวิจิตศิลป์/สถาปัตยกรรมศาสตร์มีค่าใช้จายส่วนบุคคลสูงสุด

ชัยยุทธ์ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ (2548) ได้ใช้ 4 แหล่งทุนหลักในการคำนวณค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษาของประเทศไทย ได้แก่

1. ภาครัฐ

2. ภาคเอกชน

3. ภาคธุรกิจเอกชน

4. องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร

ในปี พ.ศ.2545 ทั้งสี่แหล่งทุนนี้ได้มีค่าใช้จ่ายทางการศึกษารวมกันเป็น 258,315 ล้านบาท โดยที่ค่าใช้จ่ายของภาครัฐมีสัดส่วนสูงที่สุด (ร้อยละ 86.3) ตามด้วยค่าใช้จ่ายของครัวเรือน (ร้อยละ 12.9) และภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร (ร้อยละ 0.8) นอกจากนี้ยังได้ประเมินด้วยว่าหากรวมแหล่งเงินทุนทุกแห่งที่ค่าใช้จ่ายได้ผ่านไป ทำให้มีการนับซ้ำได้ โดยที่ขนาดของการนับซ้ำสูงถึง 83,687 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 32.4 ของค่าใช้จ่ายจริง

หน้า 8