|
||||||||||||||
|
แนวโน้ม HR
Outsourcing
กับอนาคตของนักบริหารทรัพยากรบุคคล
บทความ โดย ปิยวัฒน์ แก้วกัณฑรัตน์ Piyawat@thaihrm.com บริษัทไทย เอชอาร์เอ็ม เอาท์ซอสซิ่ง จำกัด ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3723 (2923) ในช่วงเวลานี้คงจะไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินศัพท์คำว่า outsourcing โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการคอมพิวเตอร์ เช่น ธนาคารขนาดใหญ่ของไทยได้โอนงานด้านคอมพิวเตอร์ทั้งหมดไปให้บริษัทไอบีเอ็มเป็นผู้ดำเนินการแทน ซึ่งหมายถึงการที่ธนาคารไม่มีฝ่ายคอมพิวเตอร์ภายในธนาคาร แต่ใช้บริการจากบริษัทไอบีเอ็มที่เข้ามาให้บริการ เรื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดแก่ธนาคารนั่นเอง การ outsourcing เป็นแนวโน้มที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากในปัจจุบันองค์กรต่างๆ ได้เริ่มมุ่งเน้นและทุ่มเททรัพยากรที่ภารกิจหลักของตนเอง ดังนั้นงานต่างๆ ที่ไม่จำเป็นต้องบริหารเองจึงถูกส่งมอบให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาทำแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้านสนับ สนุนต่างๆ ภายในองค์กร เช่น การทำความสะอาด การขนส่ง การจัดทำบัญชี การดูแลระบบคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ในส่วนของงานด้านบริหารทรัพยากรบุคคล สิ่งที่พวกเราคุ้นเคยกันดีในเรื่องการ outsourcing คือการรับจัดทำ payroll, การรับสรรหาผู้สมัคร (recruitment agency) ซึ่งหลายองค์กรก็ได้ใช้บริการอยู่เป็นประจำ แต่ถ้าเราได้ติดตามแนวโน้มดังกล่าวมาเรื่อยๆ เราจะพบว่าในต่างประเทศได้มีการ outsource งานด้านบริหารทรัพยากรบุคคลทั้งระบบกันแล้ว ซึ่งท่านสามารถศึกษารูปแบบของบริการดังกล่าวได้จาก http://www.outsourcing-hr.com/ สำหรับรูปแบบของการ outsourcing งาน HR ณ ปัจจุบัน ผู้เขียนสามารถสรุปรูปแบบได้ดังนี้ 1.การ outsource งานเฉพาะด้าน เช่น การทำ payroll, การสรรหาพนักงานเฉพาะตำแหน่งที่หายาก (ยังคงมีเจ้าหน้าที่และผู้จัดการแผนกบุคคลทำงานประจำ) 2.การ outsource งานธุรการ-บุคคลทั้งหมดให้หน่วยงานภายนอก โดยที่หน่วยงานที่รับ outsource จะส่งพนักงานเข้ามาทำงานดังกล่าวให้ภายในบริษัทเป็นครั้งๆ ไป (จะไม่มีเจ้าหน้าที่ธุรการ-บุคคลประจำฝ่ายบุคคล แต่จะมีเฉพาะผู้จัดการแผนกบุคคล) 3.การ outsource งานระดับกลยุทธ์ HR โดยหน่วยงานที่รับ outsource จะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาจัดทำระบบ และประชุมร่วมกับฝ่ายบริหารเพื่อวางแผนด้าน HR เป็นครั้งๆ ไป (จะไม่มีผู้จัดการแผนกบุคคลประจำฝ่ายบุคคล แต่จะมีเฉพาะเจ้าหน้าที่ประสานงาน) 4.การ outsource งานธุรการ-บุคคลทั้งหมดให้หน่วยงานภายนอก โดยที่หน่วยงานที่รับ outsource จะเข้ามาติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ ที่สามารถให้บริการต่างๆ แบบออนไลน์ภายในบริษัท (intranet) แก่พนักงานได้ เช่น การลา การขอเบิกสวัสดิการต่างๆ (จะไม่มีเจ้าหน้าที่ธุรการ-บุคคลประจำฝ่ายบุคคล แต่จะมีเฉพาะผู้จัดการแผนกบุคคล) 5.