|
||||||||||||||
|
กับดักแห่งอำนาจ
โลกทรรศน์ อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 25 ฉบับที่ 1293 ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยมีความสลับซับซ้อนมากอย่างที่เราอยู่กันอยู่แล้ว ความคิดเห็นและคำอธิบายต่างๆ ก็มีมากมาย หลายคำอธิบายแสดงถึงความแตกต่างกันทั้งในแง่ วิธีคิด สถานะทางสังคม จุดยืนทางการเมือง ผลประโยชน์ต่างๆ และสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจของฝ่ายต่างๆ มากมายในสังคมการเมืองไทยปัจจุบัน ที่สำคัญข้อถกเถียงในเรื่องปัญหาในภาคใต้ไม่มีทางที่จะจบลงง่ายๆ เราไม่ควรลืมว่า ปัญหาในภาคใต้ของไทยเกือบทั้งหมดเป็นเรื่องเดิมที่ยังไม่จบสิ้นนั่นเอง เพียงแต่ปัญหาเดิมเหล่านั้นได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งภายใต้บริบทใหม่ที่สลับซับซ้อนไปกว่าเดิมเท่านั้นเอง ตอนนี้ดูเหมือนสังคมไทยกำลังจะได้ข้อมูลใหม่อะไรบางอย่างเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้ ที่ถูกโยงใยกับเครือข่ายการก่อการร้ายสากล ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวพร้อมๆ กับการเปิดโอกาสให้รัฐและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมีความชอบธรรมมากขึ้นในการจัดการปัญหาที่มีเครือข่ายสากล เครือข่ายสากล ? ความจริงแล้ว ผู้นำทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐนั่นเองได้ให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันเองเกี่ยวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวคือ ในระยะแรก ท่านนายกฯ ทักษิณพยายามอธิบายมาตั้งแต่ต้นว่า ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้เป็นเรื่องภายใน เป็นตั้งแต่โจรกระจอกไปจนถึงกลุ่มของผู้สูญเสียผลประโยชน์จากการค้ายาเสพติด บ่อนและการค้าของเถื่อนตามแนวชายแดน ในภายหลัง ความรุนแรงในภาคใต้ถูกขยายออกไปเป็นความเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างประเทศ แต่ก็เป็นเครือข่ายที่ได้รับการสนับสนุนด้านสถานที่การฝึกอาวุธในประเทศเพื่อนบ้านของเราเองคือประเทศมาเลเซีย หรือมีการเชื่อมโยงว่าความรุนแรงในภาคใต้ได้รับแรงดลบันดาลใจทางอุดมการณ์กับประเทศเพื่อนบ้านของเราอีกประเทศหนึ่งนั่นคือ อินโดนีเซีย ถึงแม้การให้สัมภาษณ์ทางสื่อมวลชนเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนั่นจะมีความคลุมเครือ เพราะทุกวันนี้ทางการของไทยก็ยังหาหลักฐานมาแสดงต่อประชาคมโลกได้ว่า ประเทศเพื่อบ้านของเราเป็นฐานที่มั่นในการฝึกอาวุธ หรือเป็นแหล่งดลบันดาลใจทางอุดมการณ์ แต่ไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่า การประกาศออกไปเช่นนั้นของนายกรัฐมนตรีไทยช่วยให้รัฐบาล และพรรครัฐบาลไม่ต้องได้รับผลเสียหายจากความวุ่นวายทางการเมืองในภาคใต้ โดยผลที่ออกมาก็คือ ชัยชนะจากการเลือกตั้งอย่างถล่มทะลายครั้งที่ 2 ของรัฐบาลและพรรคไทยรักไทยนั่นเอง ถึงกระนั้นก็ตาม คงจะด่วนสรุปไม่ได้ว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่รายล้อมท่านนายกฯ ทักษิณนั่นไม่เคยคิด วิเคราะห์หรือแม้แต่เชื่อว่า ความวุ่นวายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเชื่อมโยงกับขบวนการก่อการร้ายสากล ไม่โดยตรงก็โดยอ้อม แกนนำฝ่ายความมั่นคงในรัฐบาลก็ดีเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายความมั่นคง ต่างเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะมาตั้งแต่ต้นว่า มีขบวนการก่อการร้ายสากล เป็นองค์กรสนับสนุนกลุ่มผู้สร้างความไม่สงบในภาคใต้ของไทย ในที่สุด การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการก่อการร้ายสากลกับกลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้ก็ออกมาอย่างเป็นระบบ มีการรายงานข่าวทางสถานีโทรทัศน์บางช่องเผยแพร่ภาพจากแผ่นซีดีที่ค้นพบจากโรงเรียนปอเนาะแห่งหนึ่ง ภาพดังกล่าวเป็นภาพการฝึกอาวุธของขบวนการอัล เคดะห์ ซึ่งเป็นขบวนการก่อการร้ายที่คนทั่วโลกพากันหวาดกลัว หลังจากนั้นไม่นาน นายกฯ ทักษิณได้กล่าวในรายการวิทยุ นายกฯ ทักษิณคุยกับประชาชน เมื่อวันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า "...เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นจีฮาดวิทยา หรือ ปอเนาะจีฮาด และได้พบกระสุนปืน หลักฐานเกี่ยวกับการฝึกกำลังทหาร เอกสารลับเกี่ยวกับรัฐอิสระปัตตานีและแผ่นซีดีการฝึกอาวุธของขวนการอัล เคดะห์..." ("Al-Qaeda CDs bagged in pondok raid" The Nation 22 May 2005) เครือข่ายสากลหรือการต่อสู้ทางนโยบาย ถึงแม้รายการนายกฯ ทักษิณคุยกับประชาชน จะกลายเป็นคำสั่งของนายกรัฐมนตรีในนโยบายของรัฐบาล หลายต่อหลายนโยบายไปแล้วก็ตาม มีความคิดเห็นที่แตกต่างออกไปจากการอธิบายความเชื่อมโยง กลุ่มก่อความไม่สงบกับเครือข่ายสากล จนในบางครั้งต้องตั้งคำถามขึ้นมาว่า การเชื่อมโยงเรื่องเครือข่ายก่อการร้ายสากลเกิดขึ้นท่ามกลางการเมืองภายในและการเมืองระหว่างฝ่ายความมั่นคงหรือไม่ ? นายโมฮาหมัด อริวี เลขาธิการสมาคมโรงเรียนอิสลามชายแดนกล่าวว่า จีฮาดวิทยาไม่ได้จดทะเบียนกับหน่วยงาน ที่ได้รับการยอมรับใดๆ เลย นอกจากนี้ เขายังชี้ให้เห็นว่า ตัวโรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่เปิด อยู่ในเขตตอนล่างของตำบลยะหริ่ง จังหวัดยะลา และการฝึกฝนทางทหารใดๆ ไม่สามารถทำได้ทั้งในเวลากลางวัน และกลางคืน โดยที่กำลังทหาร และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงเป็นหลายพันคนจะไม่รู้ ("Al-Qaeda CDs bagged in pondok raid" The Nation 22 May 2005) ข้อสังเกตของเขาซึ่งโต้แย้งการแสดงความเชื่อมโยงกลุ่มก่อความไม่สงบกับเครือข่ายก่อการร้ายสากล เป็นข้อสังเกตต่อรายงานขององค์กรระหว่างประเทศที่ติดตามความไม่สงบในภาคใต้ว่า ไม่น่าจะเชื่อมโยงกับเครือข่ายก่อการร้ายสากลได้ รายงานชิ้นล่าสุดของ International Crisis Group ได้เขียนบทวิเคราะห์ออกมาว่า การตัดสินใจเมื่อเดือนสิงหาคม 2003 เพื่อส่งกองกำลังของไทยสนับสนุนการทำสงครามในอิรัก ภายใต้การนำของสหรัฐ อาจจะสร้างความโกรธแค้นให้กับชาวมาเลย์มุสลิม รวมทั้งความรู้สึกเสียใจต่อพี่น้องมุสลิมในอิรัก ปาเลสไตน์และเชชยา ในบางกรณีอาจจะสร้างความรู้สึกร่วมของการตกเป็นเหยื่อ แต่ความรู้สึกนี้มีความเบาบางมากที่จะนำไปสู่การสนับสนุนให้เกิดการใช้ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ประชาชนมีแนวโน้มเก็บรับความรุนแรงที่อาจจะพบเห็นได้จากเหตุการณ์การโจมตีของขบวนการก่อการร้าย แต่พวกเขาไม่ได้ลอกเลียนแบบการปฏิบัติการนั้นด้วยตัวของเขาเอง ("Southern Thailand : Insurgency, not Jihad" International Crisis Group, Asia Report No. 98 18 May 2005 p. 32) รายงานฉบับดังกล่าวยังวิเคราะห์ต่อไปว่า มีนักวิเคราะห์หลายคนอ้างอิงอิทธิพลที่เติบโตขึ้นของ Wahhabisim และการไหลของเงินจากตะวันออกกลางแต่ไม่จำเป็นที่อิทธิพลและเงินเหล่านี้จะเชื่อมโยงกับอุดมการณ์ที่ตายตัว คับแคบและความรุนแรง รายงานที่ใช้การสัมภาษณ์คนกลุ่มต่างๆ จำนวนมาก ยกตัวอย่าง ผู้ก่อตั้งและอธิการบดีวิทยาลัยอิสลามยะลา อิสมาเอล ลูฟฟี จาปากียะ ว่าเขาเป็นคนมีแนวความคิดที่บริสุทธิ์ นักวิชาการในวิทยาลัยของเขามาจากโครงการแลกเปลี่ยนจากประเทศในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานอะไรว่า เขาเกี่ยวข้องกับความรุนแรง ("Southern Thailand : Insurgency, not Jihad" International Crisis Group, Asia Report No. 98 18 May 2005 p. 32) การเชื่อมโยงกลุ่มความไม่สงบกับขบวนการก่อการร้ายสากล เป็นแนวความคิดที่มีมานานแล้ว ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงบางกลุ่ม แต่การเชื่อมโยงดังกล่าวได้ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ท่ามกลางการเมืองภายในของผู้วางนโยบายทางด้านความมั่นคงใน 3 จังหวัดภาคใต้ เป็นการหยิบยกการเชื่อมโยงขบวนการก่อการร้ายสากล ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องการร่างกฎหมายใหม่ ที่จะนำมาใช้แทนกฎอัยการศึก ท่ามกลางการทำงานของคณะกรรมการอิสระ เพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ ที่ถูกท้าทายต่างๆ นานาจากฝ่ายต่างๆ การเชื่อมโยงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการตัดสินใจเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ทำงานอยู่ในภาคใต้ และการสูญเสียจากการระเบิดพร้อมๆ กับ 32 จุดในจังหวัดปัตตานี ดูเหมือนว่า เรากำลังอยู่ในกับดักทางอำนาจและผลประโยชน์ กับดักที่ขีดวงจำกัดให้ฝ่ายความมั่นคง ใช้ความรุนแรงเพียงอย่างเดียว หน้า 16
|