|
||||||||||||||
|
กระบวนการไล่ล่าบริวาร
โลกทรรศน์ อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 25 ฉบับที่ 1298 มีนักวิเคราะห์สถานการณ์ระหว่างประเทศชาวฝรั่งวิจารณ์การเยือนเอเชีย 6 ประเทศของ นายโดนัลด์ รัมส์เฟลด์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกาว่า คำแถลงเรื่องกำลังทหาร และการละเมิดสิทธิมนุษยชนในจีนของเขา ที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน เปรียบเสมือนการเคลื่อนขบวนรถถังมุ่งหน้าไปที่ประเทศจีน เพราะจีนไม่ได้วางตัวอยู่ในแนวทางของสหรัฐอเมริกา คำแถลงประกาศก้องดังเสียงราชสีห์นั้น นักวิจารณ์ฝรั่งท่านนั้นบอกว่าเพิ่มความร้อนแรง และทำให้ประเทศเอเชียทั่วภูมิภาคต้องเลิกคิ้วแล้วหันมามองกันทั่วหน้า ดูประหนึ่งว่า ความขัดแย้งทางวัฒนธรรม ความรุนแรงทางการเมืองและระบอบอำนาจนิยมที่ก่อตัวขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่มีความสำคัญแต่ประการใด สหรัฐกำลังยุ่งมากกับการก้าวทะยานขึ้นทั้งทางยุทธศาสตร์การทหาร การเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจระหว่างประเทศของจีนจนกระทั่งพญาอินทรีไล่จิกตีพญามังกรอะไรทำนองนั้น ถ้าอ่านบทวิเคราะห์ของนักวิจารณ์การเมืองท่านนั้น นักวิจารณ์การเมืองฝรั่งท่านนั้นคงลืมไปว่า ยุทธศาสตร์หลักของสหรัฐหลังเหตุการณ์ 9/11 คือ นโยบายการต่อต้านการก่อการร้าย (Counter Terrorism) และในความเป็นจริง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้กลายเป็น ด่านหน้าที่ 2 ของการต่อต้านการก่อการร้ายไปแล้ว โดยที่มีประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์อันนั้น ประเทศไทยเองเป็นประเทศหนึ่งที่ นายโดนัลด์ รัมส์เฟลด์ เดินทางมาเยือนในแผนการเยือน 6 ประเทศเอเชียครั้งล่าสุด เราเห็นแง่มุมอะไรบ้างจากการเยือนประเทศไทยครั้งนี้
กระบวนการไล่ล่าบริวาร นายโดนัลด์ รัมส์เฟลด์ เดินทางมาเยือนไทยเพียงวันเดียว รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐเดินทางเข้าชมสถานที่สำคัญ วัดวาอาราม พร้อมกับทำเหมือนกับทุกครั้งที่ผู้นำระดับสูงสหรัฐเยือนไทย ท่านกล่าวคำหวาน และย้อนระลึกประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์อันยาวนาน ท่านได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทย ที่ให้การสนับสนุนอุปกรณ์และสิ่งต่างๆ ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติสึนามิ (Bangkok Post 7, 9 June 2005 p. 1 and 12) นายโดนัลด์ รัมส์เฟลด์ ได้เข้าพบกับ พลเอกธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีกลาโหมของไทย เขาได้พูดว่า การเชื่อมโยงศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลสืบราชการลับที่ตั้งอยู่ที่มาเลเซียจะช่วยให้รัฐบาลไทยใช้ข้อมูลต่างๆ เพื่อต่อต้านการก่อการร้ายได้ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐชี้ให้เห็นว่า การลงนามความตกลงกับทางรัฐบาลมาเลเซียในเรื่องนี้ จะทำให้การไหลลื่นของข้อมูลอย่างอิสระแน่นอน การทำความตกลงกันนั้น อนุญาตให้รัฐบาลไทย ติดตามสถานการณ์การก่อการร้ายอย่างใกล้ชิด ผ่านศูนย์กลางเครือข่ายด้านข้อมูลสืบราชการลับ (Wassana Nanuam "Rumsfeld : Terror