|
||||||||||||||
|
ญาติผู้เสียชีวิต
และคนไทยทุกคน
ขอประฌามการกระทำอันโหดร้ายป่าเถื่อนครั้งนี้
โดย มุสลิมใต้คนหนึ่ง มติชนรายวัน วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10061 ภาพ ผู้หญิงที่ใส่ฮิญาบ ผู้ชายที่สวมชุดมุสลิมที่ "ตันหยงลิมอ" กับภาพ "ทหารทั้ง 2 นาย สวมกางเกงขาสั้นใส่เสื้อยืด สภาพศพถูกมัดมือไพล่หลัง ถูกแทงหลายแผลจนไส้ไหล" สะท้อนให้สังคมทั่วไปมองมุสลิมทั่วประเทศและศาสนาอิสลามอย่างโหดร้าย ไม่ว่าเหตุผลของชาวตันหยงลิมอก่อการประท้วงจะมีเหตุผลแต่การไม่สามารถรักษาชีวิตตัวประกันได้ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกัน จำเลยทางสังคมคือ ชาวตันหยงลิมอและมุสลิม อันเป็นผลงานการวางแผนของใครบางคน ผู้เขียนไม่สามารถปฏิเสธว่าการทำร้ายทหารเป็นปฏิกริยาโต้ตอบอาชญากรรมที่ชาวบ้านโดยยิง แต่ก็ไม่อาจถือว่ามันเป็นเหตุผลหรือข้ออ้างที่จะนำมาใช้ในการกระทำที่เป็นที่ต้องห้ามอย่างสิ้นเชิงในอิสลามได้ และขอประฌามการกระทำอันโหดร้ายป่าเถื่อนครั้งนี้ และขอโทษญาติพี่น้องและคนไทยร่วมชาติทั้งหมด ในนามของผู้ด้อยการศึกษาด้านศาสนาและในนามที่เป็นคนใต้คนหนึ่ง โอ้เยาวชนมุสลิม หรือใครก็แล้วแต่ที่คิดจะทำในนามของพระเจ้าหรือศาสดา โปรดอ่านอัลกุรอ่านและคำสั่งของปราชญ์อิสลามดังนี้ อัลลอฮฺทรงกล่าวว่า : "และพวกเขาให้อาหารเพื่อความรักต่ออัลลอฮฺแก่คนยากไร้ เด็กกำพร้าและเชลย" (อัลกุรอ่าน 76:8) แม้แต่เชลยต้องปฏิบัติดีแล้วนี่ผู้ที่ถูกจับกุมยังไม่ผ่านการพิสูจน์ว่าผิดหรือถูก ชัยคุซับมาน อัลเอาดะฮฺ (ปราชญ์อิสลาม) ได้ชี้แจงถึงเรื่องนี้ผ่านเว็บไซต์ www.islamtoday.net ของท่าน "....เรื่องราวได้เกินเลยของเขตของความสมเหตุสมเหตุผล โดยที่ไม่ต้องกล่าวถึงกฎหมายของอิสลาม (ชะริอะฮฺ) เลย..." "...พวกเขาไม่ได้ทำความเสื่อมเสียเฉพาะแก่ตัวพวกเขาเองเท่านั้น แต่จะเกิดแก่มุสลิมทั่วทั่วโลก ผลการกระทำของพวกเขาทำให้เกิดความอับอาย..." "...ฉันเรียกร้องผู้ที่ทำสิ่งเหล่านี้อย่างน้อยที่สุดคือ การพิจารณาถึงเกียรติยศและศักดิ์ศรีของมุสลิม..." ชัยค์ยุซุฟ อัลก็อรฏอวีย์ ปราชญ์อิสลามอีกท่านหนึ่งเรียกร้องให้มุสลิมหยุดการฆ่าตัวประกัน ซึ่งมันจะทำความหม่นหมองให้กับภาพลักษณ์ของอิสลาม และนำอิสลามข้องเกี่ยวกับลัทธิก่อการร้าย "ฉันขอเรียกร้องให้พวกเขารำลึกถึงอัลลอฮฺ ซบ, และหยุดการกระทำของพวกเขาเถิด ซึ่งมันจะตีตราอย่างอธรรมต่ออิสลามและเป็นการเสียหายแก่ผู้ที่ยึดมั่นอิสลาม" ขอเรียกร้องผู้นำมุสลิมทุกระดับชั้น และมุสลิมทุกคนออกมาประฌามการกระทำเช่นนี้ ซึ่งมันทำความหม่นหมองให้กับภาพลักษณ์ของอิสลามและมุสลิมทั้งหมด หน้า 6 เรื่องจริงจาก "ตันหยงลิมอ" ที่ผู้นำและคนกรุงเทพฯ ควรรับรู้ไว้ด้วย !!! คอลัมน์ สดจากพื้นที่ โดย ธนก บังผล, ศุนย์ข่าวอิศรา ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3726 (2926) เด็กน้อยต้องตื่นร้องไห้ระงมหลังเสียงปืนแผดก้องอยู่ที่ถนนหน้าบ้าน กระสุนปืนกลุ่มหนึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่กลางวงน้ำชา แต่ลูกหลงส่วนหนึ่งพุ่งตรงเข้าตัวบ้าน