การ outsource งานธุรการ-บุคคลทั้งหมดให้หน่วยงานภายนอก โดยที่หน่วยงานที่รับ outsource จะเข้ามาติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถให้บริการต่างๆ แบบออนไลน์ แต่ระบบคอมพิวเตอร์จะติดตั้งอยู่ที่หน่วยงานที่ให้บริการ outsource (เป็นการเชื่อมต่อผ่านเครื่อข่าย internet) แก่พนักงานได้ เช่น การลา การขอเบิกสวัสดิการต่างๆ (จะไม่มีเจ้าหน้าที่ธุรการ-บุคคลประจำฝ่ายบุคคล แต่จะมีเฉพาะผู้จัดการแผนกบุคคล) จะเห็นได้ว่าพัฒนาการและรูปแบบของการ outsource งานด้าน HR ดังกล่าวข้างต้นจะมีความหลากหลายและแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของบริษัทต่างๆ ว่าต้องการ outsource แค่ไหน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณ กระบวนการทำงานภายใน ความพร้อมของบุคลากรของแต่ละองค์กร จากแนวโน้มดังกล่าวข้างต้น หลายท่านที่ทำงานด้านบุคคลอาจจะเริ่มกังวลถึงอนาคตของงานที่ตนเองรับผิดชอบแล้ว ว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งจากพัฒนาการที่เกิดขึ้นจริงๆ จะเห็นว่างานของแผนกบุคคลที่เป็นงานธุรการต่างๆ ที่ต้องใช้เอกสาร แบบฟอร์ม เช่น การลา การบันทึกเวลาทำงาน การเบิกจ่ายเงินค่าสวัสดิการ เป็นต้น จะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นรูปแบบที่เขาเรียกว่า web base HRM ซึ่งจะทำให้งานตรงนี้หายไป คำถามคือแล้วพนักงานที่เคยทำงานตรงนี้จะทำอะไร ซึ่งคำตอบก็ชัดเจนอยู่ในตัวเองแล้ว ก็คงเหมือนกับงานหน้าเคาน์เตอร์ของธนาคาร ซึ่งปัจจุบันถูกทดแทนด้วยเครื่อง ATM นั่นเอง สำหรับบทบาทของวิชาชีพ HR ที่จะต้องเปลี่ยนไป อาจสรุปได้ดังนี้ 1. เจ้าหน้าที่บุคคลจะถูกเปลี่ยนบทบาทจากงานบริหารกระบวนการต่างๆ เป็นที่ปรึกษาภายในองค์กร 2.เจ้าหน้าที่บุคคลที่เคยทำงานประจำบริษัทต่างๆ จะถูกย้ายไปทำงานให้กับบริษัทผู้ให้บริการ outsourcing เนื่องจากเป็นผู้ที่รู้กระบวนการ HR ต่างๆ ดี ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ด้าน HR ให้กับบริษัทต่างๆ ได้ 3.ผู้บริหารงานบุคคลจะต้องทำงานในระดับกลยุทธ์มากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทีมบริหารที่ต้องวางกลยุทธ์การบริหารทุนมนุษย์ให้สอดรับกับเป้าหมายขององค์กร โดยสรุปวิชาชีพการบริหารงานบุคคลในอนาคตจะถูกปรับเปลี่ยนไปจากเดิม จากที่ต้องดูแลงานประจำต่างๆ เป็นงานที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญในฐานะนักกลยุทธ์และที่ปรึกษา นักบริหารงานบุคคลจะต้องเข้าใจธุรกิจ การตลาด การเงิน จิตวิทยา ติดตามข่าวสารรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงต่างๆ และเป็นนักพัฒนาเปลี่ยนแปลงองค์กร (change agent) ที่เป็นที่ยอมรับของทุกคนในองค์กร งานที่เคยอยู่บนแบบฟอร์มต่างๆ จะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี internet ที่สามารถให้บริการต่างๆ แก่พนักงานได้ภายในพริบตา ซึ่งภาพเหล่านี้จะเกิดขึ้นแน่นอนภายในระยะเวลาไม่นานต่อจากนี้ไป ดังนั้นคำถามที่ท้าทายต่ออนาคตของนักวิชาชีพ HR คือ วันนี้ท่านเตรียมตัวพร้อมที่จะรับผิดชอบ ในบทบาทใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือยัง หน้า 6
|