|
||||||||||||||
|
ทัวร์ศูนย์เหรียญยังอาละวาด
คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น โดย เศรษฐ์ สันติ psanti@matichon.co.th มติชนรายวัน วันที่ 09 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9921 เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ(จีน)กับบริษัททัวร์ จึงต้องร่วมทางกับผู้คนร้อยพ่อพันแม่ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน โปรแกรมที่ถูกวางไว้อย่างยาวเหยียดในช่วง 4-5 วัน ทำให้ต้องย้ายโรงแรมนอนทุกคืน ได้สัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งแบบ "ด่วน" เพียงครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงหรืออย่างมากสุดไม่เกินหนึ่งชั่วโมงครึ่ง แน่นอน เมื่อคนมาก มากความต้องการ ทำให้ผู้ที่ไม่คุ้นชินกับการท่องเที่ยวแบบนี้ หรือเคยเที่ยวแบบสบายๆ อาจรู้สึกหงุดหงิดกับปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น สมาชิกในกลุ่มหลงทาง การไม่ตรงต่อเวลา ฯลฯ ยิ่งการไปครั้งนี้ตรงกับช่วงวันหยุดยาวในวันแรงงานของจีนแล้ว ทำให้แต่ละแห่งแน่นขนัดไปด้วยชาวจีนหลายสิบล้านคน ต้องแย่งกันกิน แย่งกันใช้ และหนักที่สุดคือแย่งกันเข้าห้องน้ำที่คิวยาวเหยียดสำหรับสุภาพสตรี ใครคิดจะไปเที่ยวกับบริษัททัวร์แบบนี้ ต้องทำใจ ไม่คาดหวังสูง ขอให้อยู่กินเหมาะสมกับราคาทัวร์ย่อมเยาเป็นพอ แต่ประสบการณ์ที่ได้มาในครั้งนี้คือ ความรู้ในเรื่องธุรกิจท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศซึ่งมีความซับซ้อนอย่างมากในการแสวงหาผลประโยชน์ด้วยการด้วยการขูดรีดข่มขู่นักท่องเที่ยวอย่างไม่ชอบธรรม ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) พยายามตีปี๊บว่าแก้ไขปัญหาได้สำเร็จแล้ว จำได้ว่าเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ปัญหาทัวร์ราคาถูกซึ่งนำคนจีนมาท่องเที่ยวในประไทย หรือที่เรียกกันว่า "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" เคยเป็นข่าวครึกโครม จนทางการจีนสั่งชะลอไม่ให้คนจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยระยะหนึ่งเพื่อเจรจาแก้ไขปัญหา จนกระทั่งมีการทำบันทึกข้อตกลงระหว่าง 2 ประเทศว่าจะแก้ไขปัญหา เช่น ให้บริษัททัวร์จีนส่งค่าใช้จ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวจีน มาให้บริษัททัวร์ในอัตรา 18 ดอลลาร์สหรัฐ(720 บาท)/วัน/คน เพื่อเป็นค่าใช้สำหรับบริษัททัวร์ในประเทศไทยอย่างเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องไปขูดรีดข่มขู่จากนักท่องเที่ยวจีนอีก แต่บันทึกข้อตกลงดังกล่าวเป็นเพียงแค่เศษกระดาษที่ไม่มีใครปฏิบัติตาม ทุกวันนี้บริษัททัวร์ในประเทศจีนซึ่งทางการจีนควบคุมอยู่(บริษัททัวร์จะส่งนักท่องเที่ยวไปต่างประเทศแต่ละครั้ง ต้องได้รับอนุญาตจากการท่องเที่ยวจีน) เก็บค่าทัวร์กับคนจีนที่ต้องการมาเที่ยวในไทย (5 วัน 4 คืน) ในอัตราหัวละประมาณ 1,800 หยวน(ประมาณ 9,000 บาท)เท่านั้น(เป็นอัตราตลาดที่เก็บในอัตรานี้ทุกบริษัท) ซึ่งไม่พอแม้แต่ค่าเครื่องบินไป-กลับ เมื่อเก็บค่าทัวร์ในอัตรานี้ แน่นอนว่าย่อมไม่มีค่าใช้จ่ายที่จะมาจ่ายให้แก่บริษัททัวร์ในไทย แต่บริษัททัวร์ในไทย(ซึ่งตั้งขึ้นโดยคนไต้หวันหรือคนจีน) ก็ยังคงดิ้นรนหรือแข่งกันที่จะเอานักเที่ยวจีนเข้ามาในไทย (เพื่อนำมาเชือด-ขูดรีด) ด้วยการจ่ายเงินซื้อค่าหัวนักท่องเที่ยวให้แก่บริษัททัวร์ในจีนหัวละนับพันบาท สมมุติทัวร์คณะหนึ่งมี 30 คน บริษัททัวร์ในไทยต้องจ่ายเงินให้แก่บริษัททัวร์ในจีนตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไปถึงนับแสนบาท ซึ่งและเมื่อนำทัวร์คณะนี้เข้ามาแล้ว บริษัททัวร์ในไทยยังต้องมีค่าใช้จ่ายในเรื่องค่ารถ ค่าโรงแรม ค่าอาหาร ฯลฯ เพื่อนำทัวร์คณะนี้ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่กำหนดไว้ เช่น วัดพระแก้ว พระที่นั่งวิมานเมฆ พัทยา เพื่อให้ได้ทุนที่จ่ายไปแล้วคืนและมีกำไร บริษัททัวร์ในไทยจะให้ไกด์ขายโปรแกรมเสริมให้แก่นักเที่ยวในอัตราสูง เช่น พาไปล่องแพเมืองกาญจน์ ดูโชว์ลามก หรือแม้แต่ไปเที่ยวอาบอบนวด ฯลฯ เป็นน่าสังเกตว่า โปรแกรมการท่องเที่ยวเหล่านี้จะจัดไว้อย่างหลวมๆ ทั้งที่มีเวลาถึง 5 วัน เพื่อจะได้(บีบ)ขายโปรแกรมเสริมให้ในภายหลัง เมื่อขายโปรแกรมเสริมเหล่านี้ได้กำไรแล้ว บริษัททัวร์ในไทย ยังต้องแบ่งกำไรที่ได้ส่วนหนึ่งกลับคืนให้แก่บริษัททัวร์ในจีนเพิ่มอีก เพื่อป้องกันการขาดทุน บริษัททัวร์ในไทยจึงบังคับให้ไกด์ต้องซื้อหัวต่อจากบริษัทในอัตราหัวละ 800-5,000 บาท เป็นการบีบให้ไกด์ต้องขายโปรแกรมเสริมให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดปัญหาอื้อฉาวขึ้น ทางกระทรวงท่องเที่ยวฯพยายามเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยมีข้อกำหนดว่า บริษัททัวร์ต้องจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงให้ไกด์ มิใช่ให้ไกด์ต้องไปซื้อค่าหัวจากบริษัททัวร์ ทางบริษัทก็บีบให้ไกด์ลงชื่อในเอกสาร ว่ามีการจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงแล้ว โดยไม่มีการจ่ายค่าเบี้ยงเลี้ยงจริง หรือแม้กระทั่งทำในรูปการร่วมทุน ในระยะหลังเมื่อการแข่งขันยังคงสูงขึ้น บริษัททัวร์ในไทยยังนำเงินไปวางมัดจำล่วงหน้าให้แก่บริษัททัวร์ในจีนอีกด้วย ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการท่องเที่ยวรายหนึ่งบอกว่า ทัวร์ศูนย์เหรียญยังคงเป็นปัญหาใหญ่ เพียงแต่ถูกซุกอยู่ใต้พรมเท่านั้น เมื่อไม่กี่วันมานี้ หนังสือพิมพ์ในหนานจิง (นานกิง) ยังลงข่าวว่านักท่องเที่ยวจีนคณะหนึ่ง ที่มาท่องเที่ยวไม่ยอมซื้อโปรแกรมเสริม ถูกบังคับด้วยการไม่ยอมพาไปเที่ยวตามโปรแกรม ปิดแอร์ และขู่เข็ญสารพัด เช่นเดียวกับในช่วงวันชาติจีนประมาณเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ก็มีการลงข่าวในทำนองเดียวกัน นักท่องเที่ยวจีน ถึงขั้นคุกเข่าอ้อนวอนไกด์ แต่ไม่เป็นผล ผมไม่ทราบหรอกครับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีท่องเที่ยวฯจะสนใจปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่กำลังทำลายการท่องเที่ยวไทยอย่างรุนแรงหรือโครงการโคล้านตัวมากกว่ากัน หน้า 20
|