หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
ระเบิดลำไยลูกใหม่

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น  โดย วุฒิ สรา wutsara2000@yahoo.com   มติชนรายวัน  วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9938

ผลการสอบสวนทุจริตลำไยปีที่แล้วงวดเข้ามาทุกที คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ออกมาระบุว่าได้รับผลการสอบสวนอย่างไม่เป็นทางการจากคณะกรรมการที่ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว ซึ่งมีทั้งข้าราชการและเอกชนเกี่ยวข้องอยู่หลายคน

แต่จะจัดการขั้นเด็ดขาดกับใครแค่ไหน ต้องติดตามกันต่อไป ว่าจะล้างคราบสกปรกในวงการแทรกแซงลำไยออกไปได้แค่ไหน

จะว่าไปแล้วต้นเหตุหลักที่ก่อให้เกิดการทุจริตวงการลำไยก็คือรัฐบาลนั่นเอง โดยเริ่มเมื่อปี 2540 ที่รัฐบาลอ้างความเดือดร้อนของชาวสวนลำไย แล้วก็ผลักดันโครงการแทรกแซงราคาลำไย แล้วก็มีเหลือบเข้ามาหากิน แม้รัฐบาลจะพยายามปิดช่องทางการทุจริตอย่างไร ขบวนการโกงก็สามารถพัฒนาการหากินได้แยบยลขึ้น

จนล่าสุดที่มีการว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้ามารับผิดชอบในการรับซื้อลำไยสด และแปรรูปเป็นลำไยอบแห้งเก็บสต๊อคให้รัฐบาล ซึ่งก็มีการโกงกันตั้งแต่การจดทะเบียนเกษตรกรชาวสวนลำไยปลอม การรับซื้อลำไยของกลุ่มตัวเอง การสต๊อคลมลำไย การลักลอบนำลำไยออกไปขาย ทำให้ลำไยหายไปจากโกดังถึงกว่า 5 หมื่นตัน

อย่างไรก็ตาม ต้องให้ความเป็นธรรมกับคุณหญิงสุดารัตน์ ที่เพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ และต้องเข้ามากวาดสิ่งสกปรกทั้งหลายที่เกิดขึ้นในอดีต

ถึงกระนั้น รมว.เกษตรฯก็จะต้องตั้งหลักให้ดีในโครงการแทรกแซงลำไยฤดูใหม่ที่กำลังจะทะลักออกมาประมาณปลายเดือนมิถุนายนนี้

มาตรการแทรกแซงราคาลำไยฤดูใหม่นี้ คุณหญิงสุดารัตน์ยืนยันว่าจะไม่รับจำนำลำไยทั้งระบบ และจะเน้นระบายลำไยออกให้เร็วที่สุด ทั้งภายในและต่างประเทศ โดยจะเน้นลำไยสดเป็นหลัก

นอกจากนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ยังเดินทางไปเจรจากับจีน โดยมี "สุริยา ลาภวิสุทธิสิน" รมช.พาณิชย์ ร่วมคณะไปเจรจาขายลำไยสดให้กับจีน และมีการเซ็นเอ็มโอยู(บันทึกความเข้าใจ)กับเอกชนจีน ว่าจะซื้อลำไยจากไทยกว่า 1 แสนตัน ล่าสุด "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" รองนายกฯและ รมว.คลัง ที่เดินทางไปเยือนจีนและหารือกับ รมว.พาณิชย์ของจีน และขอร้องให้จีนซื้อลำไยเพิ่มอีก 2 แสนตัน รวมแล้วกว่า 3 แสนตัน

หากดูผิวเผินแล้วดูเหมือนว่ารัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ มีมาตรการพร้อมที่จะรับมือกับลำไยฤดูใหม่ที่จะออกมา

แต่หากพิจารณาในรายละเอียดแล้ว น่าเป็นห่วงว่ามาตรการแทรกแซงราคาลำไยฤดูใหม่นี้อาจจะเละเทะกว่าเก่า เพราะเท่าที่ทราบกระทรวงเกษตรฯจะให้สหกรณ์ต่างๆ มาทำหน้าที่ในการรวบรวมผลผลิตลำไยจากเกษตรกร ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะปิดช่องการหากินได้แค่ไหน และการขึ้นทะเบียนเกษตรกรมีความรอบคอบเพียงใด

ที่สำคัญสหกรณ์ต่างๆ ว่าจะรับมือไหวหรือไม่ เพราะคาดกันว่าปีนี้อาจจะมีปริมาณลำไยมากกว่า 6 แสนตัน

นอกจากนี้ อย่าลืมว่าผลิตลำไยจะทยอยออกมาเฉลี่ยวันละ 2 ล้านกิโลกรัม และจะต้องมีภาชนะมาใส่นั่นคือลังพลาสติค ซึ่งจะต้องใช้วันละประมาณ 2 แสนใบ ถามว่าขณะนี้มีการเตรียมสต๊อคลังพลาสติคไว้แค่ไหน เพราะจะต้องใช้เวลาในการสั่งผลิต ไม่ใช่จะหาซื้อได้ทันทีทันใด

ส่วนการส่งออก โดยการขายลำไยล่วงหน้ากับจีนนั้น ดูก็เข้าท่าดี แต่ที่ รมช. "สุริยา" บอกว่ามีสต๊อคลำไยสดในมือแล้ว 1.2 แสนตัน โดยขายให้จีน 1 แสนตัน ที่เหลือเป็นประเทศอื่นๆ นั้น ด้วยความเคารพ ช่วยบอกรายละเอียดให้ชัดเจนได้หรือไม่ว่า มีการซื้อขายกันในราคาเท่าไหร่ ใครจะเป็นคนขาย และจะส่งมอบเมื่อไหร่

เพื่อยืนยันว่าที่รัฐมนตรีไปยืนเป็นสักขีพยาน ในการเซ็นเอ็มโอยูนั้น จะมีการซื้อขายกันจริงๆ ไม่ใช่แค่พิธีการให้ดูว่ามีผลงาน ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลการตัดสินใจผิดพลาดได้

แต่ก็หวังว่า ทั้งกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์ มีมาตรการรองรับอย่างดีแล้ว ไม่เช่นนั้นลำไยที่กำลังจะออกสู่ตลาดเร็วๆ นี้ อาจเป็นระเบิดลูกใหม่ แล้วมีใครบางคนต้องได้รับบาดเจ็บกันอีก

หน้า 20