หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
อุปสรรคเดิมๆ ที่ผู้ส่งออกต้องเจอ

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น  โดย วิชชุดา จิตจันทร์  มติชนรายวัน วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10057

ระหว่างวันที่ 10-12 กันยายน กรมส่งเสริมการส่งออกได้จัดงาน "Thailand Exhibition" ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ขึ้นเป็นครั้งแรก หลังจากที่ 8-9 ครั้งที่มีการจัดงานดังกล่าวในยูเออี จะมีขึ้นที่เมืองชาร์จาห์มาโดยตลอด

ยูเออี เป็นประเทศสมาชิกของสภาความร่วมมืออ่าวอาระเบียน 6 ประเทศ คือ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต บาห์เรน โอมาน กาตาร์ และยูเออี ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีความมั่งคั่งทางทรัพยากรน้ำมันและก๊าชธรรมชาติ โดยที่ยูเออีเป็นคู่ค้าของไทย ที่มีมูลค่าสูงสุดในกลุ่ม มีกำลังซื้อสูง การผลิตในประเทศมีน้อย ต้องพึ่งการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากต่างประเทศ โดยที่ไทยส่งออกไปยูเออี 29% ขณะที่ส่งออกไปซาอุดีอาระเบีย 16% คูเวต 2.7% โอมาน 1.4% และกาตาร์ 1%

สินค้านำเข้าจากไทยที่สำคัญคือ อะไหล่รถยนต์ ผ้าผืน เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ เสื้อผ้าสำเร็จรูป อัญมณี ท่อเหล็ก คอมพิวเตอร์ เม็ดพลาสติคและรองเท้า โดยปีที่ผ่านมามีมูลค่าการนำเข้าจากไทย 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวขึ้นประมาณ 20% และดูไบเป็นเมืองท่าและเมืองเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ สำหรับการส่งออกสินค้าไทย

โดยเฉพาะในตรมาส 2 ดุลการค้าของไทยยังขาดดุล 5,237 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะการส่งออกขยายตัว 12.4% ขณะที่การนำเข้าขยายตัวถึง 33.7% และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 4,708 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน สำหรับสินค้าไทยที่จะต้องหาตลาดที่มีความต้องการและมีศักยภาพสูง

ยูเออี เป็นประเทศหนึ่งที่มีการค้าเสรีมากที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีกฎหมายและนโยบายที่เอื้ออำนวย ให้มีบรรยากาศการลงทุน มีเขตอุตสาหกรรมพิเศษที่ถูกตั้งอยู่เกือบทุกรัฐ โดยที่แห่งแรกตั้งขึ้นในเมืองดูไบ เรียกว่า เขตการค้าพิเศษจีเบล อาลี ซึ่งจะเป็นเขตปฏิบัติการส่งออกขนาดใหญ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคครบถ้วน รวมถึงท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ ที่นี่จึงเป็นที่ชุมนุมสำหรับนักลงทุนจากประเทศต่างๆ ที่เข้าไปตั้งโรงงาน สำนักงาน และโกดังสินค้า และน่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ส่งออกไทยหรือสินค้าไทยในการไปบุกตลาดที่ดูไบได้

แต่น่าเสียดาย ที่ผู้ประกอบการหรือผู้ส่งออกไทย ยังขาดข้อมูลที่เพียงพอ จึงยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะไปลงทุนหรือส่งสินค้าไปขายที่นั่น และที่สำคัญ การเมืองของเอยูอี หากจะให้เทียบก็เหมือนกับการปกครองสมัยอยุธยาของไทย จะต้องอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับรัฐเป็นสำคัญ ซึ่งความสัมพันธ์ของไทยกับเอยูอี ยังถือว่าน้อยมาก และที่จริงน่าจะอาศัยเวทีนี้ในการเชื่อมสัมพันธ์ แต่ในงานก็ปราศจากเงาของผู้หลักผู้ใหญ่ แม้แต่พิธีเปิดที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะไปร่วมงานด้วย กลับต้องยกเลิก ด้วยภารกิจที่ต้องรับผิดชอบในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่พ่วงด้วย

หากจะบุกตลาดที่เราเองมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับสินค้าไทย รัฐน่าจะเป็นกลไกสำคัญในการให้ข้อมูล และสร้างความสัมพันธ์ เพื่อนำร่องให้กับผู้ส่งออกก่อน ไม่ใช่ส่งผู้ส่งออกไปลุยเดี่ยวเอง

หน้า 20