หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
ขื่อแปของบ้านเมืองกำลังถูกรื้อ

วรากรณ์ สามโกเศศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ Varakorn@dpu.ac.th  มติชนรายวัน วันที่ 07 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9980

ผมพบข้อเขียนที่สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่งจนขอนำบางส่วนมาเผยแพร่ต่อเพื่อให้สังคมได้รับทราบอย่างกว้างขวางขึ้น คุณวันชัย ตัน ได้เขียนเรื่อง "ฆ่าพระไม่บาป" ลงในมติชนรายวัน(3 กรกฎาคม 2548) อย่างประทับใจ ดังนี้

"ข่าวการสังหาร พระสุพจน์ สุวโจ (ด้วงประเสริฐ) ในสถานปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรม บ้านห้วยงูใน ตำบลสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา

หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจจะพอเข้าใจได้ แต่พระสุพจน์ถูกคนร้าย ใช้มีดดาบฟันมรณภาพอย่างทารุณในจังหวัดเดียวกับบ้านเกิดของคุณทักษิณ ชินวัตร

คนทั่วไปอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อของพระสุพจน์ แต่คนในวงการอนุรักษ์รู้จักท่านเป็นอย่างดี ในฐานะพระนักอนุรักษ์และพระนักพัฒนาผู้มีเมตตาธรรมสูงและทำงานอย่างเงียบๆ อยู่ข้างหลัง

พระสุพจน์จบการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านมีใจใฝ่ธรรมมาตั้งแต่เด็ก เมื่อทำงานทดแทนคุณพ่อแม่ได้สักพัก และน้องๆ เรียนจบออกมาทำงานแล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจบวช เป็นพระภิกษุที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์

หลังจากบวชแล้วพระสุพจน์ได้ไปศึกษาปฏิบัติธรรมหลายแห่ง และต่อมาได้ปักหลักเป็นลูกศิษย์ของท่านพุทธทาส ในวัดธารน้ำไหล (สวนโมกขพลาราม) อำเภอไชยา จังหวัดสุราฎร์ธานี

ตลอดเวลาที่อยู่ในสวนโมกข์ พระสุพจน์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส คอยดูแลงานด้านเอกสาร งานบัญชีของวัด เป็นวิทยากรอบรมธรรมะให้กับเยาวชน จัดตั้งกลุ่มพุทธทาสศึกษา เพื่อศึกษางานของท่านพุทธทาสอย่างเป็นระบบและเป็นผู้จัดทำหนังสือธรรมะหลายเล่ม

พระสุพจน์ได้จัดทำเว็บไซต์พุทธทาสศึกษา ชื่อ www.buddhadasa.org ซึ่งถือว่าเป็นเว็บไซต์ของชาวพุทธที่ทันสมัย มีผู้เข้ามาใช้ประโยชน์จำนวนมาก

ต่อมาในปี พ.ศ.2541 กลุ่มพุทธทาสศึกษาได้โยกย้ายจากสวนโมกข์มาจำพรรษาที่สถานปฏิบัติธรรม สวนเมตตาธรรม อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีผู้บริจาคที่ดินให้เพื่อเผยแพร่แนวทางของท่านพุทธทาสภิกขุ

พระกลุ่มนี้หวังที่จะสร้างสวนเมตตาธรรมให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับศาสนิกชนเหมือนกับสวนโมกข์

พระสุพจน์อดีตสัตวแพทย์ใช้ความรู้ที่เรียนมาช่วยดูแลรักษาชาวบ้านและสัตว์เลี้ยงหมา แมว จนเป็นที่รักใคร่ของคนในชุมชนนั้น นอกเหนือจากการใช้เวลาในการปฏิบัติธรรม และทำหนังสือจากการใช้เวลาในการปฏิบัติธรรมและทำหนังสือธรรมะหลายเล่ม อาทิ จดหมายข่าวเสขิยธรรม

แต่ผืนดินของสวนเมตตาธรรมอันเป็นพื้นที่ป่า 700 ไร่ กลับเป็นที่หมายปองบรรดาผู้มีอิทธิพล บุคคลในเครื่องแบบ และญาตินักการเมืองที่พยามทำทุกวิถีทางที่จะบุกรุกป่าผืนนั้น เพื่อหวังจะครอบครองเปลี่ยนให้เป็นสวนส้ม หากขับไล่พระกลุ่มนี้ออกไปได้สำเร็จ"

คุณวันชัย ตัน ได้อธิบายถึงเหตุการณ์แวดล้อมที่ทำให้พระสุพจน์ถูกฆ่าดังต่อไปนี้

"ทุกวันนี้พื้นที่ลุ่มน้ำแม่ฝางมีสวนส้มอยู่ถึง 200,000 ไร่ แต่ครึ่งหนึ่งของสวนส้มเป็นพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก โดยกฎหมายเอื้อมมือไปไม่ถึง

ที่ผ่านมาบุคคลเหล่านี้ได้ใช้กำลังเข้าไปตัดฟันต้นไม้แผ้วถางทำลายป่าบางส่วนในสวนเมตตาธรรม และยึดเอาไปขายให้กับคนนอกพื้นที่เพื่อปลูกสวนส้มอย่างหน้าตาเฉย

