หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
ภาพเศรษฐกิจในสายตานักธุรกิจไทย

ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย  ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  กรุงเทพธุรกิจ  Bizweek  วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2548

วันนี้ผมขอเริ่มต้นด้วย ผลการสำรวจทัศนะ ของนักธุรกิจไทย เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2548 และปี 2549 ซึ่งได้ทำการสำรวจโดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

การสำรวจครั้งนี้พุ่งเป้าไปยังการตรวจสอบสถานภาพธุรกิจไทยรายไตรมาส และประเมินสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในมุมมองของนักธุรกิจ โดยเริ่มทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18-22 กรกฎาคม 2548 จากกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 600 ตัวอย่างทั่วประเทศไทย

แบ่งเป็นนักธุรกิจที่อยู่ในภาคเกษตรกรรมร้อยละ 10.4 นักธุรกิจที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม ร้อยละ 43.6 นักธุรกิจที่อยู่ในภาคการค้าร้อยละ 17.0 และนักธุรกิจที่อยู่ในภาคบริการ ร้อยละ 29.0

ผลการสำรวจสถานภาพธุรกิจไทยไตรมาสที่ 2 และแนวโน้ม พบว่า นักธุรกิจร้อยละ 55.5 มองว่าสถานภาพของตนเอง ในไตรมาสที่ 2 ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 0.8 เห็นว่าแย่ลง และร้อยละ 43.7 เห็นว่าไม่ต่างจากไตรมาสที่ 2 ของปี 2547

แต่เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปี 2547 (ตารางที่ 1) ผู้ที่ตอบว่าดีขึ้นน้อยลงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งนั่นย่อมเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสถานภาพธุรกิจไทยในปีนี้นักธุรกิจเองยังมองว่ายังคงมีแนวโน้มของการชะลอตัวลง

และเมื่อทำการพิจารณาแยกตามภาคธุรกิจ พบว่า นักธุรกิจในภาคบริการมองว่าสถานภาพธุรกิจของตนเองดีขึ้นน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับภาคธุรกิจอื่นๆ

เนื่องจากนักธุรกิจในสาขาบริการยังคงได้รับผลกระทบจากสึนามิ ที่ยังคงทำให้นักท่องเที่ยวยังไม่กลับมาท่องเที่ยว รองลงมาได้แก่นักธุรกิจภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรมตามลำดับ

อย่างไรก็ตามเมื่อสอบถามถึงแนวโน้มสถานภาพธุรกิจของนักธุรกิจในสาขาต่างๆ พบว่า นักธุรกิจส่วนใหญ่คาดว่าในไตรมาสที่ 3 สถานภาพธุรกิจยังคงมีแนวโน้มของการชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 2

แต่ในไตรมาสที่ 4 นักธุรกิจมองว่าสถานภาพธุรกิจน่าจะเริ่มมีการฟื้นตัวเพิ่มสูงขึ้นได้ นั่นเป็นสัญญาณอันแรกที่อาจจะบอกได้ว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศอาจจะมีแนวโน้มของการฟื้นตัวขึ้นในไตรมาสที่ 4

นั่นหมายความว่านักธุรกิจมองว่าภาวะเศรษฐกิจน่าจะชะลอตัวลงมากที่สุดน่าจะอยู่ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

นอกจากสถานภาพธุรกิจไทยรายไตรมาส แล้วทางศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังได้ทำการสำรวจ เรื่อง การประเมินผลภาวะเศรษฐกิจไทยในมุมมองของนักธุรกิจไทย ในช่วงเดือนสิงหาคม คือระหว่างวันที่ 7-12 สิงหาคม 2548

ผลการสำรวจพบว่า นักธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในปีนี้จะขยายตัวอยู่ในระดับร้อยละ 2.5-3.5 ส่วนในปี 2549 นักธุรกิจคาดว่าอัตราการขยายตัวน่าจะอยู่ในระดับร้อยละ 3.5 - 4.5 ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้นักธุรกิจมองภาวะเศรษฐกิจเช่นนั้น ก็เนื่องมาจากปัจจัยทางด้านของ ราคาน้ำมันเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือ ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยชะลอตัว และความวิตกกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลทางการค้า ตามลำดับ

และเมื่อพิจารณาถึงทัศนะเกี่ยวกับการประเมินสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันว่าดีหรือไม่นั้น พบว่านักธุรกิจเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันอยู่ในระดับปานกลางถึงร้อยละ 57.3 แต่เมื่อพิจารณาในช่วงครึ่งหลังของปีนักธุรกิจมองว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยจะดีขึ้นถึงร้อยละ 59.5 ซึ่งนั่นย่อมเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในสายตาของนักธุรกิจน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในครึ่งปีหลัง

