|
||||||||||||||
|
ไอเอ็มเอฟ
เตือนโอเปค 5
ปีขาดน้ำมันสำรอง
กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2548 ไอเอ็มเอฟเตรียมออกรายงานเตือนโอเปคขาดศักยภาพในการผลิตน้ำมันสำรองในอีก 5 ปีข้างหน้า เหตุทุ่มงบลงทุนในภาคการผลิตและการกลั่นน้ำมันน้อยเกินไป ระบุ ความต้องการในจีน และสหรัฐจำกัดความสามารถในการลดแรงกดดันราคาน้ำมัน ด้าน "กันตธีร์" เสนอจัดประชุมระดับรัฐมนตรีพลังงานชาติสมาชิกเอซีดี หารือแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง ลอนดอน - หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานเมื่อวานนี้ (19 ก.ย.) ว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เตรียมออกรายงานเรื่อง "แนวโน้มเศรษฐกิจโลก" ซึ่งจะมีคำเตือนเกี่ยวกับขีดความสามารถในการผลิตน้ำมันสำรองของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ในระยะ 5 ปีข้างหน้า ร่างรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกของไอเอ็มเอฟที่จะตีพิมพ์ในไฟแนนเชียล ไทมส์ ระบุว่า เมื่อพิจารณาจากแผนการลงทุนในปัจจุบันแล้ว กำลังการผลิตของโอเปคอาจไม่สามารถขยายตัวมากพอที่จะอยู่ในระดับเหนือกว่าการขยายตัวด้านการบริโภคในอนาคต และจะไม่สามารถสร้างกำลังการผลิตสำรองที่เพียงพอ นอกจากนี้ ร่างรายงานของไอเอ็มเอฟยังระบุว่า อุปสงค์น้ำมันในระดับสูงของจีน และสหรัฐจะจำกัดความสามารถของโอเปค ในการลดแรงกดดันราคาน้ำมันต่ำลง และเตือนว่า สถานการณ์น้ำมันในอีก 5 ปี จะยังไม่ฟื้นตัวขึ้นแม้โอเปคเริ่มกระตุ้นการผลิตก็ตาม อีกทั้งยังตำหนิบริษัทน้ำมันระหว่างประเทศที่มีมุมมองเชิงอนุรักษ์มากเกินไปในการประเมินความเสี่ยง เมื่อบริษัทเหล่านี้ตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการลงทุนใหม่ๆ "โอเปคบริษัทน้ำมันระหว่างประเทศลงทุนด้านการผลิตและการกลั่น น้อยเกินกว่าที่จะสามารถทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้ในอีก 5 ปีข้างหน้าได้" ร่างรายงานไอเอ็มเอฟ ระบุ ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น 68 เซนต์ ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าส่งมอบเดือน ต.ค. ที่ตลาดสิงคโปร์ ดีดตัวขึ้น 68 เซนต์ อยู่ที่ระดับ 63.68 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อวานนี้ (19 ก.ย.) ท่ามกลางความวิตกว่า พายุรุนแรงจากบาฮามาสอาจพัดถล่มชายฝั่งสหรัฐแบบเดียวกับเฮอร์ริเคนแคทรินา ขณะที่ผู้พยากรณ์อากาศกล่าวก่อนหน้านี้ว่า พายุลูกดังกล่าวไม่ได้บ่ายหน้าไปยังในทิศทางที่วิตกกัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกทะยานขึ้นมาอยู่ที่ 70.85 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากเฮอร์ริเคนแคทรินาพัดถล่มอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐ ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญในการผลิตน้ำมันดิบ พายุลูกนี้ทำให้ต้องมีการอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากแท่นขุดเจาะน้ำมันกว่า 700 แห่ง โรงกลั่นหลายแห่งต้องปิดทำการหรือลดกำลังผลิต ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ในการประชุมรัฐมนตรีน้ำมันโอเปคที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย วันอังคารนี้ ( 20 ก.