การประกาศผ่านลำโพงให้เพื่อนบ้านรีบมาช่วยคนที่ถูกยิง อีกหลายคนจัดการกับผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตตามมีตามเกิด คืนวันที่ 20 กันยายน เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้อีกหน้าหนึ่งของความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ชาวบ้านถูกยิงในร้านน้ำชา ที่บ้านตันหยงลิมอ จังหวัดนราธิวาส และเป็นวันเดียวกับที่ คณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์ (กอส.) ลงมายังจังหวัดยะลา เพื่อเตรียมเปิดโต๊ะสัมมนาเชิงปฏิบัติการภาคประชาชน ยื่นข้อเสนอให้ออกมาตรการระยะสั้นเพื่อลดความรุนแรง 14 ข้อ ทั้งสองกลุ่มเกิดขึ้นต่างกรรมต่างวาระ แต่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง กลุ่มหนึ่งก่อเหตุไม่สงบ กลุ่มหนึ่งเรียกร้องสันติวิธี แต่บทสรุปของทั้งสองกลุ่มต่างสะท้อนให้เห็นแง่มุมคล้ายกัน และแน่นอนการที่กลุ่มก่อเหตุตัดสินใจลงมือปฏิบัติการรุนแรงต้อนรับการกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีนัยบางอย่างที่น่าสนใจ เจ้าของร้านน้ำชาที่เกิดเหตุเปิดเผยผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวอิศราจาก "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ภายหลังจากการก่อเหตุแล้ว มีชาวบ้านมาเล่าให้ฟังว่าพบหมวกที่มีตราของทหารตกอยู่ภายในหมู่บ้าน หลักฐานชิ้นนี้ทำให้ทุกคนต่างลังเลว่าเป็นฝีมือของทหารหรือเปล่า ประกอบกับเจอนายทหารนาวิกโยธิน 2 นายที่น่าสงสัย เรื่องจึงบานปลายในที่สุด ระยะทางระหว่างร้านน้ำชากับศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้านตันหยงลิมอ อาคารที่ใช้ขังทหารทั้ง 2 นาย ห่างกันไม่ถึงห้าสิบเมตร พอกลับ มาจากโรงพยาบาลแล้วจึงรู้ว่ามีทหาร โดนจับขัง "เรื่องอื่นๆ นั้นไม่รู้เลย แต่ที่สามารถยืนยันได้เต็มปากคือ คนที่ก่อเหตุไม่ใช่ชาวบ้านตันหยงลิมออย่างแน่นอน เพราะรู้จักกันหมด คนที่ก่อเหตุนั้นไม่มีชาวบ้านคนไหนเคยเห็นหรือรู้จักเลย" บรรยากาศบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุภายหลังเหตุการณ์ผ่านพ้นไปนั้นเงียบสงัด ประตูหน้าบ้านและหน้าต่างที่เคยเปิดเป็นปกติก็ปิดล็อกกุญแจกันทุกหลังคาเรือน มีเพียงประตูหลังบ้านที่เปิดแง้มให้พอเห็นแสงตะวัน บ้านเจ้าของร้านน้ำชาดูจะหนักที่สุด เพราะร่องรอยกระสุนที่ยิงกราดผ่านร้านเข้าทำลายทรัพย์สินเสียหาย กระจกหน้าต่างแตก ตู้เสื้อผ้าทะลุ ผนังห้องและตัวเรือนบ้านมีรูกระสุนทิ้งไว้เกลื่อน "กลัวมาก เพราะไม่รู้ว่าเป็นใคร เราเสียดาย และเสียใจที่ทหารต้องมาตายโดยไม่สมควร" เช่นเดียวกับครอบครัวของชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ที่ถูกยิงเสียชีวิต ไม่มีคำบรรยายไหนจะอธิบายถึงการจากไปไม่มีวันกลับของสมาชิกในครอบครัวได้เลย หน่วยงานของรัฐต่างออกมาให้การดูแลทหารที่ถูกฆ่าตายอย่างสมเกียรติเฉกเช่นวีรบุรุษ แล้วน้ำตาของแม่ที่ต้องเสียลูกชายวัย 15 ปี ใครจะซับ ศพที่ฝังไปแล้วอย่างเรียบง่ายตามพิธีทางศาสนาอิสลาม ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้อยู่ใกล้ชิดชาวบ้านเลยแม้แต่นิดเดียว คิดถึงแต่ใจเราไม่คิดถึงใจเขาบ้างเลย ในขณะที่ พระไพศาล วิศาโล กำลังกล่าวถึงการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) โดยปราศจากการนำไปปฏิบัติในหนทางที่ถูกต้อง อาจนำมาซึ่งความรุนแรงได้ "ภารกิจของ กอส.