หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
อย่าแกล้งลืม

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น  โดย เศรษฐ์ สันติ psanti@matichon.co.th   มติชนรายวัน วันที่ 08 สิงหาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10012

ไม่ใช่การฟื้นฝอยหาตะเข็บ แต่ต้องการทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและความถูกต้องชอบธรรม

คงจำกันได้กรณีนายวิทิต สัจจพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท เซิฟ เอ็กเซล จำกัด ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน)เมื่อกลางปี 2547 ทั้งๆ ที่มีเสียงทักท้วงว่า อาจขัดต่อ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 เนื่องจากบริษัท เซิฟ เอ็กเซล เป็นคู่สัญญากับบริษัท กสท ในการทดสอบให้บริการด้วยเสียงผ่านระบบอินเตอร์เน็ต( VolP)ขาเข้าประเทศไทย

ช่วงเวลานั้นทั้งๆ ประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) บริษัท กสท และนายวิทิตเถียงคอเป็นเอ็นยกข้อกฎหมาย(อ่านแล้วมึนว่าใช้ตำราไหน)ขึ้นมาต่อสู้ อาทิ สัญญาดังกล่าวยังมิได้ผ่านการเห็นชอบจากบอร์ด(แต่ข้อเท็จจริงสัญญาประเภทนี้ กสท ลงนามไปเป็นจำนวนมากเพราะเป็นสัญญาทั่วไป, บริษัท เซิฟ เอ็กเซลไม่ใช่คู่สัญญากับบริษัท กสท เพราะเพียงแต่ลงนามในสัญญาเท่านั้น แต่ยังมิได้เริ่มเปิดให้บริการ ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกฤษฎีกาก็วินิจฉัย(หนังสือ นร.0901/0585ลว.6 พฤษภาคม 2548) ว่า นายวิทิตถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับ กสท เนื่องจากเป็นคู่สัญญา ทำให้นายวิทิตต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท ในที่สุด

แต่เรื่องยังมิได้จบแค่นั้น เพราะยังมีปัญหาค้างคาระหว่าง กสท กับบริษัท เซิฟ เอ็กเซล ดังจดของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท ซึ่งทำถึงนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ ประธานบอร์ด กสท ขอให้เร่งรัดการเรียกเก็บเงินประกันสัญญาจากบริษัท เซิฟ เอ็กเซล ดังนี้

ตามที่ บริษัท กสท ได้ทำสัญญากับ บริษัท เซิฟ เอ็กเซล เพื่อดำเนินการทดสอบบริการ VolP ขาเข้าประเทศไทย และมีการทำข้อตกลงการค้ำประกันสัญญาเป็นวงเงิน 3.8 ล้านบาท ซึ่งต่อมา บริษัท เซิฟ เอ็กเซล ไม่สามารถดำเนินการได้ตามสัญญา และขอยกเลิกสัญญาดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายต่อ บริษัท กสท และบริษัท กสท จึงเตรียมการที่จะเรียกร้องให้บริษัท เซิฟ เอ็กเซล ชดใช้ความเสียหายตามวงเงินดังกล่าวข้างต้น

แต่เนื่องจากนายวิทิต สัจจพงษ์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ บริษัท กสท และมีการโต้แย้งว่า การทำสัญญาที่เกิดขึ้น บริษัท เซิฟ เอ็กเซล ยังไม่เป็นคู่สัญญาร่วมการงานกับ บริษัท กสท ทำให้การติดตามเรียกชำระหนี้ดังกล่าวต้องหยุดชะงักลง

ต่อมา คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่า มื่อบริษัท เซิฟ เอ็กเซล เข้าเป็นคู่สัญญากับ บริษัท กสท เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2546 นายวิทิตฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เซิฟ เอ็กเซล จึงมีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการโทรคมนาคมของบริษัท กสท ซึ่งเป็นกิจการหลักของรัฐวิสาหกิจเป็นสำคัญ และเป็นการมีประโยชน์ได้เสียในทางตรงด้วย

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท เห็นว่า เมื่อบริษัท เซิฟ เอ็กเซล เป็นคู่สัญญากับบริษัท กสท เมื่อไม่ปฏิบัติตามสัญญาทำให้เกิดความเสียต่อ กสท จึงขอให้บริษัท กสท พิจารณาเร่งรัดให้เรียกเก็บเงินประกันสัญญาจากบริษัท เซิฟ เอ็กเซล เพื่อทดแทนความเสียหายที่เกิดขึ้นให้เป็นไปตามสัญญาที่ได้ทำข้อตกลงไว้ต่อไปด้วย

ในคราวดันทุรังแต่งตั้งนายวิทิตเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท หลังจากที่คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยออกมาชัดเจน ไม่เคยเห็นบอร์ดคนใดแสดงความรับผิดชอบในการกระทำของตัวเองเลย

มาถึงเรื่องการทวงเงินจากบริษัท เซิฟ เอ็กเซล ที่เข้าข่ายผิดสัญญา กรุณาอย่ามั่วนิ่มทำเฉยแบบเดิมอีก

หน้า 20