หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
ก้องเกียรติเชื่อการเทคโอเวอร์ธุรกิจเพิ่มขึ้น หลังโพสต์-มติชน ถูกแกรมมี่เข้าซื้อหุ้น

กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2548

"ก้องเกียรติ"ชี้การเทคโอเวอร์ลักษณะเดียวโพสต์-มติชน มาแรง เพราะต้นทุนต่ำ ขณะที่นักกฎหมายมองการเทคโอเวอร์แบบไม่เป็นมิตร ส่วนนักหนังสือพิมพ์หวั่นนโยบายการบริหารเอื้อกลุ่มทุน

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุน กล่าวถึงการที่บริษัทจีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อหุ้นของบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และบริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) จากผู้ถือหุ้นเดิมว่า ถือเป็นการต่อยอดทางธุรกิจ ซึ่งยังต้องใช้เวลาในการประเมินว่า การเข้าเทคโอเวอร์ดังกล่าวจะประสบความสำเร็จหรือไม่

เพราะที่ผ่านมาเคยมีการเทคโอเวอร์ทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีธุรกิจอีกหลายประเภทที่เข้าข่ายว่าจะถูกเทคโอเวอร์ เนื่องจากขณะนี้ต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับต่ำ และยังมีธุรกิจอีกหลายประเภทที่มีอัตราการเติบโตสูง และราคาหุ้นยังถูก ดังนั้น การเข้ามาเทคโอเวอร์บริษัทที่มีศักยภาพทั้งทางด้านบุคลากรและการบริหาร จึงเป็นวิธีที่ต่างประเทศนิยมทำ และคาดว่าจะเห็นมากขึ้นในประเทศต่อจากนี้

นายกิตติพงศ์ อุระพีพัฒนพงศ์ กรรมการบริษัทเบเคอร์ แอนด์ แมคเคนซี่ กล่าวว่า การที่บริษัทจีเอ็มเอ็ม มีเดีย เข้าซื้อหุ้นมติชน และโพสต์ พับลิชชิง ถือเป็นการเทคโอเวอร์อย่างหนึ่ง เพียงแต่ยังไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นข้างมากเท่านั้น แต่ก็เชื่อว่าผู้บริหารของทั้ง 3 ฝ่าย น่าจะมีการหารือในรายละเอียดกันมาแล้วก่อนหน้านี้ เพราะการเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 32.23 และร้อยละ 26 ตามลำดับ คงเป็นไปได้ที่ผู้ถือหุ้นจะไม่ทราบเรื่องมาก่อน

" หากผู้บริหารของมติชน และโพสต์ ไม่ทราบเรื่อง ก็จะกลายเป็นการเทคโอเวอร์แบบไม่เป็นมิตร ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาตามมาเหมือนในอดีตที่เคยเกิดขึ้นในหลายกรณี" นายกิตติพงศ์ กล่าว

นายกิตติพงศ์ กล่าวว่าการขยายขอบเขตธุรกิจของแกรมมี่ไปสู่ธุรกิจสิ่งพิมพ์ หากเปรียบเทียบกับในต่างประเทศ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะจะทำให้แกรมมี่มีเครือข่ายธุรกิจครบวงจร คือ มีหนังสือพิมพ์ในสังกัดถึง 5 ฉบับ โดยการใช้เงินเพียง 2,600 ล้านบาทเท่านั้น ขณะเดียวกันสามารถใช้สื่อสิ่งพิมพ์ทำการประชาสัมพันธ์และโฆษณากิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทได้ โดยสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"ถ้าดูผลประกอบการของแกรมมี่ย้อนหลัง 6 เดือน จะพบว่าดีกว่าทั้งโพสต์และมติชน ซึ่งการเทคโอเวอร์ในครั้งนี้ น่าจะทำให้ผลประกอบการของแกรมมี่ดีขึ้น เพราะไม่ต้องเสียงบประมาณด้านโฆษณาและประชาสัมพันธ์ สามารถใช้พื้นที่สื่อหนังสือพิมพ์รายวันที่มีชื่อเสียงทั้งสองฉบับ ทำการโฆษณาได้" นายกิตติพงศ์ กล่าว

ส่วนการขอซื้อหุ้นมติชนคืนจากผู้ถือหุ้นรายย่อยนั้น นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า ผู้ถือหุ้นรายย่อยต้องศึกษาข้อมูลและตัดสินใจว่าจะขายหุ้นให้กับฝ่ายแกรมมี่หรือไม่ โดยหากเห็นว่าผลประกอบการของมติชนจะดีขึ้น ก็สามารถตัดสินใจถือหุ้นต่อไปได้

ด้านนายภัทร คำพิทักษ์ อุปนายกสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่น่าวิตกคือ เรื่องนโยบายการบริหารงาน ว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พิสูจน์แล้วว่า สามารถรักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชนได้ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารชุดใหม่ จึงจะต้องพิสูจน์ว่าจะรักษาผลประโยชน์ของประชาชนต่อไปหรือไม่ เนื่องจากการบริหารโดยกลุ่มทุนจะเน้นการรักษาผลกำไรของบริษัทเป็นหลัก