หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2005 p1

บทความปี 2004 p2 บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
ปลอมหอมมะลิกับราคาข้าว

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น  โดย วุฒิ สรา wutsara2000@yahoo.com  มติชนรายวัน วันที่ 09 มิถุนายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9952

วันก่อน "พล.ต.อ.เฉลิมเดช ชมพูนุท" โฆษกรัฐบาล ออกมาแถลงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯ หยิบยกเรื่องการปลอมปนข้าวหอมมะลิก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน

โฆษกรัฐบาลบอกว่า "นายกฯขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งรัดการแก้ไขปัญหาการปลอมปนข้าวหอมมะลิ หากพบว่ามีโกดังใดฝ่าฝืนก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เนื่องจากราคาข้าวหอมมะลิไม่ขยับ และเชื่อว่าหากมีการจัดการอย่างจริงจัง น่าจะทำให้ราคาข้าวดีขึ้น"

แต่การปลอมปนข้าวหอมมะลิกับราคาข้าวนั้นเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันมากน้อยแค่ไหน? ควรพิจารณาให้ดี

หากว่ากันตามกลไกตลาดปกติของการค้าข้าวแล้ว ปัจจัยสำคัญของราคาข้าวอยู่ที่การส่งออก หากส่งออกได้มาก ราคาสูง ก็จะสะท้อนกลับมายังราคาข้าวสารและข้าวเปลือกภายในประเทศ

ดังนั้น จะต้องแยกแยะให้ชัดเจนว่าเป็นการปลอมปนข้าวหอมมะลิเพื่อส่งออก ทำให้ผู้นำเข้าชะลอการรับซื้อ และส่งผลให้ราคาข้าวภายในประเทศตกต่ำ?

หรือว่าเป็นการปลอมปนข้าวหอมมะลิเพื่อ "แหกตา" รัฐบาล หวังกินส่วนต่างราคาจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2547/48 กันแน่?

โครงการรับจำนำฤดูผลิตปี 2547/48 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2547 ถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2548 (ยกเว้นภาคใต้ ให้รับจำนำตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2548) และให้ราคารับจำนำค่อนข้างสูงมาก โดยเฉพาะข้าวเปลือกหอมมะลิ ให้สูงถึงตันละ 1 หมื่นบาท (ความชื้นไม่เกิน 15% และสีได้ต้นเจ้า 42 กรัม) ส่วนข้าวเปลือกหอมจังหวัด ตันละ 7,700 บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี (ที่มีคุณสมบัติทางกายภาพเหมือนข้าวหอมมะลิ) ตันละ 6,600 บาท และข้าวเปลือกหอมสุพรรณบุรี ตันละ 6,500 บาท

แต่ตัวเลขที่น่าสนใจก็คือ ผลการรับจำนำข้าวเปลือกล่าสุด ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2548 (จากกรมการค้าภายใน) มีปริมาณรับจำนำรวม 5.3 ล้านตัน เป็นข้าวเจ้า 2.9 ล้านตัน ข้าวหอมมะลิสูงถึง 2.2 ล้านตัน ข้าวหอมจังหวัด 1.5 แสนตัน และข้าวหอมปทุมธานีแค่ 3 พันตันเท่านั้น

จะเห็นตัวเลขที่ผิดปกติอยู่ 2 ส่วน นั่นคือ ปริมาณรับจำนำข้าวเปลือกหอมมะลิที่สูงมากผิดปกติ ขณะที่ปริมาณรับจำนำข้าวปทุมธานีต่ำผิดปกติ

ที่สำคัญมันไปบังเอิญกับข่าวฉาวที่ว่า มีการนำเอาข้าวปทุมธานีไปปลอมปนกับข้าวหอมมะลิ และ "แหกตา" เข้าโครงการรับจำนำ ได้ส่วนต่างอย่างน้อยตันละ 3,400 บาท (แต่ก็น่าแปลกใจที่กระทรวงพาณิชย์ส่งทีมไปตรวจโกดังต่างๆ แล้วกลับไม่พบว่ามีการปลอมปน)

ดังนั้น การจะไปสรุปว่าการปลอมปนข้าวหอมมะลิเป็นต้นเหตุให้ราคาข้าวตกต่ำนั้น อาจไม่ตรงประเด็นนัก และขณะนี้ข้าวส่วนใหญ่ก็อยู่ในสต๊อครัฐบาลถึง 5.3 ล้านตัน

ถึงกระนั้นต้องยอมรับว่าการปลอมปนข้าวหอมมะลิมีผลต่อราคาข้าวภายในประเทศบ้าง แต่ต้องแยกแยะว่าเป็นการปลอมปนกันในประเทศหรือปลอมปนที่ต่างประเทศ

การปลอมปนข้าวหอมมะลิในประเทศนั้น ทางกรมการค้าต่างประเทศก็มีมาตรการป้องกันดูแลตั้งแต่ต้นทางจากโรงสีถึงผู้ส่งออก มีวิธีการและเครื่องมือมากมาย รวมถึงเครื่องตรวจดีเอ็นเอที่คอยสกัดกั้น ซึ่งสามารถป้องกันการปลอมปนข้าวหอมมะลิที่จะส่งออกได้พอสมควร อาจมีบ้างที่เล็ดลอดไป แต่ก็ไม่มากเหมือนก่อน

แต่การปลอมปนข้าวหอมมะลิในต่างประเทศยังเป็นปัญหาสำคัญที่ยังไม่สามารถจัดการได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยเฉพาะตลาดจีนที่มีทั้งเอาข้าวหอมมะลิไทยปนกับข้าวปทุมธานีหรือข้าวหอมมะลิปนกับข้าวพื้นเมือง

แม้กรมการค้าต่างประเทศจะสกัดด้วยการออกเครื่องหมายรับรองของไทยที่ถุงบรรจุ ก็มีการแกะข้าวหอมมะลิไทยในถุงออก แล้วเอาข้าวปลอมปนใส่แทน หรือแม้แต่การปลอมถุง ปลอมเครื่องหมายรับรองของไทยก็ยังมี ซึ่งเกินกว่าอำนาจหน่วยงานของไทยจะตามไปจัดการได้

ดังนั้น อย่าหลงประเด็น ระหว่างการจัดการแก๊งปลอมปนข้าวหอมมะลิ (ที่แหกตารับจำนำ) กับการยกระดับราคาข้าว

หน้า 20