หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
3 องค์กรผนึกผุด "ศูนย์นิติธรรม" คุ้มครองสิทธิคน 3 จังหวัดใต้

เกาะกระแสการเมือง : กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2548

"รัฐบาลปัจจุบัน ยังไม่สามารถนำความปลอดภัย มาสู่ประชาชนได้ แต่อย่างน้อย ต้องให้ประชาชนมีความพึงพอใจ เชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมของเมืองไทยนั้น เป็นกระบวนการที่มีความเสมอภาค"

3 หน่วยงาน ประกอบด้วย คณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) โดย นายอานันท์ ปันยารชุน ประธาน กอส. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายเสน่ห์ จามริก ประธาน กสม. และสภาทนายความ โดย นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ ได้ร่วมลงนามในบันทึกความตกลงจัดตั้ง "ศูนย์นิติธรรมสมานฉันท์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้" วานนี้ (19 ก.ย.) ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับศูนย์ดังกล่าวจะใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นที่ตั้ง โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เสริมสร้างความสำคัญที่จะต้องสร้างการเรียนรู้ สร้างความเข้าใจพื้นฐานที่ถูกต้องและจำเป็นเกี่ยวกับปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กับสังคมไทยทุกหมู่เหล่า โดยไม่จำกัดเพศ อายุ วัย และอาชีพ

2.กำหนดวิธีดำเนินการและมาตรฐานการส่งเสริมและปกป้อง คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามรัฐธรรมนูญ 3.ส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างยั่งยืน และ 4.ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาประยุกต์วิชาการให้เป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือสังคม

ในโอกาสนี้ นายอานันท์ ชี้แจงถึงการก่อตั้งศูนย์ดังกล่าวว่า จากที่ได้ปรึกษาหารือร่วมกัน 2 เดือนที่ผ่านมาว่าจะทำอย่างไร ที่จะช่วยทำให้กระบวนการยุติธรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ เกิดความสมบูรณ์มากกว่าที่ปรากฏในทางทฤษฎี และไม่มีการตรวจสอบ จึงได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นหน่วยงานปฏิบัติในพื้นที่ที่จะให้ประชาชนได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน

ที่สำคัญคือ สามารถสอดส่องดูแลให้ลึกซึ้งมากกว่าหน่วยราชการ หรือหน่วยอื่น เป็นการตรวจสอบ และคานอำนาจซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นหลักการของการปกครองบ้านเมืองที่ดี ทั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างงานของรัฐบาลในด้านปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าในอดีต

ทั้ง 3 องค์กรที่ลงนามต่างมีความหวังว่าจะได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากรัฐบาลเพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่สมบูรณ์ และเป็นการทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่โดยตรง

กอส.ต้องการให้ประชาชนรู้สึกว่าถึงแม้เหตุการณ์ประจำวันใน 3 จังหวัดภาคใต้ยังคงหนักหน่วง และรัฐบาลปัจจุบันยังไม่สามารถนำความปลอดภัยมาสู่ประชาชนได้ แต่อย่างน้อยต้องให้ประชาชนมีความพึงพอใจ เชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมของเมืองไทยนั้นเป็นกระบวนการที่มีความเสมอภาค ยึดหลักของความเป็นธรรม ตั้งแต่การจับกุม กักขัง การสอบสวน สืบสวน การนำคดีขึ้นสู่ศาล ซึ่งที่ผ่านมาเป็นที่ยอมรับว่ากระบวนการนี้ไม่ได้ทำงานโดยสมบูรณ์ และไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับประชาชน

"ในระยะ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทาง กอส. ได้มีข้อเสนอต่างๆ ไปยังรัฐบาล ที่จะทำให้กระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ได้รับการยอมรับจากประชาชน และจากหน่วยราชการเองว่าสมบูรณ์มากกว่าในอดีต นำความเป็นธรรมไปสู่ประชาชนอย่างแท้จริง แต่ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เราสร้างเป็นหลักการ เป็นทฤษฎีนั้น ผลสุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับการปฏิบัติมากกว่า และในการรักษาความเป็นธรรมนั้น ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ใช่ปล่อยให้รัฐบาลทำอย่างเดียว เป็นหน้าที่ของสังคมไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งหน่วยงานในพื้นที่จะต้องเอาใจใส่ดูแล" นายอานันท์ กล่าว

นายเดชอุดม กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์นี้ถือเป็นโครงการนำร่องช่วยประชาชนที่ด้อยโอกาส ให้ได้รับการคุ้มครอง ในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายที่สอดคล้องกับหลักนิติธรรม มีความสามารถในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม สามารถป้องกันตัวเอง ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และได้รับการปฏิบัติที่ถูกต้องจากเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรฐานที่ประชาชนคาดหมายได้

"วันนี้ประเทศไทยไม่ได้ดำเนินการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐาน ทัดเทียมกับอารยประเทศ ปัจจุบันเรายังถูกเฝ้ามองอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะการดำเนินการของรัฐบาลในการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การเปิดศูนย์แห่งนี้เปรียบเสมือนการจัดร้านสะดวกซื้อหรือสะดวกบริการ เป็นกองคาราวาน หน่วยเคลื่อนที่เร็วให้ประชาชนใน 3 จังหวัดภาคใต้ปลอดภัยมากขึ้น ใครถูกจับเรามีทนายความออกรถไปช่วยเลย อย่างน้อยญาติพี่น้องต้องรู้ว่าถูกจับไปที่ไหน ซึ่งไม่มีเคยมีมาก่อนในเมืองไทย"

นอกจากนี้ สภาทนายความจะเปิดสาขาที่สภานักกฎหมายมุสลิม ซึ่งมีอยู่ทุกจังหวัดให้ประชาชนทุกคน เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม สะดวกมากกว่าเดิม ขณะที่รัฐบาลตั้ง 13-14 ศูนย์เพื่อเชิญประชาชนที่กลับใจ รัฐบาลใช้คำว่าเรียกมาพูดคุยกัน ถามว่าคุยกันทุกแห่งนั้นส่งตัวเขากลับหรือไม่ และจะคุยกันกี่ชั่วโมง ในฐานะอะไร รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่าเชิญมาเพื่ออะไร แต่ต้องไม่ใช่การทำสถิติ มีคนมอบตัวจริงหรือไม่ และมอบตัวจากแรงกดดันอะไรหรือไม่