เนื่องจากในช่วงไตรมาสสุดท้ายเป็นช่วงของฤดูกาลที่มีการส่งออกมีอัตราการขยายตัวสูงที่สุด นอกจากนี้เป็นช่วงของการใช้งบประมาณปีใหม่ ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น รวมทั้งเป็นช่วงของเทศกาลการท่องเที่ยว ที่อาจจะทำให้การท่องเที่ยวกับมาดีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งหมดนี้ก็คือผลการสำรวจของหอการค้าโพลล์ หรือ Chamber Business Poll จากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งในมุมมองของผมจากผลสำรวจดังกล่าวทำให้สามารถฟันธงได้ว่า จุดต่ำสุดของเศรษฐกิจจะอยู่ในไตรมาสที่ 3 และเมื่อทำการพิจารณาอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ในแต่ละไตรมาสในมุมมองของผมนั้น ผมเชื่อว่า ไตรมาสที่ 2 น่าจะขยายตัวอยู่ในระดับ 3.0-3.2 ไตรมาสที่ 3 จะอยู่ที่ 2.8-3.0 ซึ่งปัจจัยที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจส่วนใหญ่คือ ราคาน้ำมัน การชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การขาดดุลการค้า และการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด

อย่างไรก็ดี แม้การเติบของภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 จะมีแนวโน้มที่ลดลง แต่คาดว่า ในไตรมาสที่ 4 การเติบโตของเศรษฐกิจไทยน่าจะมีอัตราการขยายตัวได้ดีขึ้น เนื่องจากเริ่มเข้าช่วงเทศกาลท่องเที่ยว และช่วงฤดูกาลการส่งออก รวมทั้งยังมีการกระตุ้นของภาครัฐด้วย

อีกทั้ง ยังเป็นช่วงที่จะมีงบประมาณของผู้ว่าCEO งบประมาณ SML ที่จะมาเข้ากองคลัง ในช่วงไตรมาสที่ 4

งบรัฐบาลทั้งหมดจะส่งผลให้เศรษฐกิจดีขึ้น การส่งออกมากขึ้น ดุลการค้าก็ดีขึ้น จึงคาดว่าในไตรมาสที่ 4 จีดีพีจะอยู่ประมาณ 4-4.2 ซึ่งก็จะช่วยคลายสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ และคาดว่าจีดีพีทั้งปีจะอยู่ประมาณ

ทั้งหมดนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่ารัฐบาลคงจะยังสบายใจไม่ได้ เพราะการที่นักธุรกิจคาดว่าครึ่งปีหลังจะดีนั้น จะดีด้วยการขยายตัวเพียงร้อยละ 2.5-3.5 เท่านั้น ไม่ได้ขยายตัวในอัตราที่สูง หรืออยู่ในระดับที่หน่วยงานภาครัฐออกมาแสดงความคิดเห็น

แต่ถึงอย่างไรผมก็เชื่อว่ารัฐบาลคงต้องเร่งหามาตรการและเร่งประชาสัมพันธ์ลู่ทางการค้า รวมทั้งการลงทุนให้กับนักธุรกิจมากขึ้น รวมทั้งแนวทางการให้ความช่วยเหลือ เพื่อที่จะทำให้ธุรกิจเดินไปพร้อมกับเศรษฐกิจ

ไตรมาส ดีขึ้น แย่ลง ไม่เปลี่ยนแปลง
ไตรมาส 1/47 73.6 5.1 21.3
ไตรมาส2/47 69.2 8.1 22.7
ไตรมาส3/47 62.6 5.8 31.6
ไตรมาส 4/47 35.5 1.0 63.5
ไตรมาส 1/48 57.1 1.3 41.6
ไตรมาส 2/48 55.4 0.8 43.7
ไตรมาส 3*/48 54.3 4.3 41.4
ไตรมาส 4*/48 64.1 1.2 34.7

ตารางที่ 1 สถานภาพธุรกิจไทยตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ของปี 2547 จนถึงไตรมาสที่ 4 ของปี 2548
ที่มา : จากการสำรวจของ Chamber Business Poll (หอการค้าโพลล์)
หมายเหตุ : * แนวโน้มที่นักธุรกิจคาดการณ์

 

ตารางที่ 2 ผลการสำรวจทัศนะเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน และในครึ่งปีหลัง 2548
  ดี แย่ ปานกลาง ไม่มีความคิดเห็น
ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน 20.6 17.3 57.3 4.8
ภาวะเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 59.5 16.9 19.1 4.5

ที่มา : จากการสำรวจของ Chamber Business Poll (หอการค้าโพลล์)


"เมื่อพิจารณาในช่วงครึ่งหลังของปีนักธุรกิจมองว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยจะดีขึ้นถึงร้อยละ 59.5 ซึ่งนั่นย่อมเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในสายตาของนักธุรกิจน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในครึ่งปีหลัง "