|
||||||||||||
|
บทเรียนลอนดอน
บทเรียนไฟใต้
คอลัมน์ เดินคนละฟาก โดย กมล กมลตระกูล ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3707 (2907) ใครจะคิดว่ามือระเบิดกรุงลอนดอนจะเป็นวัยรุ่นที่มีอนาคตไกล ครอบครัวมีฐานะดี รวมทั้งเกิดและเติบโตในประเทศอังกฤษ ถือสัญชาติอังกฤษโดยกำเนิด ชีซาด ตันวีร์ อายุเพียง 22 ปี และกำลังจะรับปริญญาด้านพลศึกษาในฤดูร้อนนี้ พ่อจึงซื้อรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ สีแดงให้เป็นของขวัญ พ่อของชีซาด ชื่อมูต๊าซ เป็นคนมีหัวการค้า ทำธุรกิจเก่ง เขาเป็นเจ้าของร้านขายของชำเหมือนกับร้านเซเว่นอีเลฟเว่นหลายร้าน และได้ขยายกิจการมาเปิดร้านขายอาหารทะเลสด และร้านอาหารด่วนฟิชแอนด์ชิปส์ (ปลาชิ้นชุบแป้งสาลีทอด) ที่มีชื่อของอังกฤษ มูต๊าซ มีอายุ 56 ปี เขาได้อพยพมาจากเมืองไฟซาลาบัด ประเทศปากีสถานมาตั้งหลักปักฐานที่เมืองลีดส์ ตั้งแต่ตนเองยังหนุ่มแน่น ชีซาดจึงเกิด เรียนหนังสือชั้นประถม มัธยม และเติบโตอยู่ในเมืองนี้ เพื่อนบ้านที่รู้จักครอบครัวนี้มาแต่เกิดเล่าให้ฟังว่า ชีซาดเป็นนักกีฬา และหลงใหลในกีฬาคริกเกตเป็นที่สุด ทุกๆ วันพุธเขาจะเข้าร่วมเล่นและแข่งขันกับทีมอื่นๆ ในสวนสาธารณะอย่างไม่เคยผิดนัด เพื่อนๆ ที่ร่วมเล่นกีฬาให้ความเห็นกับเจ้าหน้าที่ว่า ชีซาดเป็นคนร่าเริง รักสนุก และมีความสุขกับการมีชีวิตที่ดี แม้แต่เพื่อนๆ ก็ยังอิจฉาเมื่อเขาได้รับรถเบนซ์เป็นของขวัญจากพ่อ เมื่อมีเวลาว่าง ชีซาดก็ทำงานครึ่งเวลาในร้านอาหารของพ่อ และแบ่งเวลาไปเรียนวิชาศาสนาที่มัสยิด ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเพียง 3 ช่วงตึก เนื่องจากครอบครัวมีฐานะดี เขาจึงมีโอกาสเดินทางไปเรียนภาษาอารบิกและคัมภีร์ อัลกุรอ่านที่ประเทศปากีสถาน 2 ครั้ง ครั้งล่าสุดเขาเดินทางไปเมื่อต้นปี และเดินทางกลับในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งๆ ที่มีแผนการที่จะอยู่ถึง 9 เดือน เมื่อกลับมา เขาบอกกับลุงว่าไม่ชอบคนที่นั่น เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ ชีซาดเดินทางจากเมืองลีดส์ไปลอนดอน ซึ่งมีระยะทางห่าง 200 ไมล์ พร้อมกับเพื่อนอีกคนหนึ่งอายุ 18 ปี ชื่อ ฮาซิบ ฮุสเซน และโมฮัมเม็ด ซิดิ๊ก ข่าน ครูโรงเรียนประถมศึกษา อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นครูที่ทุกคนรักและนิยมมากเพราะเขาเป็นคนที่อุทิศตัวให้กับเด็กๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งหมดแบกเป้บรรจุระเบิดเพื่อไปปฏิบัติการที่เขย่าขวัญชาวอังกฤษทั้งประเทศ เพราะเป็นครั้งแรกภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กรุงลอนดอนถูกโจมตี ปฏิบัติการครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 54 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 700 คน ทุกคนที่ใกล้ชิดรวมทั้งพ่อแม่ของเด็กต่างไม่เคยระแคะระคายมาก่อน