คือ การสร้างความสมานฉันท์ ความปรองดอง ความสามัคคี ซึ่งจะเกิดได้ต้องใช้สันติวิธีในการดำเนินการ ทั้งในระดับสังคม ครอบครัว ผลักดันสันติวิธีให้เป็นกระบวน การอย่างหนึ่งในการจัดการกับความขัดแย้ง แม้ว่าเหตุการณ์ยังมีความรุนแรงอยู่ การใช้สันติวิธีก็ยังคงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม แนวคิดที่เชื่อว่าการแก้ไขปัญหาโดยใช้ความรุนแรงจะสามารถจัดการปัญหาได้นั้นเป็นความคิดที่ผิด ตรงข้ามกลับทำให้ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น" พระไพศาลให้ความคิดเห็นว่า สันติวิธีไม่ใช่การนิ่งเฉยและไม่ได้หมายความว่ายอมจำนน แต่เป็นการจัดการกับปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง แนว ทางในการจัดการปัญหาได้แก่ การสถาปนาความยุติธรรมโดยทำให้เกิดความยุติธรรมในการใช้ทรัพยากรท้องถิ่น การมีส่วนร่วมในการดำเนินการต่างๆ การเคารพในความแตกต่างทางด้านอัตลักษณ์และวัฒนธรรม การปรึกษาหารือ การเปิดเผยความจริงและไม่ใช่การบิดเบือน การพัฒนาให้มีชีวิตที่สมควรแก่ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ แต่พลันที่ข่าวการฆาตกรรมนายทหารจากหน่วยนาวิกโยธินถูกนำเสนอออกไปในเวลาประมาณ 14.30 น.ของวันที่ 21 กันยายน นายกรัฐมนตรีและแม่ทัพภาคที่ 4 ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนยิ่ง การจะปราบปรามพวกอำมหิตโหดเหี้ยมผิดมนุษย์นั้น เมื่อสันติวิธีไม่ได้ก็ต้องเข้มข้น นายกฯทักษิณพูดกับสื่อว่า อยากบอกคนกรุงเทพฯว่า พวกนี้โหดเหี้ยม เรื่องนี้ไม่ธรรมดา นาวิกโยธิน 2 คนจะไม่ตายฟรี ... ท่าทีของเจ้าหน้าที่รัฐที่ชัดเจนที่สุดคือ การที่คนร้ายลงมือฆ่าโหดหนีไปได้นั้น กลับมองว่ามีชาวบ้านเป็นใจก่อการ ทั้งหมดแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทัศนคติของรัฐมีต่อพี่น้องชาวมุสลิมเป็นอย่างไร ? ภาพหญิงชราและผู้หญิงในหมู่บ้านตันหยง ลิมอเมื่อรู้ว่าทหารถูกฆ่าตาย น้ำตาและเสียงสะอื้นที่หลั่งออกมาไม่มีใครเหลียวมอง ผู้ใหญ่บ้านที่ร้องไห้เพราะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ให้สงบได้ มีกี่คนที่เห็นว่า ...พวกเขารู้สึกกันอย่างไร ? คำถามที่น่าคิด คือ นับจากนี้ไป ชาวบ้านตันหยงลิมอจะอยู่อย่างปลอดภัยนอนหลับสบายได้อย่างไร มาตรการใดที่รัฐบาลสามารถคุ้มครองประชาชนในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้บ้าง ทำอย่างไรที่จะให้ชาวบ้านรู้สึกว่ารัฐบาลจริงใจและหันมาให้ความร่วมมือ หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำขึ้นอีกในวันพรุ่งนี้ รัฐบาลจะมีขั้นตอนในการจัดการอย่างไร ความหวาดกลัวที่มีอยู่ในใจ วันนี้ชาวบ้านตันหยงลิมอ ขอรัฐบาลเพียงอย่างเดียว กือดูโดะปันยังสือนัง...การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข หน้า 9
|