หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
เสียงจากปัตตานี

โลกทรรศน์  อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์  มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 25 ฉบับที่ 1306

ผมเพิ่งกลับมาจากปัตตานี ผมได้เข้าร่วมสัมมนานานาชาติที่มีนักวิชาการชั้นนำจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกหลายคน ยิ่งไปกว่านั้น ผมมีโอกาสพูดคุยกับปัญญาชนผู้นำชุมชนและชาวบ้านชาวมุสลิมเป็นจำนวนมาก เกือบทั้งหมดระบายความรู้สึกของเขา ต่อมาตรการหลายๆ อย่างของรัฐในลักษณะคล้ายๆกัน พวกเขารู้สึกเจ็บปวดกับนโยบายของรัฐ นั่นคือ นโยบายติดตั้งยูบีซีเพื่อถ่ายทอดรายการแข่งขันฟุตบอลให้คนใน 3 จังหวัดภาคใต้ดู

ถ้าท่านผู้อ่านได้พูดคุยกับเขาเหล่านั้นอย่างที่ผมทำ จะไม่แปลกใจว่าทำไมพวกเขาจึงเจ็บปวด ไม่ใช่เรื่องสนุกนักสำหรับผมที่จะถ่ายทอดความรู้สึกเจ็บปวดเป็นตัวหนังสือแต่ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นวิธีหนึ่ง ที่บรรเทาความรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ ของพวกเขา และอาจจะช่วยทำให้ไฟใต้มอดดับลงในไม่ช้า

ผมจึงอยากจะเรียกสิ่งที่ผมได้รับฟังครั้งนี้ว่า เสียงจากปัตตานี

ความเจ็บปวดซ้ำซาก

พลันที่มีการปรับคณะรัฐมนตรีที่กรุงเทพฯ ไม่ว่าหน้าตาของคณะรัฐมนตรีจะเป็นอย่างไร หรือคณะรัฐมนตรีแต่ละชุด ที่ออกมาจะเป็นผลพวงของความขัดแย้ง และการแบ่งสรรผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ที่ไม่ลงตัว ดูเหมือนว่า ในระยะหลังหรือว่ากันตามตรงย้อนกลับไปในช่วงอดีตที่ผ่านมา รัฐมนตรีที่มีส่วนโดยตรง กับการบริหารสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย จะเป็นรัฐมนตรีที่สร้างผลกระทบในทางร้าย ให้กับดินแดนสามจังหวัดภาคใต้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ถ้าเป็นรัฐมนตรีที่ดีหน่อย กล่าวคือ เป็นคนที่เป็นตัวแทนหรือพื้นเพเดียวกับคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น เป็นผู้นำมุสลิม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็จะเป็นเป้าหมายของความรุนแรงในอีกลักษณะหนึ่ง กล่าวคือ จะด้วยความขัดแย้งทางผลประโยชน์ อุดมการณ์ทางการเมืองหรือแม้แต่อคติที่มีต่อผู้นำทางการเมืองคนละขั้วอำนาจหรือแม้แต่ฝ่ายเดียวกัน หรืออาจจะเป็นฝ่ายอื่นที่ต้องการสร้างสถานการณ์ ความขัดแย้งทางการเมืองจะปรากฏในรูปของความรุนแรงและการทำร้ายกัน เช่น การเผาโรงเรียนของเด็กตาดำๆ ก็มักจะเกิดขึ้นตามมา

ครั้นมาในระยะหลัง เมื่อรัฐมนตรีที่มีส่วนโดยตรงต่อ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ รูปธรรมของความไม่ลงตัว ของการจัดสรรผลประโยชน์ เช่น ตอนนี้ผู้นำระดับสูงต่างตกลงกันไม่ได้ระหว่างใครจะสมควรได้รับรางวัลทางการเมือง ให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผลสุดท้าย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยจึงตกกระไดพลอยโจนได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่เป็นนายทหารอากาศ

ด้วยความไม่ลงตัวของการจัดสรรตำแหน่งดังกล่าว ท่านอดีตแม่ทัพกองทัพอากาศซึ่งไม่มีความสันทัด ในการบริหารราชการในกระทรวงมหาดไทย อีกทั้งยังเป็นผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย จึงให้สัมภาษณ์อันเป็นสิ่งที่แสดงวิสัยทัศน์ของท่านในระยะแรกๆ ว่า ปัญหาของประเทศไทยไม่ใช่มีแต่ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ยังมีปัญหาความยากจนและอื่นๆ อีกมากมาย

คำพูดของท่านแสดงให้เห็นว่า ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เรื่องสำคัญเร่งด่วนในทัศนะของท่าน ทั้งๆ ที่ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองทุกระดับชั้นต่างเห็นพ้องกันว่า ปัญหาภาคใต้ของเราคือสิ่งบอกเหตุให้รู้ว่าได้เกิดวิกฤตของชาติ (national crisis) แล้ว

หลังจากนั้นไม่นาน รูปธรรมของนโยบายสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ ก็ชัดเจนขึ้น ท่านได้แสดงวิสัยทัศน์ของท่านด้วยการกล่าวในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทยประจำเดือน มีการถ่ายทอดระบบวิดีโอคอนเฟอเรนต์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศกรณีการแก้ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ศกนี้ว่า การสร้างหลักจิตวิทยามวลชนและการประชาสัมพันธ์ โดยมีแนวความคิดจัดหาโทรทัศน์พร้อมติดตั้งยูบีซีให้กับร้านกาแฟและร้านน้ำชาในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ เบื้องต้นได้รับบริจาคจากเอกชนแล้ว 250 เครื่องจากเป้าที่ตั้งไว้ 500 เครื่องที่กระจายไปสู่ 500 หมู่บ้าน (มติชน 16 สิงหาคม 2548 หน้า 15)

