หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
แปลงสินทรัพย์เป็นทุน กับการขยายผลสู่เป้าหมาย

คอลัมน์ คลื่นความคิด  ธวัชชัย เพ็งพินิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์หนองคาย  มติชรายวัน วันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10048

สำนักงานบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน(องค์การมหาชน) ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ในการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งประเภทสินทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการมี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. สินทรัพย์ที่เป็นของรัฐ แต่มอบให้ประชาชนครอบครองหรือใช้ประโยชน์โดยมีเงื่อนไขบังคับไว้ อันได้แก่

1.1 ที่ดินและทรัพย์ติดกับที่ดิน

1.2 สัญญาเช่าหรือเช่าซื้อ

1.3 หนังสืออนุญาตให้ใช้ที่สาธารณะและหนังสือรับรองอื่นๆ

2. สินทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนประกอบด้วย

2.1 ทรัพย์สินทางปัญญา

2.2 เครื่องจักร

(ผู้สนใจรายละเอียดสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.plangsinsap.or.th)

ทั้งนี้ หากถอดบทเรียนจากการดำเนินโครงการสร้างเครือข่ายวิทยากรแปลงสินทรัพย์เป็นทุนที่ผ่านมา ผู้เขียนเห็นว่าน่าจะมีการขยายผล ต่อยอดจากสิ่งที่ดำเนินการไปแล้วในหลายลักษณะ ดังต่อไปนี้

1) เน้นสร้างเครือข่าย(Network) ในระดับตำบลหรือชุมชน โดยมีศูนย์ประสานงานที่องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) หรือหน่วยงานในระดับชุมชนที่เป็นรูปธรรม โดยถือเป็น Nodes ของศูนย์ประสานงานและบริการข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้ อาจจะนำร่องจากชุมชนที่มีความพร้อมก่อน

2) ปัญหาที่สำคัญคือ การเขียนโครงการ ซึ่งความสามารถของชุมชนรากหญ้าจะเน้นที่การปฏิบัติมากกว่าการเขียนเอกสาร ถือเป็นเรื่องยากที่จะให้กลุ่มเป้าหมายเขียนโครงการได้ดี แม้จะมีการอบรมให้ความรู้ก็ตาม ดังนั้น จะต้องให้ความสำคัญที่ "ความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง" มากกว่าการพิจารณาที่ตัวหนังสือ ทั้งนี้ รวมถึงช่วงของการประเมินผลที่ควรเน้นผลสัมฤทธิ์มากกว่าขั้นตอนการดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้

3) เน้นการต่อยอดทุนทางสังคม(Social Capital) เช่น กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเกษตรกร สินค้า OTOP หรือกิจกรรมที่สนับสนุนตามนโยบายของรัฐ เป็นต้น

4) มหาวิทยาลัยราชภัฏที่เป็นศูนย์ประสานงานและบริการข้อมูลข่าวสาร ควรมีการวิจัย และพัฒนานำร่องเพื่อค้นหารูปแบบ (Model) ที่เหมาะสมในพื้นที่รับผิดชอบอย่างน้อยพื้นที่ละ 1 โครงการ โดยการถอดแบบจากกลุ่มที่เป็น Best Practice ไม่ต่ำกว่าพื้นที่ละ 3 กลุ่ม และ/หรืออาจจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดผลในทางปฏิบัติในแต่ละพื้นที่แล้วพัฒนาจนมีลักษณะเป็น Success Case พร้อมกับถอดองค์ความรู้เหล่านั้นมาขยายผลพัฒนาใช้ให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่อื่นๆ

5) ควรส่งเสริมให้เกิดการวิจัยท้องถิ่นหรือการวิจัยแบบชาวบ้าน ที่มุ่งเน้นความสำเร็จมากกว่าเอกสารทางวิชาการ ภายใต้แนวคิดการวิจัยเชิงปฏิบัติแบบส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ที่ชาวบ้านเป็นเจ้าของงานทุกขั้นตอน แล้วนำมาเป็นฐานปฏิบัติแก่พื้นที่อื่นในลักษณะของการศึกษาดูงาน การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยเจ้าหน้าที่รัฐคอยอำนวยการ (Facilitator) อย่างใกล้ชิด

6) ศูนย์ประสานงาน เจ้าภาพ ผู้รับผิดชอบ และสถาบันการเงิน ไม่ควรนั่งรอให้ชุมชนรากหญ้าเข้ามาหา หากแต่ควรเป็นผู้เข้าหากลุ่มเป้าหมาย โดยให้ถือว่าเป็น "ลูกค้า" ที่สำคัญ มีกระบวนการแลกเปลี่ยนกันตลอดเวลา พร้อมประเมินผลเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

แนวคิดและเจตนารมณ์ของโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน โดยเนื้อแท้เป็นเรื่องที่ดีต่อชุมชนรากหญ้า ดังคำขวัญที่ว่า "โอกาสถึงบ้าน เป็นสะพานสู่ทุน" ขอเพียงทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเอาจริงในทางปฏิบัติเท่านั้น

หน้า 20