และตั้งคำถามว่าทั้งหมดรู้จักและคบหากันมาอย่างไรได้อย่างลึกซึ้งเช่น นั้น และอะไรคือแรงจูงใจในการปฏิบัติการพลีชีพทั้งๆ ที่ทุกคนต่างมีสถานภาพสังคมที่ค่อนข้างดี โจทย์นี้เป็นโจทย์ที่ผู้บริหารประเทศทุกประเทศต้องร่วมกันค้นหาคำตอบ โดยเฉพาะประเทศไทยที่กำลังมีปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งมีการวางระเบิดรายวัน การทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของความรุนแรงให้ได้ จึงจะนำไปสู่การกำจัดความรุนแรงได้ นักวิเคราะห์การเมืองส่วนใหญ่ในโลกต่างมีความเห็นคล้ายกันว่า ความรุนแรง หรือการก่อการร้าย (อยู่ที่มุมมองของใคร) ในทุกวันนี้ มีสาเหตุจาก เหตุการณ์ถล่มตึกเวิรลด์เทรดฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายน และอเมริกาส่งกำลังทหารโจมตีประเทศอัฟกานิสถาน และตามด้วยการโจมตีอิรักและคงกำลังทหารไว้หลายแสนคนที่นั่นจนถึงทุกวันนี้ ประเทศอิรัก ซึ่งเคยเป็นประเทศที่ทันสมัย เจริญและสงบสุขที่สุดในตะวันออกกลางเพราะมีรายได้จากน้ำมันอย่างมหาศาล กลายเป็นประเทศบ้านแตกสาแหรกขาด ระบบสาธารณูปโภคเกือบทุกอย่างถูกทำลายย่อยยับ ชาวอิรักอยู่อย่างสิ้นหวังท่ามกลางความขาดแคลนทุกชนิด และเสี่ยงต่อระเบิดพลีชีพรายวัน รายได้จากน้ำมันถูกหักไปเป็นค่าใช้จ่ายทางการทหารของอเมริกาเสียหมด ในขณะเดียวกันประธานาธิบดีบุชก็ประกาศนโยบายทำสงครามกับการก่อการร้ายว่า "ถ้าเอ็งไม่อยู่ข้างข้า เอ็งก็อยู่ฝ่ายตรงกันข้าม" นโยบายนี้ทำให้ไม่มีทางเลือกทางสายกลาง หรือทางเลือกที่ 3 ให้กับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของอเมริกา รัฐบาลหลายๆ ประเทศรวมทั้งรัฐบาลของนายโทนี่ แบลร์ ของอังกฤษเลือกที่จะอยู่ข้างอเมริกา และส่งทหารไปร่วมรบในอิรัก มือระเบิดทั้ง 4 ก็อาจจะคิดว่าตนเองก็ไม่มีทางเลือกเช่นเดียวกับผู้นำหลายๆ ประเทศ เมื่อเห็นว่ามุสลิมไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกรังแกทุกหนทุกแห่งทั้งในอิรัก อัฟกานิสถาน และปาเลสไตน์ นี่คือภาพรวมหรือภาพใหญ่ของสถานการณ์ความขัดแย้งในโลกในขณะนี้ที่โยงไปถึงภาพเล็ก คือความขัดแย้งในหลายๆ จุดของโลก รวมทั้งใน 3 จังหวัดภาคใต้ของไทยด้วย รัฐบาลทักษิณกำลังนำนโยบาย "ถ้าเอ็งไม่อยู่ข้างข้า เอ็งก็อยู่ฝ่ายตรงกันข้าม" มาใช้ โดยสะท้อนออกมาที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 ที่ให้อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จกับพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อผู้ต้องสงสัยโดยไม่ต้องคำนึงถึงกระบวนการยุติธรรมตามปกติทั้งสิ้น บทเรียนของไฟใต้คือ ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง ยิ่งแก้ยิ่งรุนแรง จึงน่าจะมีทางเลือกที่ 3 ให้ทุกฝ่ายมีทางเลือก มาตรการปราบปรามและการใช้อำนาจที่เหนือกว่าเข้าแก้ปัญหาไม่มีวันจะประสบความสำเร็จ อเมริกามีแสนยานุภาพทางการทหารและทุนทรัพย์มากที่สุดในโลก แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะสงครามประชาชนในอิรักได้ ไม่สามารถหยุดยั้งระเบิดพลีชีพได้ จีไอบางคนถึงกับยิงตัวเองให้พิการเพื่อจะได้ไม่ต้องกลับไปประจำการในอิรักใหม่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 เน้นการใช้และให้อำนาจ การปราบปราม และการใช้กำลังจึงมีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างที่เกิดขึ้นในอิรักในขณะนี้ น่าเป็นห่วง น่าเป็นห่วงครับ มือระเบิดจำนวนหนึ่งในภาคใต้ของไทยอาจจะคิดคล้ายๆ กับมือระเบิดที่ลอนดอน คือมีแรงจูงใจมาจากการเห็นการปฏิบัติ หรือนโยบายที่ไม่เป็นธรรมโดยไม่มีใครหรือไม่ต้องมีการชักใยอยู่เบื้องหลัง อดีตชาวคอมมิวนิสต์ในคณะรัฐบาลทั้งหลายน่าจะรู้เรื่องนี้ดีว่า ในอดีตนั้นมีใครชักใย หรือชักจูงตนให้เข้าร่วม หรือว่าเข้าร่วมเพราะเห็นความไม่เป็นธรรม และการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมว่า ด้านไหนเป็นด้านหลัก และด้านรอง อันที่จริง ทางออกในการแก้ปัญหานั้นอยู่ในหมวด 9 มาตรา 282-290 เรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่น ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 แล้ว โดยที่ไม่ต้องไปแต่งตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษอะไรขึ้นมาให้เสียเวลาเลย มาตรา 282 คงถูกลืมไปแล้วว่ามีอยู่ในรัฐธรรมนูญ จึงขอยกมาอ้างไว้ ณ ตรงนี้ว่า "รัฐจะต้องให้ความเป็นอิสระแก่ท้องถิ่นตามหลักแห่งการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น" และ มาตรา 284 ว่า "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหลายย่อมมีความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบาย การปกครอง การบริหาร การบริหารงานบุคคล การเงินและการคลัง และมีอำนาจหน้าที่ของตนเองโดยเฉพาะ" ครับ แทนที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินจากตำแหน่งรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงจากส่วนกลาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรรมการโดยตำแหน่งของอีก 100 คณะ ก็คงจะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ เพราะว่าไม่มีเวลาศึกษาปัญหา และไม่ได้เกาะติดอยู่ในพื้นที่ ทำไมจึงไม่นำมาตรา 282 มาใช้ล่ะครับ คือให้ความเป็นอิสระแก่ท้องถิ่นในการดูแลรักษาความปลอดภัยของประชาชนและท้องถิ่นกันเองโดย เจ้าหน้าที่ของรัฐทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยให้การสนับสนุนอยู่ภายนอกและห่างๆ ผมคิดว่าประชาชนในท้องถิ่นก็คงต้องการเห็นความสงบสุขกลับคืนมา เพื่อว่าเขาจะได้สามารถออกไปกรีดยาง (ที่กำลังมีราคาดี) ในยามค่ำคืนโดยไม่ต้องเกรงภัยลูกหลง หรือเกรงถูกอุ้ม และไม่ต้องห่วงลูกหลานที่ขี่จักรยานไปโรงเรียนว่าจะไม่ถูกลูกหลงระเบิดหรือลูกปืนจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หน้า 2 |