ย.) ที่ประชุมมีแนวโน้มเห็นพ้องเพิ่มเพดานการผลิตน้ำมันอีกวันละ 500,000 บาร์เรล จากเดิม 28 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ตัวแทนโอเปค และนักวิเคราะห์กล่าวตรงกันว่า ตลาดมีปริมาณน้ำมันดิบเพียงพออยู่แล้ว ปัญหาแท้จริงอยู่ที่ผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่น ชีคอาเหม็ด ฟาฮัด อัล อาเหม็ด อัล ซาบาห์ รัฐมนตรีน้ำมันคูเวต ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานโอเปค กล่าวว่า โอเปคอาจต้องเพิ่มเพดานผลิตอีกก่อนสิ้นปีนี้ เมื่อโรงกลั่นน้ำมันสหรัฐฟื้นตัว และซีกโลกเหนือย่างเข้าสู่ฤดูหนาว โอเปคขัดแย้งขยายเพดานผลิตรายวัน อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีโอเปคหลายรายลังเลที่จะสนับสนุนการเพิ่มเพดานการผลิต ในเมื่อขณะนี้กำลังการกลั่นน้ำมันของโลกเต็มศักยภาพแล้ว และไม่สามารถแปรรูปน้ำมันดิบเพิ่มได้อีก นายอาลี ไนมี รัฐมนตรีน้ำมันซาอุดีอาระเบีย สมาชิกโอเปคที่มีความสามารถเพิ่มการผลิตมากที่สุด แม้สนับสนุนการเพิ่มเพดานผลิต แต่ก็กล่าวว่าไม่เห็นความต้องการน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น ขณะที่นายราฟาเอล รามิเรซ รัฐมนตรีน้ำมันเวเนซุเอลา กล่าวว่า เวเนซุเอลาไม่ได้ต่อต้านการเพิ่มเพดานผลิตของโอเปค แต่เห็นว่าปัญหาใหญ่อยู่ที่ความสามารถในการกลั่น สืบเนื่องจากความเสียหายจากเฮอร์ริเคนแคทรินา การปรับเพิ่มเพดานผลิตของโอเปคก่อนหน้านี้ช่วยผ่อนคลายความวิตกในตลาดเพียงเล็กน้อย และส่วนใหญ่เห็นว่าไม่มีความหมาย เนื่องจากเป็นระดับใกล้เคียงการผลิตที่แท้จริงอยู่แล้ว รายงานข่าวบางกระแสชี้ว่า โอเปคมีแนวโน้มที่จะยังไม่ดำเนินการในทันทีเพื่ออัดฉีดน้ำมันเพิ่มในตลาด ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับประเทศผู้บริโภค ที่หวังว่ากลุ่มผู้ผลิตน้ำมันจะสามารถดำเนินการได้มากขึ้นเพื่อลดต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง "ผมไม่สนับสนุนการเพิ่มโควตา เพราะไม่มีปัญหาด้านอุปทานน้ำมัน แต่ปัญหาอยู่ที่กำลังการกลั่นที่ไม่เพียงพอ" นายฟาธี โอมาร์ บิน ชัตวัน รัฐมนตรีพลังงานลิเบีย กล่าว ส่วนรัฐมนตรีน้ำมันคูเวต กล่าวว่า รัฐมนตรีบางรายเห็นชอบต่อข้อเสนอที่จะไม่เปลี่ยนแปลงปริมาณการผลิตในขณะนี้ แต่สัญญาว่าจะระบายน้ำมันจากกำลังการผลิตสำรองจำนวน 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากตลาดมีความต้องการ ไทยเสนอประชุมรัฐมนตรีพลังงานเอซีดี ระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 60 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายกันตธีร์ ศุภมงคล รมว.ต่างประเทศ แถลงหลังเป็นประธานการหารือรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือเอเชีย (เอซีดี) ที่อาคารสหประชาชาติ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาความร่วมมือด้านต่างๆ โดยเน้นปัญหาพลังงาน ซึ่งฝ่ายไทยเสนอให้จัดประชุมระดับรัฐมนตรีพลังงาน พร้อมให้ประเทศสมาชิกผู้ผลิตน้ำมัน กับประเทศผู้บริโภคน้ำมันร่วมมือกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้มากขึ้น รวมถึงวางยุทธศาสตร์ร่วมกัน พร้อมขอให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันช่วยปกป้องผลประโยชน์ของประเทศสมาชิกเอซีดีในโอเปค และยังมีการหารือถึงเรื่องการหาพลังงานทดแทน รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ที่ประชุมยังหารือถึงความคืบหน้าเรื่องเอเชียบอนด์ ซึ่งหลายประเทศต้องการเห็นความก้าวหน้า ไทยจึงเสนอให้มีการประชุมระหว่าง รมว.คลัง กับผู้ว่าการธนาคารชาติของทุกประเทศ ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบ ขั้นตอนต่อไปแต่ละประเทศจะประสานกับ รมว.คลัง โดยไทยยินดีเป็นผู้จัดการประชุม
|