ท่าน มท. 1 ได้ขยายความว่า แนวคิดดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนโดยเฉพาะวัยรุ่น ได้เปลี่ยนแนวคิดให้หันมาสนใจเรื่องกีฬา มากกว่าออกไปไล่ฆ่ากัน (เน้นโดยผู้เขียน) โดยการติดยูบีซีก็จะมีการล็อคช่องให้ออกอากาศเฉพาะช่องกีฬา อาทิ อีเอสพีเอ็น ซุปเปอร์สปอร์ต ช่วงนี้เปิดฤดูกาลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกพอดี นอกจากนี้ จะติดต่อผู้บรรยายกีฬาชาวมุสลิมเข้ามาพากย์ ขณะเดียวกันจะสอดแทรกภาษาไทยเป็นตัววิ่ง รวมทั้งนำละครไทยมาคั่นรายการ กระทรวงมหาดไทยจะรับผิดชอบค่าไฟฟ้าทั้งหมด (มติชน 16 สิงหาคม 2548 หน้า 15)

ถ้าท่าน มท. 1 ไม่กล่าวในที่ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนต์อันเป็นการประชุมที่ไม่ต้องการรับฟังความคิดเห็นใดๆ แต่ต้องการถ่ายทอดคำสั่งของเสนาบดีลงไปเพื่อปฏิบัติ แล้วถ้าท่าน มท. 1 ลงไปถามชาวบ้านเอง โดยไม่ต้องให้ข้าราชการท้องถิ่นจัดฉาก ชาวบ้านที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อาจจะถามท่านเสนาบดีจนหาคำตอบไม่ทัน เช่น ท่านคิดว่าวัยรุ่นจะวางปืนแล้วมาเชียร์บอลหรือเอาระเบิดมาวางในร้านกาแฟไปเสียเลย ท่านคิดว่าความเคียดแค้นของเยาวชนจะหายไปพลันเพราะอยากดูถ่ายทอดฟุตบอลหรือ ท่าน มท.1 ไม่ลองติดยูบีซีตามร้านกาแฟในกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ดูก็ได้ แล้วลองดูว่าโจรแถวนั้นจะน้อยลงหรือไม่

ทั้งหมดนี้คือคำถามที่ชาวบ้านที่นั่นถามท่านเสนาบดี ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าท่านจะตอบได้ทันหรือไม่ หรืออาจจะมีชาวบ้านถามท่านว่า ท่านจะมานั่งดูบอลกับพวกเขาด้วยหรือเปล่า คำถามเหล่านี้ไม่มีอะไรสลับซับซ้อนแต่บอกให้เรารู้ว่า นโยบายสำคัญเช่นนี้ออกมาได้โดยรวดเร็วโดยขาดการไตร่ตรอง โดยที่ท่านเสนาบดีและผู้ร่วมคิดนโยบายไม่เคยสำรวจ หรือดูความต้องการของพื้นที่เลย ท่านเสนาบดีไม่ทราบมาก่อนหรือว่า ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยุ่งยากสลับซับซ้อนแค่ไหน ลำพังถ้าเอาทีวีมาแจกแล้วเปิดบอลให้ดูกัน สันติภาพที่ไหนก็เกิดขึ้นคงมีนายกรัฐมนตรี หรือประธานาธิบดีอีกหลายสิบประเทศเอายูบีซีมาแจกกัน ยังดินแดนความขัดแย้งและการประหัตประหารกัน เพื่อให้การรบราฆ่าฟันกันหมดไปตั้งนานแล้ว

ไม่ต้องรอความคิดอันบรรเจิดของ ฯพณฯ หรอก

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่นโยบายหรือวิสัยทัศน์อันบรรเจิดของชนชั้นนำทางนโยบายของไทยอันแรกและอันสุดท้าย วิสัยทัศน์ชั้นยอดของชนชั้นนำทางนโยบายคนแล้วคนเล่าต่างพรั่งพรูออกมาโดยไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ โดยเฉพาะผลกระทบในทางร้ายต่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นั่น ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ชาวบ้านแต่ละคนที่ผมได้พูดคุยด้วยต่างแสดงความเจ็บปวดต่อนโยบายที่ตลกร้ายต่อพวกเขาเช่นนี้ คล้ายๆ กับว่า เห็นพวกเขาเป็นอะไรจึงเสนออะไรก็ไม่รู้โดยไม่คิดถึงคนที่อาศัยอยู่ที่นั่นบ้างเลย

ในเวลาเดียวกันผมมีโอกาสสอบถามนักวิชาการชั้นนำจากทางมาเลเซีย สิงคโปร์และอินโดนีเซียที่มาร่วมสัมมนาครั้งนี้ นักวิชาการชั้นนำเหล่านั้นต่างมีความคิดเห็นสอดคล้องกันกับชาวบ้านที่นั่น กล่าวคือ ความผิดพลาดอย่างหนึ่งของทางการไทย คือ นโยบายจากบนลงล่าง (top-down) เป็นการเสนอนโยบายโดยขาดการรับฟังความคิดเห็นจากคนที่อยู่ในพื้นที่ แล้วผลที่ตามมาก็คือ ขาดความเข้าใจปัญหาที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สถานการณ์ต่างๆ ได้รุนแรง และบานปลายออกไปกลายเป็นชาวบ้านที่นั่น ขาดความไว้วางใจ (trust) และเชื่อมั่น (confidence) ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐและรัฐบาลมากขึ้นทุกขณะ

เสียงจากปัตตานียังคงก้องกังวานในใจผมไปอีกนาน

แต่จะมีเสนาบดีคนไหนฟังเสียงจากปัตตานีบ้าง

หน้า 16