threat rising" Bangkok Post 7 June 2005 p. 1) การเดินทางมาครั้งนี้เท่ากับรัฐบาลสหรัฐยื่นข้อเสนอความช่วยเหลือทางเทคนิคคือการให้ความช่วยเหลือด้านข้อมูลราชการลับ ความช่วยเหลือทางเทคนิคบอกอะไรที่สำคัญ 2 อย่าง ประการที่ 1 ความช่วยเหลือทางเทคนิคตรงนี้ได้เผยให้เห็นว่าสหรัฐและรัฐบาลไทยยอมรับว่า ความรุนแรงทางการเมืองในภาคใต้ไทยเป็นเรื่องขบวนการก่อการร้ายข้ามชาติ ทั้งๆ ที่ผู้นำดับสูงของไทยปฏิเสธและครั้งนี้ก็ปฏิเสธอีก การโน้มน้าวให้ทางการไทยการพัฒนาเครือข่ายข้อมูลราชการลับขัดแย้งกับที่รัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองประเทศสนทนากัน พลเอกธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีกลาโหมกล่าวว่า นายรัมส์เฟลด์ได้ขอให้เล่าถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ฟัง รัฐมนตรีกลาโหมของไทยระบุว่า เรื่องนี้มีกลุ่มก่อการร้ายพยายามใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือ แต่ประชาชนส่วนใหญ่รักสันติ ไม่ได้หลงเชื่อกลุ่มก่อการร้าย และการก่อการร้ายไม่ได้เชื่อมโยงกับขบวนการก่อการร้ายต่างประเทศ รัฐบาลไทยยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องภายใน ไม่มีการก่อการร้ายจากที่อื่นและจะพยายามแก้ไขปัญหา (มติชน 7 มิถุนายน 2548 หน้า 7) ถ้าเช่นนั้น มีความจำเป็นอะไรที่ทางการไทยจะต้องลงนามกับทางศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลสืบราชการลับที่มีศูนย์กลางอยู่ที่มาเลเซีย การหยิบยกข้ออ้างเกี่ยวกับปัญหาโจรสลัดในช่องแคบมะละกาเป็นข้ออ้างที่รัฐบาลสหรัฐใช้เพื่อตบตาพันธมิตรและประชาคมโลก ในทางกลับกัน ทางการสหรัฐมักจะตีความปัญหาพื้นฐาน เช่น ปัญหาโจรสลัดในช่องแคบมะละกาให้เกินความจริงเพื่อสอดรับกับยุทธศาสตร์หลักคือ การต่อต้านการก่อการร้ายสากล ประการที่ 2 เรื่องความช่วยเหลือทางเทคนิคเป็นกับดักทางเทคนิคในตัวเอง เป็นกลไกร้อยรัดบริวารให้ดิ้นหลุด จากยุทธศาสตร์หลักไม่ได้ ไม่น่าประหลาดใจอะไรที่ความช่วยเหลือทางเทคนิค ได้เพิ่มความระแวงจากเพื่อนบ้าน และโลกมุสลิมต่อไทย เพราะทางการไทยสนับสนุนการต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐมาอย่างต่อเนื่อง ความช่วยเหลือทางเทคนิคนี้เป็นข้อต่ออันหนึ่งเท่านั้น ก่อนเหตุการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ขยายตัว รัฐบาลไทยสร้างความไม่ไว้วางใจให้กับเพื่อนบ้านและโลกมุสลิมอยู่แล้ว รัฐบาลไทยขับไล่เจ้าหน้าที่สถานทูตอิรัก 3 คนออกนอกประเทศโดยกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่สถานทูตกำลังทำลายความมั่นคงแห่งชาติ หลังจากนั้น รัฐบาลไทยส่งทหารไปอิรัก จะเรียกการปฏิบัติหน้าที่นั้นสวยหรูอย่างไร กองทหารนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการทำสงครามต่ออิรักของรัฐบาลอเมริกัน รัฐบาลไทยได้ตอบสนองข้อเรียกร้องของรัฐบาลประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ใช้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งทำให้ประชากรไทยมุสลิมบางส่วนในภาคใต้ตกเป็นเหยื่อของกฎหมายนี้ สิงหาคม 2003 เจ้าหน้าที่ของไทยจับกุมนายฮัมบาลีแล้วอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สหรัฐนำตัวไปสอบสวน