หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
ภาษีเหล้า "สุราไทย" ไร้ที่ยืน

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น  ประชานิเวศน์  มติชนรายวัน วันที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10043

และแล้วรัฐบาลก็ประกาศปรับอัตราภาษีสรรพสามิตสุราใหม่ โดยช่วงแรกนี้พุ่งเป้าไปที่ภาษีสุราใหม่ 2 ประเภท สุราปรุงพิเศษ และสุราพิเศษ แน่นอนครั้งนี้ จัดเก็บในอัตราเพดานสูงสุด คือ เก็บตามราคา 50% ของราคาหน้าโรงงานและเก็บตามดีกรี 400 บาทต่อ 1 ลิตร หวังให้ประชาชนและเยาวชนลดการบริโภคสุราลง ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อใดก็ตาม

เพราะจากสถิติการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทยในปี 2536 พบว่า คนไทยบริโภคแอลกอฮอล์ไปทั้งหมด 18,538 ล้านดีกรี จนมาถึงปี 2546 เพิ่มขึ้นมาเป็น 26,787 ล้านดีกรี เพียง 10 ปีให้หลังคนไทยดื่มเพิ่มขึ้นถึง 44.5% และมีแนวโน้มการบริโภคสูงอย่างต่อเนื่อง

ที่น่าเป็นห่วงคือ กลุ่มวัยรุ่นไทยอายุ 11 ปีขึ้นไปดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์กว่า 18 ล้านคน และมีอัตราการดื่มเพิ่มเป็นอันดับ 2 รองจากคนวัยทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นหญิงที่กลายเป็นนักดื่มหน้าใหม่ที่มีเพิ่มในตลาด 6 เท่าตัวในช่วงเวลาเพียง 7 ปี

ดังนั้น หลักการภาษีสรรพสามิตสุราใหม่ที่เน้นจัดเก็บตามปริมาณของแอลกอฮอล์ จึงมาจากการคาดหวังว่า ประชาชนจะบริโภคสุราในจำนวนที่ลดลงจากข้อจำกัดราคาที่แพงขึ้น หรือหากยังต้องการดื่มในปริมาณเท่าเดิม ก็หวังว่าจะหันไปดื่มสุราที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำลง เพื่อทำให้ปัญหาที่กระทบต่อสุขภาพน้อยลง

แต่หากมองในแง่ของสุราไทย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบไหน ทั้งเหล้า ไวน์ ส่วนนี้ย่อมมีโอกาสรับผลกระทบจากนโยบายนี้อยู่ดี เรื่องนี้ "ชัยรัตน์ โมไนยพงศ์" ที่ปรึกษาอาวุโสสมาคมไวน์ผลไม้และสุราพื้นบ้านไทย ยังมองว่านโยบายการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต โดยในส่วนของเหล้าไทย เพราะไม่ว่าจะจัดเก็บภาษีแบบใดเหล้าไทยก็กระทบ เพราะพื้นฐานการผลิตเดิมของเหล้าไทยส่วนใหญ่แล้ว มีดีกรีที่สูงนั่นเอง จริงอยู่ตลาดอาจลดการบริโภคลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้หันมาบริโภคเหล้าไทย หรือสินค้าไทยเพิ่มขึ้น

ดังนั้น ไม่ว่าจะปรับหรือนำแนวทางใดมาใช้ผลกระทบจากการดำเนินการนี้ น่าจะตกอยู่ที่ผู้ประกอบการสุราไทย ที่ต้องต่อสู้กับเหล้าฝรั่งราคาถูก จากต่างแดนเข้ามาตีตลาดหวังครองตลาดน้ำเมาในเมืองไทย ดังนั้น ยิ่งเมื่อราคาเหล้าไทยไม่ค่อยจะแตกต่างกับเหล้าฝรั่งเท่าใดนัก ประกอบกับรสนิยมของคนไทยที่ชอบ "ของนอก" โดยเฉพาะสก๊อตวิสกี้ที่บรรดาคอทองแดงมีความเชื่อว่าจิบแล้วนุ่มลิ้นแล้ว

นั่นหมายความว่า สถานการณ์จากนี้อาจเป็นผลลบต่ออุตสาหกรรมสุราของไทย หรือเหล้าไทยอย่างเลี่ยงไม่พ้น

หากไม่มีดำเนินงานใดเพื่อแก้ไขหรือหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับ "เหล้าไทย" โอกาสที่อุตสาหกรรมกลุ่มนี้ จะหายไปพร้อมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นย่อมมีความเป็นไปได้เช่นกัน

คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรกับอุตสาหกรรมเหล้าของไทย

หน้า 20