|
||||||||||||
|
อย่าหากินกับซากลำไยปี
"45
คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น โดย วุฒิ สรา wutsara2000@yahoo.com มติชนรายวัน วันที่ 08 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9981 วันก่อนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปเปิดศูนย์ปฏิบัติการตรวจสอบสารตกค้างในผัก และผลไม้ พร้อมประชุมมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาลำไย ที่ จ.เชียงใหม่ คุณหญิงสุดารัตน์ประกาศยืนยันนโยบายการแก้ปัญหาราคาลำไยในปี 2548 ว่า จะไม่มีการรับจำนำหรือการรับซื้อจากภาครัฐ แต่จะช่วยเหลือด้านการตลาดให้ ถือได้ว่าเป็นแนวนโยบายที่ถูกต้องที่จะดึงกลไกการตลาดลำไยกลับมาสู่ภาวะปกติ ไม่ให้กลุ่มมาเฟียวงการลำไยเข้ามาหากิน กับโครงการแทรกแซงราคา จนต้องสูญเสียเงินงบประมาณไปกว่าหมื่นล้านบาทในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังถือได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญ เพราะนโยบายนี้อาจมีผลต่อคะแนนเสียงของเกษตรกรในภาคเหนือซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคไทยรักไทย ก็ขอให้ รมว.เกษตรฯยึดมั่น และแน่วแน่ที่จะเดินตามนโยบายนี้ แม้ว่ากลุ่มมาเฟียจะเริ่มก่อหวอดปลุกปั่นเกษตรกรให้ออกมาชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าไปแทรกแซง เพราะว่ากลุ่มพ่อค้าได้เข้าไปตกเขียวรับซื้อลำไยจากชาวสวนแล้วประมาณกิโลกรัมละ 7 บาท เพื่อหวังจะให้รัฐบาลเข้ามาซื้อกิโลกรัมละ 15 บาท แต่ที่เป็นห่วงและวิตกว่าจะมีปัญหา ก็คือการจัดการลำไยอบแห้งปี 2545 จำนวนกว่า 2.2 หมื่นตัน คุณหญิงสุดารัตน์เคยบอกว่า จะทำลายภายในเดือนมิถุนายน จนป่านนี้ล่วงเข้าสู่เดือนกรกฎาคมแล้วยังไม่ได้ลงมือ และบอกว่าจะดำเนินการภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากต้องรอการพิจารณาของอัยการ เพราะมีปัญหาเรื่องคดีความการทุจริตลำไยอยู่ น่าแปลกใจว่าลำไยปี 2545 ผ่านมากว่า 3 ปีแล้ว คดีความยังไม่คืบหน้าไปถึงไหน น่าแปลกใจว่าคณะกรรมการนโยบาย และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ชุดก่อน มีมติให้ทำลายทิ้งตั้งนานแล้ว แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ได้เริ่ม แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการใหม่ จากการทำลาย เป็นการนำลำไยมาทำเป็นปุ๋ยชีวภาพ โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินเป็นผู้ทำปุ๋ย ซึ่งก็เป็นวิธีที่น่าสนใจ และได้ประโยชน์กลับมาบ้าง ทางอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน "อรรถ สมร่าง" ก็พร้อมที่จะนำลำไยมาทำเป็นปุ๋ย แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะมีลำไยให้ทำปุ๋ยมากน้อยแค่ไหน ดีไม่ดีอาจถูกกระดูกแขวนคอให้เป็นผู้ทำลาย "ลำไยลม" จะซวยก่อนเกษียณ ณ ขณะนี้ยังไม่ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะจัดการกับลำไยปี 2545 อย่างไร และจะให้ใครเป็นผู้ดำเนินการ ที่สำคัญกำลังมีความพยายามจากคนบางกลุ่มหวังที่หากินกับการจัดการลำไยปี 2545 ด้วย ทั้งนี้ เพราะลำไยอบแห้งปี 2545 มีลำไยดีกว่า 40% หรือกว่า 5 หมื่นตัน หากมีการซิกแซ็กแอบเอาไปขายแค่กิโลกรัมละ 1 บาท ก็รับเละ 50 ล้านบาท ไม่รวมกล่องที่บรรจุลำไยอบแห้งที่มีราคากว่า 10 ล้านบาท ดังนั้น การจัดการกับลำไยอบแห้งปี 2545 ไม่ว่าจะเผาทำลาย หรือนำไปทำปุ๋ยชีวภาพ จะต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส ต้องเปิดเผยทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจเช็คสต๊อคว่ามีลำไยอบแห้งจำนวนเท่าไหร่กันแน่ วิธีการเผาทำลาย ฝังกลบ หรือทำปุ๋ย จะต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบ และให้สาธารณชนรับรู้ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการตบตาประชาชนว่าเป็นการเอาลมไปทำลาย กลบเกลื่อนหลักฐาน รวมทั้งการแอบหาผลประโยชน์จากลำไยที่ยังมีคุณภาพดี รวมถึงกล่องที่ใช้บรรจุ คุณหญิงสุดารัตน์จะต้องพิจารณาการจัดการกับลำไยอบแห้งปี 2545 ให้รัดกุมและรอบคอบ แต่ไม่รู้ว่าการปรับ ครม.ทักษิณ 2/2 ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ คุณหญิงสุดารัตน์จะยังนั่งอยู่ที่เดิมหรือไม่ เพราะความไม่ลงรอยกันกับ รมช.เกษตรฯ "เนวิน ชิดชอบ" ซึ่งเป็นที่รับรู้กันอยู่ จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจต้องมีการโยกคนใดคนหนึ่งพ้นจากกระทรวงเกษตรฯไป แต่ไม่ว่าคุณหญิงสุดารัตน์จะยังคงนั่งเป็น รมว.เกษตรฯ หรือจะเป็นใครก็ตาม อย่าให้มีการหากินกับซากลำไยปี 2545 อีกเลย หน้า 20
|