พระสุพจน์และกลุ่มพุทธทาสศึกษาได้พยายามปกป้องฝืนป่าจากการถูกบุกทำลายหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ หลายครั้งที่พระไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกับผู้บุกรุก แต่ก็ทำอะไรคนเหล่านี้ไม่ได้ มิหนำซ้ำยังเหิมเกริมส่งนักเลงบุกเข้ามารุมกระทืบผู้ดูแลสถานปฏิบัติธรรมจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ก่อนเกิดเหตุไม่นาน มาเฟียในเครื่องแบบได้เข้ามาข่มขู่พระสุพจน์ และกลุ่มพุทธทาสศึกษาให้เลิกเกี่ยวข้องกับที่ดิน และให้ออกนอกพื้นที่โดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัย พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า

"ถึงแม้เป็นพระก็อย่าคิดว่าจะไม่กล้าทำอะไรรุนแรง" แต่กลุ่มพุทธทาสศึกษาก็ยังยืนหยัดปกป้องพื้นที่สวนปาปฏิบัติธรรมแห่งนี้ ด้วยหัวใจเด็ดเดี่ยว""

ในเย็นวันหนึ่งเหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้นอย่างท้าทายความมีขื่อมีแปของบ้านเมือง

"เย็นวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่พระสุพจน์กำลังทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เตรียมจัดทำเว็บไซต์เรื่อง "จิตวิวัฒน์" ให้คุณหมอประเวศ วะสี ฆาตกรไม่ต่ำกว่าสามคนได้หลอกให้พระสุพจน์ลงมาจากกุฏิ และใช้มีดดาบที่เตรียมมารุมฟันพระสุพจน์อย่างเหี้ยมโหดจนขาดใจตาย

ราวกับเป็นคดีฆาตกรรมอำพรางเพื่อให้คนทั่วไปเห็นว่าคนร้ายมีความโกธรแค้นผู้ตายมาก่อน จึงลงมือฆ่าด้วยความเคียดแค้น เพื่อปิดบังเบื้องหลังของการลอบสังหารครั้งนี้

จึงไม่น่าแปลกใจที่ไม่กี่วันต่อมา ตำรวจท้องที่พยายามสรุปสาเหตุการตายว่า เป็นการฆ่ากันเพราะพระทะเลาะ กับชาวบ้านแถวนั้น ที่มาตัดไม้จนเกิดความพยาบาท

พ่อแม่ของพระสุพจน์เมื่อทราบข่าวเดินทางไปรับศพลูกชายที่โรงพยาบาลด้วยน้ำตาแทบเป็นสายเลือด ไม่เชื่อว่าลูกชายผู้บวชเป็นพระแท้ๆ ยังถูกฆ่าตายได้

13 ปีในชีวิตผ้าเหลืองพระสุพจน์เป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ป่า การเผยแพร่ พุทธศาสนาทั้งด้านการพิมพ์และการจัดทำเว็บไซต์

หนังสือเล่มสุดท้ายที่พระสุพจน์จัดรูปเล่ม และไม่มีโอกาสได้เห็นคือ หนังสือชุดสรรนิพนธ์พุทธทาสชื่อ "สวนโมกข์ อุดมคติ ชีวิตและความทรงจำ"

ผู้ที่มีใจเป็นธรรมทั้งหลายที่ได้อ่านข้อความข้างต้น คงจะรู้สึกเศร้าใจกับความโหดเหี้ยม ชั่วร้ายของผู้วางแผนฆ่าพระสุพจน์ หลายคนคงนึกว่า "ฆ่าพระแบบนี้ต่อไปก็คงต้องตกนรกแน่" และก็คงจบลงเพียงแค่นั้น เพราะมั่นใจว่ากฎที่มาจากความเชื่อของตนคงจะทำงานของมันเอง และได้เห็นผลแน่นอนในเวลาข้างหน้า

ผมไม่รู้ว่าผู้ลงมือกระทำจะรับผลนั้นหรือไม่ในชาตินี้หรือชาติหน้า แต่ที่มั่นใจว่ารู้ก็คือ ถ้ารัฐบาลโดยเฉพาะตัวท่านนายกรัฐมนตรีที่เป็น "เจ้าภาพ" ในเรื่องต่างๆ ไม่ทำอะไรจริงจัง เพื่อให้มีการสอบสวนติดตามคดี หาผู้ผิดมาลงโทษแล้ว จะมีคดีเช่นนี้เกิดขึ้นอีกมากมาย

ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมามีนักอนุรักษ์และนักพัฒนาตั้งแต่ผู้นำชุมชน ชาวบ้าน นักศึกษา ที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติได้ถูกฆ่าตายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 20 คน รวมถึงคุณเจริญ วัดอักษร ประธานกลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก โดยมีพระสุพจน์เป็นรายล่าสุด

บางคดีอาจจับผู้ฆ่าได้ แต่ก็ไม่สามารถสาวไปถึงผู้จ้างวานได้ คดีส่วนใหญ่ไม่สามารถแม้แต่จับฆาตรกรได้ คนผิดยังลอยนวลอยู่ในสังคม โดยมีแรงคุ้มกันจากผู้มีอำนาจจนตำรวจไม่กล้าไปแตะ

คดีของพระสุพจน์ สุวโจ กำลังจะเงียบหายไป โดยตำรวจสรุปว่าถูกฆ่า "เพราะทะเลาะกับชาวบ้านแถวนั้น ที่มาตัดไม้จนเกิดความพยาบาท"

บ้านเมืองเราจะจบกันง่ายๆ โดยยอมให้มีคนกลุ่มหนึ่งมารื้อขื่อแปของบ้านเมืองเรา ที่พยายามรักษากันมาด้วยเลือดเนื้อยาวนานไปง่ายๆ อย่างนี้หรือครับ

หน้า 6