หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในการพัฒนาประเทศ (1)

หน้าต่างความคิด : นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม   กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 09 กันยายน พ.ศ. 2548

ในสภาวะปัจจุบันของโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สภาพแวดล้อม และเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น มีผลกระทบทั้งในทางบวกและทางลบกับการดำเนินชีวิตของคนในโลก โดยเฉพาะกับประเทศที่กำลังพัฒนา ผลกระทบที่ควรให้ความสนใจ คือ ผลกระทบทางด้านลบ เช่น ด้านเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นรวดเร็ว ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าต่างๆ ที่จะต้องเพิ่มขึ้น

คนที่มีรายได้น้อยก็จะเดือดร้อนมากขึ้น ด้านสังคม มีการก่อการร้าย การรุกรานและก่อความไม่สงบ ทำให้ผู้คนหวาดกลัว การดำเนินชีวิตไม่เป็นไปตามปกติ ขาดความมั่นใจในความปลอดภัย คนที่ก่อการร้ายมีจิตใจที่โหดร้ายทารุณมากขึ้น แสดงถึงสภาพของจิตใจที่แข็งกระด้าง ขาดความเมตตากรุณามากขึ้นของคนบางประเภท ที่ชอบใช้ความรุนแรงในการสร้างปัญหาและแก้ปัญหาในสังคมโลก ด้านสภาพแวดล้อม เกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้น

สาเหตุหนึ่งอาจมาจากสภาวะโลกร้อนที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ในการเบียดเบียนธรรมชาติ ทำลายป่าไม้ ทำอุตสาหกรรมหรือกิจกรรมที่ปล่อยมลพิษทำลายชั้นบรรยากาศที่คุ้มครองโลกอยู่ ทำให้เสียความสมดุลในสภาพแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลกลายเป็นภัยพิบัติต่อมนุษย์มากยิ่งขึ้น

ด้านเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนแปลง ทำให้มนุษย์มีความสะดวกสบายมากขึ้น หากนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างสรรค์ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่หากนำมาใช้ในทางทำลาย ฟุ้งเฟ้อ เอารัดเอาเปรียบ ขาดจริยธรรม ก็ทำให้สังคมเสื่อมลงไปได้

ประเทศที่ไม่สามารถผลิตเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าได้เอง ต้องมีการพึ่งพาจากภายนอกมากเกินไป ย่อมเสียเปรียบ หากไม่รู้จักนำมาใช้อย่างเหมาะสมพอประมาณ และรู้เท่าทัน ดังนั้น การพัฒนาประเทศที่มีความมุ่งมั่นให้คนส่วนใหญ่ "อยู่ดีมีสุข" ซึ่งเป็นการพัฒนาสู่ความยั่งยืน มีการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพมากขึ้น จำเป็นจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประเทศ และคนในประเทศมีความเข้มแข็ง รองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกให้ได้มากที่สุด

การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีเป็นการลดความเสี่ยง จะเป็นเกราะป้องกันและบรรเทาผลกระทบให้เราอยู่รอดปลอดภัยได้ การสร้างภูมิคุ้มกันมีเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งกับการพัฒนาประเทศโดยรวมและการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคล ที่จะส่งผลดีต่อตนเองและต่อสังคมโดยรวม เรื่องที่เกี่ยวข้องที่เห็นว่ามีความสำคัญควรจะหยิบยกมากล่าวเป็นข้อคิด ในสภาวะปัจจุบัน มีดังต่อไปนี้

1. เพิ่มการพึ่งพาตนเองให้มากขึ้น การดำเนินชีวิตในปัจจุบันเกี่ยวข้องและพึ่งพาปัจจัยที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศอยู่พอสมควร อย่างเช่นน้ำมันที่ต้องนำเข้าเป็นปัจจัยสำคัญในการขนส่ง การผลิต สาธารณูปโภค และการผลิตอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของเราอยู่ทุกวัน ปัจจุบันราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะมีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต และการขนส่งเป็นอย่างมาก การหาพลังงานทดแทนน้ำมันนำเข้าเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง และต้องทำกันอย่างจริงจังเร่งด่วน โดยเฉพาะการส่งเสริมสนับสนุนให้ผลิตน้ำมันจากวัตถุดิบภายในประเทศ ซึ่งขณะนี้ ต้นทุนการผลิตน้ำมันภายในประเทศ อาจจะถูกกว่าราคาน้ำมันซึ่งต้องนำเข้าแล้ว

อย่างไรก็ตาม เราคงผลิตทดแทนการนำเข้าทั้งหมดไม่ได้ แต่ควรต้องทำเพื่อให้มีทางเลือกและพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด การส่งเสริมให้มีการผลิตในประเทศ เป็นสินค้าที่ไทยทำเองเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็น จะทำให้มีนวัตกรรมเกิดขึ้น ทำให้คิดเอง ทำเองได้ ไม่ใช่เป็นประเทศที่เป็นผู้บริโภคอย่างเดียว แต่สินค้าที่เราทำเองควรให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่ดี เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและทดแทนสินค้าที่ต้องพึ่งพาจากต่างประเทศได้ ไม่ใช่เพียงส่งเสริมให้นิยมไทย แต่ต้องทำสินค้าไทยให้เป็นที่นิยม

