หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
นานเกินทน

คอลัมน์ เดินหน้าชน  โดย ภาคภูมิ ป้องภัย  มติชนรายวัน วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10060

ใครทำให้โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวล่าช้า

ใครทำให้คนฝั่งธนบุรี คนสมุทรปราการ ต้องทนแออัดยัดทะนานบนรถเมล์ ยืนขาแข็งทุกเช้า-เย็นไปอีกนานหลายปี

ผมพยายามหาข้อมูลเพื่อค้นหาต้นเหตุแห่งความล่าช้า ก็ได้พบจังหวะก้าวการทำงานของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และพบแล้วว่าใครเป็นผู้ทำล่าช้า

อีกทั้งยังพบอีกว่า พวกเราพึ่งพา ส.ส.ฝั่งธนบุรี และ ส.ส.สมุทรปราการไม่ได้เลยจริง

ครับ...จำชื่อไว้ เที่ยวหน้าไม่ต้องเลือกเข้าสภาให้เสียอารมณ์

ก่อนอื่นขออธิบายสั้นๆ ปูพื้นก่อน โครงการรถไฟฟ้า 7 สายทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑลมีความยาวทั้งสิ้น 291 กิโลเมตร(กม.) ในส่วนที่ล่าช้า คือสายสีเขียวความยาว 70 กม. บีทีเอสเปิดให้บริการไปแล้ว 23 กม. ณ วันนี้ ถ้าเอาจริงเอาจัง ไม่ว่าใครเป็นคนลงทุน ใครเป็นคนสร้าง ป่านนี้สามารถวางราง และสร้างสถานีอย่างน้อย 2 ช่วงได้ภายในปีนี้ นั่นคือ 1.สถานีตากสินไปบางหว้า ฝั่งธนบุรี 6.7 กม. 2.สถานีอ่อนนุชไปสำโรง จ.สมุทรปราการ 8.9 กม. 3.สถานีหมอชิตไปสะพานใหม่ เขตบางเขน 11.9 กม.

เชื่อมั้ยครับว่า จากสถานีตากสินไปบางหว้าแค่ 6.7 กม. ตอม่อมีหมดแล้ว ผ่านมา 5 ปีแล้วยังทำอะไรไม่ได้เลย

ล่าสุดคุณสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าฯกทม.ฝ่ายโยธา ในฐานะเกี่ยวข้องกับสายสีเขียว สรุปสาเหตุล่าช้าว่า

"กทม.มีความพร้อมก่อสร้างทุกด้านแล้ว แต่ติดปัญหาคือมติ ครม. 29 ก.พ.43 ที่ระบุว่า กทม.จะต้องให้เอกชนมาลงทุน 100% ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นเอกชนก็จะคิดเรื่องกำไรขาดทุนเป็นหลัก จึงเป็นหน้าที่ของรัฐในการอำนวยความสะดวก เราทำหนังสือไปถึงรัฐบาลแล้ว 2 ครั้ง ขอให้เปลี่ยนมติ ครม.ดังกล่าว แต่ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด"

กล่าวสำหรับบีทีเอส เขาก็แจ้งมาแล้วว่า บริษัทปรับโครงสร้างหนี้จนพร้อมทำส่วนต่อขยายได้ตามแผน กทม.ทั้ง 2 เส้นทางแล้ว

ใช่ครับ กทม.ขอเปลี่ยนมติ ครม.หลายครั้งแล้ว แต่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยดูจะไม่กระตือรือร้นที่จะตัดสินใจ

มติ ครม. 29 ก.พ.43 เห็นชอบ 3 เส้นทางข้างต้น จากนั้นก็ถกเถียงกันเรื่องผู้ลงทุน สิทธิประโยชน์ จนมาได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ภาครัฐ หรือ กทม.ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน บีทีเอสจัดหาระบบไฟฟ้าและเครื่องกลเพิ่มเติมและขอรับสิทธิประโยชน์จากบีโอไอ แต่ 30 ต.ค.44 คณะกรรมการพิจารณาการลงทุนโครงการแจ้งว่าเงื่อนไขที่บีทีเอสเสนอมาขัดต่อมติ ครม. 7 พ.ย.44 กทม.เสนอแก้ไขมติ ครม.ขอเป็นผู้ลงทุนโครงการเอง แต่กระทรวงมหาดไทยขอให้ กทม.ไปศึกษาแนวทางการดำเนินงานให้ชัดเจน เพื่อนำเสนอกลับมาอีกครั้ง ระหว่างนั้นมีการชี้แจงโต้ตอบกันเรื่อยมา จน 23 ก.ค.45 กทม.บันทึกครั้งที่สอง ขอให้มหาดไทยนำเสนอ ครม.แก้ไขมติ 29 ก.พ.43 อีกครั้ง

รู้มั้ย..มหาดไทยทำอย่างไร

มหาดไทยดองเรื่องไว้จนถึง 8 พ.ย.45 ค่อยแจ้ง กทม.กลับมา ขอให้ยืนยันการดำเนินการโครงการกลับมาอีกครั้ง โดยอ้างเหตุผลว่ามีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ระหว่าง 13 ม.ค.46 ถึง 17 พ.ย.47 กทม.ทำบันทึกอธิบายแผนการลงทุนและแผนการดำเนินการทางธุรกิจยืนยันไปยังมหาดไทยอีกหลายครั้ง และขอให้เสนอ ครม.แก้มติอีก 2 ครั้ง

จนในที่สุด กทม.รอไม่ไหว จัดเปิดซองประกวดราคา เชิญผู้เสนอราคาเจรจาต่อรองราคา 12 พ.ย.48 ก่อนจะมีบันทึก 23 มิ.ย.48 ถึง รมว.มหาดไทยเป็นครั้งที่ 5 เพื่อขอแก้ไขมติ ครม.ให้ กทม.เป็นผู้ลงทุน

จาก 29 ก.พ.43 ถึง 23 มิ.ย.48 เป็นเวลา 5 ปี ดูเหมือนผู้บริหารรัฐบาลพรรคไทยรักไทยเอาปม "ขี้ปะติ๋ว" มาเป็นเหตุเตะถ่วงโครงการสายสีเขียวไว้ ทั้งๆ ที่ปัญหาคนลงทุนมันทะลุทะลวงได้ ถ้าไม่ห่วงคะแนนความนิยมเกินไป

รัฐบาลกังวลจน "ขี้" ขึ้นสมอง คิดไปว่าขืนปล่อยให้ กทม.ทำสายทางสีเขียว พรรคประชาธิปัตย์จะได้คะแนนนิยมไปคนเดียวเต็มๆ แทนที่จะคิดว่ารัฐบาลสนับสนุนให้ กทม.ทำ หรือร่วมทุนคนละ 50:50 ตามที่ กทม.เสนอ เท่ากับรับคะแนนนิยมไปด้วยกันสองฝ่าย

คนฝั่งธนบุรีและคนสมุทรปราการนับแสนๆ คน รู้สึกมั้ยครับว่า พวกเราเสียประโยชน์จากความคิดบ้องตื้นของผู้บริหารรัฐบาลมานานเกินไปแล้ว

หน้า 8