จนกระทั่งทุกวันนี้ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน แล้วรัฐบาลไทยก็ได้รับรางวัลจากรัฐบาลสหรัฐ ตุลาคม 2003 ประเทศไทยได้รับสถานะพันธมิตรนอกกลุ่มนาโต้ (Major non-NATO Alliance-MNNA) ซึ่งช่วยให้ทางการไทยได้เงื่อนไขพิเศษคือ การเข้าถึงข้อมูลข่าวกรองสหรัฐและรัฐบาลไทยยังได้เริ่มต้นเจรจาข้อตกลงทวิภาคีการค้าเสรี (Free Trade Area-FTA) กับสหรัฐ การได้รับรางวัลตอบแทนจากรัฐบาลวอชิงตันด้วยข้อตกลงสำคัญทั้งสถานะพิเศษของพันธมิตรหลักนอกนาโต้ การส่งกำลังทหารไปอิรัก การใช้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย ที่ทำให้เพื่อนบ้าน และเพื่อนของเราในโลกมุสลิม ไว้วางใจเราอย่างนั้นหรือ เหตุการณ์มัสยิดกรือเซะเมื่อเมษายน 2004 และโศกนาฏกรรมที่ตากใบเมื่อตุลาคม 2004 ยิ่งตอกย้ำให้ประเทศเพื่อนบ้านมุสลิมของเราและเพื่อนของเราในโลกมุสลิม หวาดระแวงและวิจารณ์การกระทำของรัฐบาล ที่กระทบต่อชะตากรรมพี่น้องมุสลิมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อนของเราจะคิดถึงความช่วยเหลือทางเทคนิค เพื่องานเครือข่ายงานข่าวกรองเป็นความงามทั่วไปและเป็นงานเสมียนอย่างนั้นหรือ
พ่อค้าอาวุธมาแล้ว เพื่อไม่ให้โอกาสเซ้งลี้หลุดมือไป ในเมื่อทางการไทยรับเงื่อนไขสถานะพิเศษพันธมิตรหลักนอกนาโต้ ส่งกองกำลังไปอิรัก เข้าถึงรับข้อมูลข่าวกรองเป็นกรณีพิเศษและกำลังพัฒนาระบบเทคนิคเครือข่ายข้อมูลข่าวกรองในระดับสากล ภายใต้การอำนวยการและความช่วยเหลือทางเทคนิคของสหรัฐ ทางการไทยจะไม่รับข้อเสนอการซื้อเครื่องบิน F-16 ของรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐที่มีพื้นฐานการค้าในตะวันออกกลางกระนั้นหรือ หนังสือพิมพ์ Bangkok Post ให้ข้อมูลน่าสนใจว่า นายรัมส์ด์เฟลด์ได้เสนอขายเครื่องบิน F-16 โดยไม่บอกจำนวนให้แก่กองทัพอากาศ "ในเงื่อนไขพิเศษ" มีรายงานว่าหลังจากที่ตระหนักว่า รัฐบาลกำลังศึกษาช่องทางการซื้อเครื่องบินจากแหล่งอื่นๆ เช่น เครื่องบิน SU-30s ผลิตในประเทศรัสเซีย และเครื่องบิน JAS-39s ทำในสวีเดน (Wassana Nanuam "Rumsfeld : Terror threat rising" Bangkok Post 7 June 2005 p. 1) ข้อเสนอนี้แสดงความเจนจัดของพ่อค้าอาวุธที่มีความรู้ในนโยบาย และยุทธศาสตร์การต่อต้านการก่อการร้ายระดับโลกอย่างกลมกลืน ในทำนองเดียวกัน แผนงานทางด้านการทหารและยุทธศาสตร์ของไทยก็ไม่ใช่ความลับสำหรับมหามิตร เจ้าหน้าที่ทำเนียบข่าวรู้สึกเป็นห่วงฝูงบิน F-16 ของกองทัพอากาศจะแสดงศักยภาพปกป้องความมั่นคงของชาติไม่ได้ ทางการไทยควรสร้างความแน่นอนต่อการปฏิบัติการของฝูงบินนั้นด้วยการซื้อเครื่องบิน F-16 เถิด ความลับของชาติและผลประโยชน์ของชาติไทยมักเป็นกับประชาชนชาวไทยตาดำๆ ที่ต้องจ่ายภาษี แต่สำหรับมหามิตร เขารู้อย่างแจ่มแจ้งอย่างนี้มานานแล้ว เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเราก็ได้แต่แสดงความกตัญญูมาหลายยุคหลายสมัย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นละครการเมืองภูมิภาคซ้ำซาก เป็นงานเลี้ยงของมหาเศรษฐีค้าสงคราม และชะตากรรมก็ตกอยู่กับประชาชนคนยากจนทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย หน้า 16
|