2.การดำเนินชีวิตตามแนว "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" ในสภาวะที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมากขณะนี้ ถือว่าเป็นวิกฤตการณ์น้ำมันและเศรษฐกิจของประเทศอีกลักษณะหนึ่ง ราคาสินค้าต่างๆ คงจะต้องสูงขึ้น ผู้คนที่มีรายได้ประจำจะรู้สึกว่าจนลง

สิ่งที่ต้องทำคงต้องคิดเรื่องการประหยัดและใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ต้องปรับพฤติกรรมการบริโภคให้ฟุ้งเฟ้อลดลง เมื่อเห็นว่าสภาวะเศรษฐกิจเข้าใกล้วิกฤติและมีโอกาสจะวิกฤติมากไปกว่านี้ ทำให้เห็นว่า "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานชี้แนะเตือนสติให้แก่ปวงชนชาวไทย เมื่อครั้งเกิดวิกฤติทางการเงินปี 2540 และเป็นปรัชญานำในการพัฒนาประเทศในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 (พ.ศ.2545-2549) ยังทันสมัยและยิ่งต้องนำมาปฏิบัติให้ได้มากขึ้น

ปรัชญานี้เป็นแนวการดำเนินชีวิตให้มีความพอประมาณอย่างมีเหตุผล และต้องปฏิบัติตนให้มีความรู้ มีคุณธรรม มีความเพียร อันจะทำให้ตนเองมีภูมิคุ้มกันที่ดี ผ่านวิกฤติที่เกิดขึ้นได้ หากคนส่วนใหญ่ดำเนินชีวิตอย่างมีภูมิคุ้มกันที่ดี ประเทศโดยรวมก็จะมีภูมิคุ้มกันที่ดีด้วย

สิ่งที่น่าห่วง คือ สภาพแวดล้อมของสังคมที่มีลักษณะบริโภคนิยม ส่งเสริมให้ใช้จ่ายเกินตัว ผู้คนย่อหย่อนในระเบียบวินัย จะเป็นการสวนทางกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างสิ้นเชิง ที่เน้นให้คนรู้จักพอ ไม่โลภมาก และเสริมสร้างภูมิปัญญาในการเลี้ยงชีพอย่างซื่อสัตย์สุจริต การรณรงค์ให้คนมีสำนึก มีศรัทธา มีค่านิยม และปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อเนื่อง ให้มีความรู้สึกว่า อยู่ในวิถีชีวิตที่ดำเนินอยู่ปกติ จะเป็นสังคมที่พอเพียง มีภูมิคุ้มกันที่ดี

สิ่งที่ต้องทำลำดับแรก คือต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน (ติดตามตอนจบในวันพรุ่งนี้)


การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ในการพัฒนาประเทศ (ตอนจบ)

หน้าต่างความคิด : นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม   กรุงเทพธุรกิจ วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2548

เรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีเป็นการลดความเสี่ยง จะเป็นเกราะป้องกัน และบรรเทาผลกระทบให้เราอยู่รอดปลอดภัย ได้นำเสนอไปแล้ว 2 ประเด็น แต่เรื่องเกี่ยวข้องที่มีความสำคัญควรจะหยิบยกมากล่าวเป็นข้อคิด ในสภาวะปัจจุบันในประการต่อมา มีดังต่อไปนี้

3.การสร้างความสามัคคีของคนในชาติ ในระบอบประชาธิปไตย ที่คนมีความคิดเห็นขัดแย้งไม่ตรงกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่การแสดงออกถึงความขัดแย้งต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมายและความเหมาะสมของแต่ละสถานการณ์ในอดีต มีหลายครั้งที่เกิดวิกฤติทางการเมือง และเหตุการณ์ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี ก็เพราะคนไทยหันมาสามัคคีกัน ร่วมกันแก้ปัญหาและร่วมกันให้อภัย

ความสามัคคีเป็นภูมิคุ้มกันที่จะทำให้สังคมมีความสงบ มีความสมานฉันท์ ความสามัคคีจะเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องของสำนึก และความรับผิดชอบ ที่ต้องปลูกฝังให้คนในสังคมมีความเข้าใจและเห็นความสำคัญตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่

วิธีการนั้นคงมีหลากหลายเป็นเรื่องละเอียด ต้องดูตามความเหมาะสม เช่น ในระบบการศึกษา การสร้างชุมชนเข้มแข็ง การสร้างกระบวนการประชาคม วิกฤตการณ์หลายเรื่องจะผ่านพ้นไปได้ คนต้องลดทิฐิลง หันหน้าเข้าหากันมาสร้างความสามัคคีให้เป็นพลังในการแก้วิกฤติ ไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีฝ่ายรัฐบาล เชื่อว่าสังคมที่พึงปรารถนาประการหนึ่งของคนส่วนใหญ่ คงอยากจะเห็นสังคมที่มีความสงบร่มเย็น อยากเห็นความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชาติ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ

ดังนั้นการสร้างสำนึกให้คนที่เกี่ยวข้องและคนในสังคมมีความสามัคคี ปรองดองกัน เป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงอยากให้คนไทย “รู้ รัก สามัคคี”

4.การพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ทรัพยากรคนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศ เราให้ความสำคัญในการพัฒนาคนมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเน้นให้ชัดเจนมากขึ้นในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 (พ.ศ.2540-2545) ที่พัฒนาโดยยึดคนเป็นศูนย์กลาง แต่ผลการพัฒนาเป็นประการใดนั้น คงต้องมีการประเมินผลกันจริงจัง

ที่สำคัญคือต้องเน้นที่คุณภาพ คนที่มีคุณภาพคงไม่เฉพาะที่มีความรู้ มีประสิทธิภาพ เพียงอย่างเดียว ต้องมีจิตใจที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีวินัย และมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดีด้วย

ในการพัฒนาคนให้มีสุขภาพดีนั้น เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการผลิตและการบริโภค อาหารที่ปลอดสารพิษ รวมทั้งมีน้ำดื่มและอากาศสำหรับหายใจที่สะอาด ปราศจากมลพิษด้วย ดังนั้น คนที่มีคุณภาพจะเป็นคนที่มีภูมิคุ้มกันที่ดี และเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป

5.การพัฒนาสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่และลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่และเมืองให้มีความน่าอยู่น่าอาศัย จะเป็นภูมิคุ้มกันให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งผลให้คนรักถิ่นฐานบ้านเมือง คนต่างถิ่นอยากมาเยี่ยมเยือน ความน่าอยู่มีความหมายครอบคลุมเรื่องที่สำคัญ คือ ความสะอาด ที่ต้องทำให้บ้านเมือง ชุมชน ปราศจากสารพิษ มลพิษ ขยะมูลฝอย ที่ทำให้ดูไม่งามตา ความสงบ ที่ควรกำหนดขอบเขตพื้นที่ให้มีกิจกรรมที่เหมาะสม เช่น ที่อยู่อาศัย ก็ไม่ควรมีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและเสียง รบกวนชาวบ้าน

ความสะดวกที่ต้องจัดให้มีระบบการเดินทางเข้า-ออกให้เหมาะสมและพอเพียงตามสภาพเศรษฐกิจและสังคม ความปลอดภัย ที่ต้องสร้างความมั่นใจให้คนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ความมีระเบียบวินัย ที่ต้องทำให้คนมีสำนึกและปฏิบัติตามระเบียบ กติกาของสังคมที่ดี ไม่ละเมิด และร่วมกันรักษาประโยชน์ของสาธารณะ สิ่งที่ควรพิจารณาคือ บ้านเมืองที่เราอยู่นี้มีความน่าอยู่อย่างที่กล่าวถึงที่ไหนบ้าง และหากต้องการให้เกิดขึ้น จะต้องทำกันอย่างไร ส่วนเรื่องการลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติในการพัฒนาพื้นที่นั้น เกี่ยวกับเรื่องการสร้างระบบเตือนภัย ระบบป้องกัน และการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ไม่เสี่ยงกับโอกาสที่จะเกิดภัยทางธรรมชาติที่รุนแรงได้

ตัวอย่างเช่น พื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งโดยธรรมชาติเป็นพื้นที่รองรับน้ำหลากอยู่แล้ว เมื่อได้ตัดสินใจสร้างสนามบินกลางพื้นที่น้ำหลากไปแล้ว ก็เป็นที่ยอมรับและเข้าใจกัน แต่พื้นที่รอบนอกสนามบิน ก็ไม่ควรมีกิจกรรมที่หนาแน่น ทั้งที่อยู่อาศัยและอุตสาหกรรม ควรจะรักษาไว้เป็นพื้นที่ระบายน้ำหลาก ซึ่งต้องมีการวางแผนในรายละเอียดอีกมาก เรื่องที่เกี่ยวกับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ควรพิจารณาให้มีการจัดทำแผนเตรียมพร้อม เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น จะได้มีการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้น การสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดียังเกี่ยวกับการรักษาป่าไม้ต้นน้ำลำธาร การผลิตและอุตสาหกรรมที่ไม่ปล่อยมลพิษทำลายสภาพแวดล้อม ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ไม่เพียงต้องดูแลภายในประเทศเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับเรื่องระหว่างประเทศ และประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องทำความเข้าใจและร่วมมือกันแก้ไข ป้องกัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโดยรวมด้วย

การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี เป็นเรื่องของการลดความเสี่ยง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ ทำให้เกิดความยืดหยุ่นรองรับผลกระทบต่างๆ เป็นการพัฒนาที่มีผลดีในระยะยาว การพัฒนาที่ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันที่ดี ถือว่า เป็นการตั้งอยู่ในความไม่ประมาท