|
||||||||||||||
|
สัจธรรม ณ
ตันหยงลิมอ "พิราบ" ชนะ
"เหยี่ยว" "ความดี"
ชนะ "ความชั่ว"
วิเคราะห์ มติชนรายวัน วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10060 เหตุสลดจากพฤติกรรมป่าเถื่อนที่บ้านตันหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ได้จุดชนวนความโกรธแค้นเกลียดชังในหมู่ประชาชนคนไทยได้อย่างรวดเร็วยิ่ง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 20 กันยายน ต่อเนื่องมาถึงบ่ายวันที่ 21 กันยายน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีมือสังหารใช้อาวุธปืนยิงใส่ร้านน้ำชาภายในหมู่บ้านตันหยงลิมอ จนเป็นเหตุให้ชาวบ้าน 2 คนเสียชีวิต จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเข้าไปในพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง แต่ก็บังเกิดข่าวลือคอยยุแหย่ชาวบ้านให้เข้าใจว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ ชาวบ้านจึงเริ่มก่อตัวกันขึ้นต่อต้านเจ้าหน้าที่รัฐ จึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ถอนตัว ยกเว้นเรือตรีวินัย นาคะบุตร และจ่าเอกกำธร ทองเอียด ทหารนาวิกโยธิน ซึ่งถูกโทรศัพท์เรียกให้เข้ามาติดกับ กระทั่งถูกชาวบ้านล้อมจับ และถูกฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประชาชนคนในชาตินี้ได้รับรู้มาโดยตลอด จึงไม่แปลกที่เมื่อผลสุดท้ายที่เกิดขึ้น คือการ "ฆ่า" คือการใช้ความรุนแรง พลังประชาชนทั่วทุกสารทิศจึงอยู่ในอาการสุดกั้น ยิ่งเมื่อได้รับทราบข่าวสารว่า เหตุที่ทหารหาญทั้งสองคนเข้าไปในพื้นที่เนื่องจากได้รับโทรศัพท์จากคนในหมู่บ้านให้เข้าไปเคลียร์ปัญหา ยิ่งเมื่อได้รับทราบข่าวสารว่า ทหารหาญทั้งสองคนที่เสียชีวิตนั้น ทำงานในพื้นที่ดังกล่าว และคอยให้ความช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวมาโดยตลอด ยิ่งได้รับทราบข่าวสารโดยสรุปว่า ทหารหาญทั้งสองคนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการยิงร้านน้ำชาในหมู่บ้านตันหยงลิมอแต่อย่างใด ความรู้สึกเห็นใจ เอาใจช่วย และสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐก็เกิดขึ้นอย่างสุดสุด ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นอะไร? หากยังไม่ชัดแจ้งก็คงต้องยกเหตุการณ์ที่ตันหยงลิมอมาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์กรือเซะ หรือเหตุการณ์ที่ตากใบ ซึ่งแม้จะลงท้ายด้วยชัยชนะทางยุทธของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ผลกระทบจากชัยชนะดังกล่าวกลับนำไปสู่ความพ่ายแพ้ทางสังคม ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นอะไร? นอกจากนี้ยังมีท่าทีของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่ล่าสุดออกแถลงการณ์ออกมาประณามพฤติกรรมอันป่าเถื่อนที่เกิดขึ้น ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นอะไร? ประการแรก เหตุการณ์ทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า คนใดใช้ความรุนแรง คนนั้นย่อมพาตัวเองสู่ความพ่ายแพ้ ดังนั้น การปฏิบัติหน้าที่ของ กอ.สส.จชต. และเจ้าหน้าที่ในภาคสนาม ซึ่งยึดแนวนโยบายสันติวิธีในการเข้าเจรจาอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าในที่สุดจะไม่สามารถทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุกลับใจ จนกระทั่งนาวิกโยธิน 2 นายของชาติไทยต้องพลีชีพ แต่ผลแห่งการดำเนินการดังกล่าวก็สร้างความชัดแจ้งให้สังคมรับทราบว่า....ใครถูก และใครผิด.... ประการที่สอง เหตุการณ์ทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า การดำเนินการที่ยึดหลักถูกต้องชอบธรรมจะนำไปสู่การเปิดเผย โปร่งใส และความเปิดเผย-โปร่งใสนี้เองที่จะกลายเป็นโล่สุจริตคุ้มครองกาย อย่าลืมว่า ณ วันนี้ ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีข่าวลือฟุ้งกระจายไปทั่วทุกหัวระแหง เช่น ลือว่านายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์รับงานจากประเทศอื่นเพื่อแยกดินแดน หรือลือว่าฝ่ายรัฐเองนั่นแหละที่เป็นผู้ก่อเหตุร้ายภายในพื้นที่ภาคใต้ และเมื่อใดที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านว่า จะไม่มีการใช้ความรุนแรง จะไม่มีการอุ้มฆ่าชาวบ้าน แต่พอรุ่งขึ้นก็มีข่าวว่า ชาวบ้านคนนั้นหายตัว แกนนำคนนั้นถูกยิงทันที ข่าวลือเหล่านี้แพร่อยู่เต็มพื้นที่ ดังนั้น การกระทำที่โปร่งใสย่อมแก้ไขปัญหาข่าวลือไปได้ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมตอกย้ำให้เห็นพฤติกรรมของ "มือที่สาม" ที่เข้ามา "ใส่ไฟ" ภายในพื้นที่อย่างชัดแจ้ง ประการสุดท้าย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังชี้ให้เห็นว่า ขั้นตอนในการปฏิบัติหลายต่อหลายขั้นตอนนั้นยังมีจุดโหว่ที่จำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไข ไม่เพียงแต่เรือตรีวินัย นาคะบุตร และจ่าเอกกำธร ทองเอียด ทหารหาญ 2 คนนี้เท่านั้นที่พลีชีพ เมื่อปี 2546 ที่ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ส.ต.อ.โสภณ ชลชาลี และ ส.ต.ท.สมคิด เจิมขุนทด ตำรวจชุดมวลชนสัมพันธ์ สังกัด ตชด.พลร่มค่ายนเรศวร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก็พลีชีพในลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวอาจจะสรุปได้ว่า การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่โดยยึดหลักสันติวิธีเป็นแนวทางนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว คงมีเพียงการปฏิบัติบางช่วงบางตอนที่อาจจะต้องมีการปรับปรุงให้ทันสถานการณ์ เพื่อมิให้ "มือที่สาม" อาศัยสถานการณ์ความสับสนเข้าเข่นฆ่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเราได้ น่าสังเกตเป็นอย่างยิ่งว่า เหตุการณ์ที่ตันหยงลิมอเป็นเหตุการณ์ที่คนพูดถึงการสูญเสียของเจ้าหน้าที่รัฐ มากกว่าการเสียชีวิตของชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อกระสุนที่ร้านน้ำชา นี่เป็นเพราะความโปร่งใส สามารถแยกแยะให้เห็นความเป็นมาที่ถูกต้อง นี่เป็นเพราะการปฏิบัติการด้วยสติ เหตุการณ์ที่บ้านตันหยงลิมอ จึงเป็นเหตุการณ์ที่น่าจดจำ เพราะตั้งแต่เหตุการณ์กรือเซะเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ถือได้ว่าเหตุการณ์ที่ตันหยงลิมอ เป็นเหตุการณ์แรกที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่กุมชัยชนะ อย่าลืมว่า การยึดกุมชัยชนะที่แท้จริง มิใช่ยึดกุมที่ดินแดน แต่เป็นการยึดกุมที่จิตใจ หน้า 3
|